“ใครเป็นคนปล่อยข่าวเรื่อง ‘เด็กฝาก’ ในแผนกเลขาฯ”
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงด้วยไอเย็นเยียบของคณินดังขึ้นกลางห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับสูง ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันที บรรยากาศที่เคยเคร่งเครียดด้วยตัวเลขงบประมาณไตรมาสล่าสุดกลับกลายเป็นสนามรบที่ไม่มีใครกล้าหายใจแรง
คิมหันต์ที่นั่งจดบันทึกอยู่มุมโต๊ะเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของท่านประธานที่ยืนตระหง่านอยู่หัวโต๊ะ มือเรียวขยับปากกาในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าคณินจะเลือกหยิบเรื่อง ‘ส่วนตัว’ มาพูดในที่ประชุมที่มีแต่ผู้บริหารระดับสูงแบบนี้
“ผมถาม... ไม่ได้ยินกันหรือไง” คณินปรายตามองรอบโต๊ะ สายตาคมกริบดั่งใบมีดบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของผู้บริหารอาวุโสหลายคน
“เอ่อ... ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันเป็นกระแสในหมู่พนักงาน มันอาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์บริษัท...” หนึ่งในบอร์ดบริหารพยายามพูดประนีประนอม แต่ยังพูดไม่ทันจบ คณินก็กระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น
“ภาพลักษณ์บริษัทพังเพราะคนปากเปราะ หรือพังเพราะความสามารถไม่ถึง?” คณินหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าเรียบตึงไร้ความปราณี “คิมหันต์ไม่ได้เข้ามาเพราะเส้นสาย แต่เข้ามาเพราะผมเป็นคนเลือกเอง ใครมีปัญหา ให้มาพูดกับผมโดยตรง ไม่ใช่ไปซุบซิบหลังบอร์ดบริหารเหมือนคนไม่มีวุฒิภาวะ”
คิมหันต์กัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก คณินกำลังปกป้องเขา... ไม่สิ นี่มันไม่ใช่แค่การปกป้อง แต่มันคือการประกาศศักดา
“และผมขอประกาศไว้ตรงนี้... สำหรับใครก็ตามที่ยังคิดจะใช้วิธีสกปรกแตะต้องเลขาของผม ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำ ถือว่าคนผู้นั้นประกาศตัวเป็นศัตรูกับผมโดยตรง” คณินเน้นย้ำทุกถ้อยคำ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ใครคนอื่นนอกจากจุดที่คิมหันต์นั่งอยู่ “บริษัทนี้มีกฎระเบียบ แต่ถ้าใครกล้าล้ำเส้นคนที่อยู่ในความดูแลของผม... ผมจะทำให้คนผู้นั้นไม่ได้อยู่ในบริษัทนี้อีกต่อไป”
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันแบบไร้จุดจบ ทุกคนต่างก้มหน้ามองเอกสารในมือราวกับเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในโลก
“เลิกประชุม”
คณินก้าวยาวๆ ออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองใคร ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คิมหันต์รีบเก็บของตามออกไปทันที เขาเดินตามหลังร่างสูงเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวที่เพิ่งปิดประตูก่อนที่ใครจะทันเข้ามา
เมื่อประตูปิดลง ความเป็นทางการที่เคยมีก็มลายหายไป คณินกดปุ่มหยุดลิฟต์กะทันหันก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเลขาหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
“ปากเก่งนักไม่ใช่เหรอตอนเถียงกับผม” คณินก้าวเข้ามาประชิดตัว “ทำไมตอนนี้ถึงเงียบ? ตกใจที่ถูกผมปกป้องหรือไง”
คิมหันต์เงยหน้าสบตาอีกฝ่าย แววตาของเขายังคงมีความดื้อรั้นตามนิสัยเดิม “ผมไม่ได้ขอให้คุณช่วยสักหน่อย คุณทำแบบนั้น... คนอื่นเขาก็หาว่าผมเป็นเด็กเลี้ยงของคุณจริงๆ หรอก”
“แล้วมันจริงไหมล่ะ?” คณินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “ที่ผ่านมาผมดุคุณไปเท่าไหร่ แต่คุณเคยกลัวผมจริงๆ บ้างไหมคิมหันต์”
คิมหันต์ชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนของอีกฝ่ายทำให้สติเขาเริ่มกระเจิง “ผมไม่ได้กลัว แต่ผม... เคารพ”
“เคารพหรือหลงใหล?” คณินถามเสียงพร่า มือหนาเอื้อมไปเชยคางเด็กหนุ่มขึ้นมาบังคับให้สบตากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ถ้าอยากให้คนอื่นเลิกนินทา ก็พิสูจน์ให้เห็นสิว่าคุณมีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างผม... ไม่ใช่แค่ในฐานะเลขา”
จังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัว เสียงสัญญาณแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์ของคิมหันต์ก็ดังขัดจังหวะขึ้น เป็นข้อความจาก ‘รตา’ ที่ส่งมาว่า *‘ฉันอยู่หน้าห้องทำงานของคุณ รออยู่ตรงนี้ หวังว่าเรื่องที่บริษัทคงมีอะไรอธิบายให้ฉันฟังนะ’*
คิมหันต์ชะงักกึกทันทีที่อ่านข้อความจบ ใบหน้าคมคายของคณินมืดครึ้มลงเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งบนหน้าจอ รตา... หญิงสาวที่ครอบครัวหมายมั่นปั้นมือให้เป็นคู่หมั้นของเขา ยืนรออยู่ข้างนอกนั่น และดูเหมือนเธอจะได้รับข่าวลือมาไม่น้อย
“อย่าออกไป” คณินสั่งเสียงเข้ม “ถ้าคุณก้าวออกไปตอนนี้ คือคุณยอมรับว่าคุณเป็นแค่คนนอกที่ต้องรอรับคำสั่งจากคู่หมั้นของผม”
“แล้วจะให้ผมทำยังไงครับเฮียณิน? จะให้ผมซ่อนตัวอยู่ในนี้เหมือนคนขี้ขลาดหรือไง” คิมหันต์ถามกลับ แววตาเต็มไปด้วยความท้าทาย
คณินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่มุมปาก “งั้นก็ดี... ออกไปพร้อมกับผม แล้วทำให้คนข้างนอกนั่นรู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็น ‘เจ้าของ’ ห้องทำงานนี้จริงๆ”
คณินกดปุ่มเปิดลิฟต์ ประตูโลหะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นรตากำลังยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อสายตาของเธอปะทะเข้ากับภาพที่คณินยืนประชิดตัวคิมหันต์อยู่ภายในลิฟต์ แววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นความโกรธจัดที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีไฮโซผู้สูงส่ง
“ณินคะ... นี่มันหมายความว่ายังไง” รตาถามเสียงสั่น แต่คณินกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ
เขากระชับต้นคอของคิมหันต์เข้าหาตัว แล้วก้มลงกระซิบที่ข้างหูคนตัวเล็กต่อหน้าคู่หมั้นของเขาว่า “จำไว้ว่าต่อจากนี้... ไม่ว่าใครจะพูดอะไร ผมจะเป็นคนจัดการเอง แต่คุณ... ต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น”
ความกดดันที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในวินาทีนั้นทำให้คิมหันต์รู้ตัวทันทีว่า เกมการเมืองในบริษัทนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และหัวใจของเขา... ก็ถูกจองจำไว้โดยท่านประธานคนนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเฮียณินและน้องคิมกันมาถึงตอนนี้นะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ - ราชันย์หอกทมิฬ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 27
ประกาศกรวดขันกลางที่ประชุม
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!