"แกกำลังจะเสียสติหรือไงวะ คณิน"
เสียงของธนัตถ์ดังแทรกความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและไอความกดดันที่คณินสร้างขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว ทนายความหนุ่มเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่งขรึมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แววตาของธนัตถ์ไม่ได้ล้อเล่นเหมือนทุกที แต่มันคือการเตือนภัยที่เขาสัมผัสได้จากสัญชาตญาณของคนใกล้ชิด
คณินไม่ตอบทันที เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบเบาๆ ปล่อยให้ของเหลวสีอำพันไหลผ่านลำคอเพื่อดับกระหายความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านอยู่ในอก มือหนาวางแก้วลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท ราวกับกำลังกดทับความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"แกหมายความว่ายังไง" คณินถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตาคมกริบกลับไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที
"หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ? ถามจริงเถอะ มองไม่ออกหรือไงว่าตัวเองกำลังทำตัวเหมือนคนบ้าที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอย่างที่มาขวางทาง 'เลขาคนใหม่' ของแกอยู่" ธนัตถ์โน้มตัวมาข้างหน้า ประสานมือเข้าด้วยกัน "ไอ้การที่แกยอมลดตัวลงไปเล่นเกมประสาทกับเด็กนั่น ทั้งที่ปกติแค่คนทำผิดพลาดนิดเดียวแกก็ไล่ออกไปพ้นทางแล้ว มันคืออะไรวะ? นี่เหรอคนที่บอกว่าเกลียดนักหนาไอ้พวกคนอวดดีน่ะ"
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขบขันและเย็นชาในเวลาเดียวกัน "มันเป็นแค่บทลงโทษครับ ธนัตถ์ ผมแค่อยากจะดัดนิสัยเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง การที่ผมยังเก็บเขาไว้ ไม่ได้หมายความว่าผมสนใจ แต่หมายความว่าผมยังสนุกกับการเห็นเขาดิ้นรนใต้เงื้อมมือของผมต่างหาก"
"งั้นเหรอ?" ธนัตถ์แค่นยิ้ม ไม่เชื่อในสิ่งที่เพื่อนพูดแม้แต่น้อย "แล้วไอ้สายตาเวลาแกมองเขาตอนที่เขาไม่รู้ตัวล่ะ? ไอ้ตอนที่แกยืนนิ่งดูเขาทำงานด้วยสายตาที่เหมือนคนถูกมนต์สะกดนั่น แกจะอธิบายว่ายังไง? อย่าบอกนะว่านั่นคือการสังเกตการณ์เพื่อดัดนิสัย"
คณินชะงักไปครู่หนึ่ง เขายกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ความทรงจำเมื่อตอนกลางวันที่เห็นคิมหันต์พยายามอธิบายงานด้วยความมั่นใจ แม้ใบหน้าจะเปื้อนเหงื่อและดวงตาฉายแววดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ แวบหนึ่งที่เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นจังหวะแปลกๆ จนเกือบจะเสียการควบคุม
"ฉันแค่... รำคาญ" คณินเอ่ยเสียงเข้ม "รำคาญที่เขามั่นหน้า ทั้งที่ไม่มีอะไรจะสู้ได้เลยสักอย่าง"
"เหรอวะ" ธนัตถ์ถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "แกหลงเด็กคนนี้เข้าให้แล้ว คณิน และถ้าแกยังไม่ยอมรับความจริง ระวังเถอะว่าวันหนึ่ง ไอ้ความซึนของแกนี่แหละที่จะเป็นตัวทำลายทุกอย่างที่แกพยายามสร้างมา ถ้าคิดว่าแค่เกมสนุกๆ ก็ระวังให้ดีเถอะ เพราะเท่าที่ฉันมอง เกมนี้แกไม่ได้เป็นคนคุมสถานการณ์หรอก... คนคุมจริงๆ น่ะคือเด็กนั่นต่างหาก"
ธนัตถ์เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้คณินนั่งจมอยู่กับความเงียบอีกครั้ง ประโยคสุดท้ายของเพื่อนสนิทดังก้องอยู่ในหัวของเขาซ้ำไปซ้ำมา *'คนคุมจริงๆ น่ะคือเด็กนั่นต่างหาก'*
บ้าสิ้นดี
