เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะประชุมไม้มะฮอกกานีราคาแพง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่ิบของ ‘คณิน โฮลดิ้งส์’ บรรยากาศภายในห้องอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันชนิดที่แทบจะเอามือคว้ามาปั้นเป็นก้อนได้ ทว่าท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยความตื่นตระหนกและสะใจปะปนกันไป มีเพียงร่างโปร่งของเลขาหนุ่มหน้าหวานอย่าง คิมหันต์ เท่านั้น ที่ยังคงยืนตรงหลังตรงแน่ว สองมือประสานกันไว้ที่หน้าท้องด้วยท่าทีสงبนิ่ง ราวกับพายุหมุนลูกใหญ่ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ระคายผิวแม้แต่น้อย
"รูปถ่ายพวกนี้... และรายงานการใช้ชีวิตส่วนตัวของคุณกับท่านประธาน มันหมายความว่ายังไงครับ คุณคิมหันต์"
เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นของ ‘เจ้าสัวประจักษ์’ กรรมการอาวุโสผู้กุมอำนาจบอร์ดบริหารดังขึ้น ขนาบข้างด้วย รตา ไฮโซสาวคู่หมั้นทางธุรกิจที่นั่งไขว่ห้างตีหน้าเศร้าสร้อยอยู่ริมหน้าต่าง ในมือของเธอมีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเทกระจาดหลักฐานภาพถ่ายความสนิทสนมเกินเลยระหว่างเจ้านายและเลขาออกมาประจานต่อหน้าบอร์ดบริหารชุดใหญ่
คิมหันต์กวาดตามองภาพถ่ายเหล่านั้นอย่างไม่รู้สึกรู้สา ภาพในนั้นมีทั้งตอนที่เขาเผลอหลับไปบนรถหรูของคณิน ตอนที่ท่านประธานยื่นมือมาจัดเนกไทให้ด้วยความเผลอเรอ หรือแม้แต่ภาพยามค่ำคืนที่หน้าคอนโดฯ
"มันก็เป็นภาพถ่ายที่ถูกแอบถ่ายโดยละเมิดสิทธิส่วนบุคคลครับ ท่านเจ้าสัว" คิมหันต์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างท้าทาย "บริษัทเรามีฝ่ายกฎหมายที่เชี่ยวชาญไม่ใช่หรือครับ ทำไมถึงปล่อยให้หลักฐานการละเมิดกฎหมายแรงงานและสิทธิส่วนบุคคลแบบนี้ เข้ามาอยู่ในวาระการประชุมผู้บริหารระดับสูงได้ล่ะครับ หรือว่าบอร์ดบริหารช่วงนี้ว่างงาน จนต้องมานั่งสืบเรื่องใต้สะดือของพนักงานตาดำๆ กันหมดแล้ว"
"สามห่าว!" เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นจากฝั่งของกรรมการอาวุโสอีกคน "นี่คุณกำลังพูดอยู่กับใคร! รู้ตัวไหมว่าความประพฤติเสื่อมเสียของคุณและท่านประธาน มันกำลังทำให้หุ้นของบริษัทร่วงกราวรูดในช่วงเช้าวันนี้!"
"ถ้าหุ้นจะร่วง มันคงไม่ได้ร่วงเพราะผมเอาหัวใจไปฝากไว้กับเจ้านายหรอกครับ แต่มันคงร่วงเพราะความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานของคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้มากกว่า ที่เอาแต่เพ่งเล็งเรื่องส่วนตัวเพื่อหวังจะเขี่ยใครบางคนพ้นทาง..."
"พอได้แล้ว!"
เสียงตวาดกร้าวที่ดังขึ้นจากประตูห้องประชุม ทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้งเฮือก ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของ คณิน ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องด้วยรัศมีแผ่ซ้ำความน่ากลัวที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที สัยตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งของคิมหันต์ที่ยืนอยู่กลางวงล้อม ความกังวลฉายชัดอยู่ในเสี้ยววินาทีแรกที่สบตากับคนตัวเล็ก แต่พริบตาเดียวมันก็ถูกแทนที่ด้วยความดุดันและเยקטเยือกตามแบบฉบับของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"ท่านประธาน..." เจ้าสัวประจักษ์ทำท่าจะอ้างสิทธิ์ "พวกเรากำลังตรวจสอบความประพฤติของเลขาคุณ..."
