“ถ้าจะยืนมองเค้กชิ้นนี้ให้มันละลายไปต่อหน้าต่อตา ก็เชิญยืนทำหน้ายักษ์อยู่แบบนั้นเถอะครับเฮีย”
คิมหันต์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในเพนต์เฮาส์หรูที่แสงไฟสลัวถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงจากเปลวเทียนเล่มเล็กบนเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มที่เขายืนถือไว้ มือบางสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความประหม่าที่คนตรงหน้าเอาแต่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
คณินยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเลขาฯ หนุ่มที่วันนี้ดูต่างออกไปเล็กน้อย อาจเพราะความตั้งใจที่พยายามจะทำอะไรเซอร์ไพรส์ประธานบริษัทผู้แสนเย่อหยิ่งอย่างเขา
“ใครบอกว่าฉันอยากได้เค้ก” คณินแค่นเสียงเหยียด แต่แววตาที่สั่นไหววูบหนึ่งกลับทรยศคำพูด “อายุขนาดนี้แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องฉลองอะไรให้มันเสียเวลา”
“ปากแข็งจังนะครับ” คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เดินเข้าไปใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ “ทั้งที่ตั้งใจเลิกงานดึก รอให้ทุกคนกลับหมดเพื่อจะได้อยู่กับผมสองคน แล้วไอ้ที่สั่งให้เลขาฯ คิวงานว่างตั้งแต่วิธีบ่ายสามนั่นล่ะครับ... ไม่ใช่เพราะอยากให้ผมเตรียมตัวมาฉลองวันเกิดให้เหรอ?”
คณินนิ่งไป แววตาดุดันนั้นดูสับสนครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระด้างดังเดิม เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของคิมหันต์ไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาตัวจนเค้กเกือบจะหลุดมือ คนตัวเล็กอุทานเบาๆ ขณะที่แผ่นหลังชนเข้ากับแผงอกแกร่งของท่านประธานหนุ่ม
“อย่าหลงตัวเองให้มากนัก คิมหันต์” เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนคิมหันต์ใจสั่น “ที่ว่างงาน เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าใครที่น่ารำคาญ ส่วนนาย... ที่ต้องอยู่ดึก เพราะงานที่ทำค้างไว้มันยังไม่เสร็จดีต่างหาก”
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตาคนใจร้าย แม้คำพูดจะเย็นชาแต่ฝ่ามือที่โอบเอวเขาไว้กลับบีบกระชับแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน
“งั้นงานที่ผมทำวันนี้ ก็คือการฉลองวันเกิดให้เฮียไงครับ... จะรับหรือไม่รับดีครับ?”
คณินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและแฝงความอ่อนโยนเอาไว้ข้างใน เขาเกลียดตัวเองที่แพ้ทางท่าทางแบบนี้เสมอ เกลียดที่หัวใจดวงนี้มันไม่ยอมเชื่อฟังสมองที่สั่งให้เขาผลักไสอีกฝ่ายออกไป
“ถ้าจะฉลอง... ก็ต้องทำให้มันน่าสนใจกว่าเค้กหน้าตาพิลึกนี่หน่อย” คณินพึมพำ ก่อนจะก้มลงไปเป่าเทียนเล่มนั้นจนดับพรึบ ในห้องกลับมามืดสนิทอีกครั้ง มีเพียงแสงจากไฟเมืองกรุงที่ลอดผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามา
คิมหันต์วางเค้กลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น หัวใจเต้นรัวแรงเมื่อรู้สึกได้ว่าคณินไม่ได้ถอยออกไป แต่กลับขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะสิงร่าง “แล้วแบบไหนล่ะครับที่เฮียเรียกว่าน่าสนใจ?”
คณินไม่ตอบ แต่เป็นฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาประทับจูบหนักหน่วงที่ริมฝีปากบางโดยไม่มีการบอกกล่าว จูบนั้นไม่ได้นุ่มนวลอย่างคนใจดี แต่มันคือจูบที่เรียกร้อง เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความโหยหาที่เจ้าตัวพยายามปิดบังมาตลอด
คิมหันต์ชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะคล้องแขนรอบคออีกฝ่ายอย่างรู้ทัน เขาไม่ได้ขัดขืน แต่กลับจูบตอบด้วยความเต็มใจ ความดื้อรั้นในใจถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
*ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง!*
เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและไร้มารยาททำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดพลางจัดเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ ในขณะที่คิมหันต์รีบก้าวถอยห่างออกมาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อ
“ใครมาในเวลานี้...” คณินสบถเบาๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าถมึงทึง
ประตูถูกเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นรตาที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้อง ในมือถือกล่องของขวัญแบรนด์หรูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอชะงักไปเมื่อเห็นสภาพห้องที่ปิดไฟมืดสนิท และเห็นคิมหันต์ยืนอยู่ข้างหลังคณินในสภาพที่ดูไม่เรียบร้อยนัก
“ณินคะ... ทำไมไม่รับสายรตาเลย รตาเป็นห่วงแทบแย่!” เธอโพล่งขึ้นก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสายตาที่คณินมองมา “นี่คุณ... ยังอยู่กับเด็กคนนี้อีกเหรอ?”
คณินปรายตามองรตาด้วยแววตาเย็นชา แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากไล่ รตาก็ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า “ณินคะ รตาบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้คนพวกนี้เข้ามาปั่นหัวคุณ! คิมหันต์... คุณออกจากห้องของณินไปเดี๋ยวนี้!”
คิมหันต์ยืนนิ่ง สายตาเรียบเฉยทว่าเย็นเยียบมองไปยังหญิงสาวตรงหน้า เขาไม่ได้ขยับไปไหน แต่กลับหันไปมองคณินที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
“เฮียครับ...” คิมหันต์เรียกชื่อคณินด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ดูเหมือนว่าคืนวันเกิดของเฮีย จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาสร้างความวุ่นวายเสียแล้ว”
คณินนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง สายตาที่มองรตาเปลี่ยนไปเป็นความรำคาญใจอย่างที่สุด เขาหันกลับมาสบตากับคิมหันต์อีกครั้ง แววตาของเขาดูเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ยากลำบาก ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึง
“ออกไป...” เสียงทุ้มของคณินดังขึ้น ไม่ใช่สั่งคิมหันต์ แต่เป็นรตา
“ณิน... คุณพูดว่าอะไรนะคะ?” รตาเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อหู
คณินก้าวเข้ามาใกล้รตา แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่คิมหันต์เหมือนต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างที่มากกว่าคำพูด “ผมบอกว่าออกไป... ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับมารยาทของคุณไปมากกว่านี้”
รตาสั่นไปทั้งตัว น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม “คุณเลือกมัน... เพราะผู้ชายคนนี้เนี่ยนะคณิน?”
คิมหันต์มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เขาไม่รู้ว่าคณินจะเลือกทางไหน และไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ชีวิตการเป็นเลขาฯ ของเขาจะยังคงเหมือนเดิมหรือไม่... หรือมันอาจจะพังทลายลงตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทที่ 24 นะครับ เตรียมลุ้นต่อในตอนหน้าว่ารอยร้าวครั้งนี้จะจบลงอย่างไรครับ
— ราชันย์หอกทมิฬ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 24
คืนวันเกิดที่ไม่อยากเหงาอีกต่อไป
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!