คณินสบถในใจ เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับข้างล่างเปรียบเสมือนความวุ่นวายในใจของเขาที่ยากจะควบคุม เขาเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดที่ตัวเองต้องมาคอยเช็กว่าคิมหันต์กลับบ้านหรือยัง เกลียดที่ต้องมานั่งหงุดหงิดเวลาเห็นรตาพยายามเข้าใกล้ และเกลียดที่คำพูดของคิมหันต์เพียงไม่กี่คำ กลับสั่นคลอนความนิ่งสงบที่เขาเคยภูมิใจนักหนา
ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจังหวะหนักแน่นที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"เข้ามา"
คิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาดื้อรั้นคู่นั้นยังคงท้าทายอยู่เสมอในยามที่เขาสบตาด้วย อีกฝ่ายถือแฟ้มเอกสารชุดสุดท้ายมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดยืนรอคำสั่งด้วยท่าทางที่ดูยังไงก็กวนประสาทในสายตาของคณิน
"งานเสร็จแล้วครับท่านประธาน... และถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อน"
คณินไม่ได้ตอบทันที เขาก้าวเดินไปหาคนตรงหน้าช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเลขาหนุ่มอย่างพิจารณา จนคนถูกมองเริ่มขยับตัวด้วยความอึดอัด
"ใครอนุญาตให้กลับ?" คณินถามเสียงต่ำ พลางก้าวเข้าไปจนระยะห่างของทั้งคู่น้อยลงจนคิมหันต์ต้องถอยหลังไปพิงขอบโต๊ะ
"นี่มันเลิกงานแล้วนะครับท่านประธาน ผมไม่มีหน้าที่ต้องรับใช้ต่อ" คิมหันต์ตอบโต้ทันควัน ไม่มีการก้มหัว ไม่มีความเกรงกลัว แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับขอบโต๊ะจนแทบไม่มีทางหนี
คณินก้มหน้าลงจนหน้าผากเกือบชิดกัน ความใกล้ชิดที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ประชิดกันจนน่าตกใจ "ผมบอกว่ายังไม่เสร็จ ก็คือยังไม่เสร็จ... นายเป็นแค่เลขาฯ หน้าที่ของนายคือทำตามคำสั่ง ไม่ใช่มีปากไว้เถียงผม"
"ถ้าคำสั่งมันไร้เหตุผล ผมก็มีสิทธิ์โต้แย้ง" คิมหันต์เชิดหน้าขึ้น สบตาคณินอย่างไม่หลบเลี่ยง "หรือท่านประธานมีปัญหาอะไรกับผมกันแน่ครับ? ถึงได้ชอบกักตัวผมไว้แบบนี้ตลอด"
คำถามนั้นทำให้คณินชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง มันมีความสับสน ความต้องการ และความโกรธที่ผสมปนเปกันจนอ่านไม่ออก
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของคณินก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังตึงเครียด หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าที่ทำให้คิมหันต์ต้องรีบเบือนหน้าหนี... รตา
คณินมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนจะตัดสินใจกดรับโดยที่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคิมหันต์ที่กำลังจะก้าวถอยออกมา
"ครับ รตา... ผมกำลังจะออกไปพอดี" คณินพูดโดยไม่ละสายตาจากคนตรงหน้า ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปล็อกแขนคิมหันต์ไว้แน่นไม่ให้ถอยหนี
"หึ..." คิมหันต์แค่นยิ้มเยาะที่มุมปาก "เชิญครับท่านประธาน ผมไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของคุณหรอก"
คณินบีบแขนแน่นขึ้น ความโกรธพุ่งพล่านเมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสของอีกฝ่าย "นายคิดจะไปไหน?"
คิมหันต์มองโทรศัพท์ที่ยังคงมีเสียงปลายสายดังแทรกออกมา ก่อนจะหันมาสบตาคณินด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว "ผมจะไปทำในสิ่งที่ผมควรทำ... นั่นคือการเลิกสนใจเจ้านายที่เอาแต่ดุและไม่เคยชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองสักทีครับ"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเร่าร้อนของคณินและคิมหันต์ในตอนนี้นะครับ! - ราชันย์หอกทมิฬ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 25
คำเตือนจากเพื่อนสนิท
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!