"ใครอนุญาตให้พวกคุณเรียกประชุมเรื่องนี้" คณินตัดบทเสียงกร้าว เดินตรงเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างบอร์ดบริหารกับคิมหันต์ ร่างสูงใหญ่บังตัวเลขาหนุ่มไว้มิดชิดราวกับจะปกป้องจากฝูงหมาป่าที่กำลังแยกเขี้ยว "บริษัทนี้เป็นของตระกูลผม หุ้นส่วนใหญ่ผมถืออยู่ ถ้าผมจะคบหากับใคร หรือจะใช้งานใคร มันก็เป็นสิทธิ์ขาดของผม ไม่ใช่กงการอะไรที่พวกคุณต้องมานั่งเอาภาพขยะพวกนี้มาเปิดฉากเล่นเกมการเมืองสกปรกกันในนี้!"
รตาที่นั่งเงียบมานาน ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตา เธอพยายามส่งสายตาตัดพ้อมาให้คู่หมั้นหนุ่ม "พี่ณินคะ... รตาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่สิ่งที่คิมหันต์ทำมันข้ามเส้นเกินไปนะคะ เขากำลังทำให้พี่เสียชื่อเสียง..."
"คุณรตา" คณินหันขวับไปมองคู่หมั้นด้วยแววตาที่แข็งกร้าวไร้เยื่อใย "ผมเคยบอกคุณชัดเจนแล้วว่าความสัมพันธ์ของเราคืออะไร และอย่าล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผม... โดยเฉพาะการส่งคนไปตามสะกดรอยเลขาของผมแบบนี้ มันน่ารังเกียจมากครับ"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำให้รตาหน้าชาไปวูบหนึ่ง เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือดด้วยความอับอายและเจ็บใจ "พี่ณินกำลังเข้าข้างคนนอกเหนือคู่หมั้นตัวเองอย่างนั้นเหรอคะ!"
"คนนอกเหรอครับ..."
เสียงนุ่มแต่กวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างของคณิน มือเรียวเอื้อมมาแตะชายเสื้อสูทของท่านประธานเบาๆ ก่อนที่คิมหันต์จะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับทุกคนด้วยรอยยิ้มพราวระยับในดวงตา รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้ระคนหวั่นไหวในเวลาเดียวกัน
"ขอบคุณนะครับท่านประธานที่ช่วยพูดให้..." คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตากับคณินที่ก้มลงมองเขาด้วยแววตาดุๆ ปนความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด "...แต่เรื่องนี้ ผมขอเคลียร์เองดีกว่าครับ ในฐานะผู้เสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิ"
คณินขมวดคิ้วมุ่น ไม่สบอารมณ์ที่เห็นอีกฝ่ายดื้อรั้นในสถานการณ์แบบนี้ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กให้ถอยไปข้างหลัง แต่คิมหันต์กลับไว Thicker กว่า หลบมือเขาได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าสัวประจักษ์แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
"ท่านเจ้าสัวครับ..." คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน กังวานใสไปทั่วห้องประชุม "ภาพพวกนี้... ถ่ายจากมุมสูงของตึกฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของบริษัทในเครือ 'ประจักษ์กรุ๊ป'... ถ้าผมจำไม่ผิด ลูกชายของท่านเจ้าสัวน่าจะเป็นกรรมการผู้จัดการดูแลตึกนั้นอยู่พอดีใช่ไหมครับ?"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงในทันที เจ้าสัวประจักษ์หน้าถอดสีไปชั่วขณะเมื่อถูกจี้จุดเข้าเต็มเป้า
"คุณกำลังกล่าวหาว่าผม..."
"ผมไม่ได้กล่าวหาครับ ผมแค่ตั้งข้อสังเกตตามหลักฐาน" คิมหันต์ยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน "และการที่บอร์ดบริหารหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาโจมตีท่านประธานในที่ประชุม ทั้งที่ไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการไตรมาสนี้แม้แต่น้อย มันเข้าข่ายการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อหวังผลทางการเมืองภายในบริษัท... ซึ่งผมคิดว่า ฝ่ายกฎหมายของเราคงอยากเห็นหลักฐานการอนุมัติงบประมาณในการจ้างนักสืบเอกชนของใครบางคนในตึกนี้เหมือนกันนะครับ"
คณินยืนมองแผ่นหลังบางของเลขาตัวเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ระอา และ... คลั่งรักจนแทบจะบ้าตาย เด็กนี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว! กล้าดียังไงถึงเอาตัวเข้าแลกกลางดงเสือดาวแบบนี้โดยไม่ปรึกษาเขาก่อนสักคำ!
"คิมหันต์..." คณินกดเสียงต่ำ ดึงร่างโปร่งให้ถอยมาอยู่ข้างกายตนเองอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายก้าวล้ำไปมากกว่านี้ มือหนาคว้าข้อมือบางไว้แน่นด้วยแรงที่สื่อถึงความหวงแหนและตำหนิในคราวเดียวกัน "บอกให้ถอยหลังไปไง ดื้อด้านจริง"
"ผมไม่ได้ดื้อครับท่านประธาน ผมแค่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง... และปกป้องชื่อเสียงของคุณด้วย" คิมหันต์กระซิบตอบเสียงเบา แต่รอยยิ้มยั่วเย้าที่มุมปากนั้นทำเอาหัวใจของท่านประธานหนุ่มกระตุกวูบ
"กลับไปเคลียร์กันที่ห้องทำงานของคุณ... ส่วนพวกคุณ..." คณินหันขวับกลับไปมองบอร์ดบริหารด้วยสายตาดุดันน่าเกรงขามอีกครั้ง น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยประกาศกร้าวชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ใครกล้าเถียง "การประชุมวันนี้ยุติแค่นี้ ใครที่ยังมีเวลาว่างมานั่งสืบเรื่องใต้สะดือคนอื่น เตรียมตัวรับจดหมายตักเตือนจากผมได้เลย!"
พูดจบ คณินก็ไม่รอให้ใครได้เอ่ยอะไรอีกต่อไป เขากระชากข้อมือของคิมหันต์ให้เดินตามออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตาอึ้งงันของทุกคนทันที แรงดึงที่แม้จะไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่ก็บ่งบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นที่อัดแน่นอยู่ภายในอกของท่านประธานหนุ่มได้เป็นอย่างดี
ประตูห้องทำงานส่วนตัวถูกปิดล็อกลงด้วยกลอนอัตโนมัติทันทีที่ร่างทั้งสองก้าวเข้ามาด้านใน บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่พุ่งสูงปรี๊ด คณินผลักร่างของคิมหันต์ให้แนบชิดติดกับบานประตูหนา ก่อนจะใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังคนตัวเล็กไว้ตรงกลาง ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากที่เพิ่งจะต่อปากต่อคำกับบอร์ดบริหารอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความหมั่นเขี้ยวแกมดุดัน
"เก่งนักนะ..." คณินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวจนคิมหันต์เผลอหดคอหนี "ใครสั่งใครสอนให้เอาตัวไปเสี่ยงกับพวกแก่ตัณหากลับพวกนั้นฮึ? อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งหรือไง ถึงได้ทำตัวเป็นฮีโร่จำเป็นแบบนี้"
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตา ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น มีเพียงประกายความท้าทายที่จุดไฟในอกของคณินให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
"ถ้าผมไม่ทำ แล้วปล่อยให้เจ้านายโดนรุมกินโต๊ะอยู่ฝ่ายเดียว ผมจะทนดูได้ยังไงล่ะครับ..." คิมหันต์เอ่ยเสียงแผ่ว ปลายจมูกรั้นแทบจะชนกับปลายจมูกโด่งเป็นสันของคนพี่ "อีกอย่าง... ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าผมจะเลิกสนใจเจ้านายที่เอาแต่ดุ..."
คิมหันต์จงใจเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาคู่สวยพราวดระยับมองลึกลงไปในดวงตาของประธานหนุ่ม
"...แต่ในเมื่อเจ้านายแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ว่า 'หวง' ผม... ผมก็ชักจะเปลี่ยนใจ ไม่อยากเลิกสนใจแล้วสิครับ"
คณินชะงัก ลลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตอนนี้กลับกระหน่ำรัวราวดรัมมิน ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังจะระเบิดออกมา
สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเย้าแหย่เขาอย่างได้ใจ ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนขึ้นมาล็อกท้ายทอยของคนตัวเล็กไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว
"ปากเก่งนักนะคิมหันต์..." คณินกระซิบเสียงพร่ามัวชิดริมฝีปากอิ่ม ความอดทนที่สะสมมานานนับเดือนขาดผึ่งลงตรงนั้น "แบบนี้มันต้องโดนทำโทษให้เข็ด..."
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของท่านประธานจะทาบทับกลีบปากอิ่มตามที่ใจปรารถนา เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาของธนัตถ์ ทนายความหนุ่มเพื่อนสนิทที่ทำลายบรรยากาศสีชมพูละลายใจลงในพริบตา
"เฮียณิน! แย่แล้ว! ทางสำนักข่าวออนไลน์ปล่อยคลิปตัดต่อที่บอร์ดบริหารใช้โจมตีเมื่อกี้ออกสู่สาธารณะแล้ว ตอนนี้หุ้นดิ่งลงเหวของจริง และ... และมีคนปล่อยภาพท่านประธานกำลังกอดกับเลขาในห้องนี้ออกไปสดๆ ร้อนๆ เลยเว้ย!"
คิมหันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คณินหันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาดุดันราวกับอยากจะฆ่าคนให้ตายคามือ บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความหวานล้ำกลายเป็นความตึงเครียดถึงขีดสุดในวินาทีเดียว
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
- ราชันย์หอกทมิฬ -
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 26
เกมการเมืองในบริษัท
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!