“ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาแบบนั้น อีกห้านาทีต่อจากนี้ ผมคงไม่รับประกันความปลอดภัยของเอกสารบนโต๊ะหรอกนะ”
เสียงทุ้มต่ำของคณินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้า แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าคมสันของท่านประธานดูดุดันและทรงอำนาจมากขึ้นไปอีกเท่าตัว
คิมหันต์ที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ไม่ไกล ไม่ได้หลบสายตาที่ร้อนแรงนั้น เขากลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามปกแฟ้มเอกสารที่เพิ่งเซ็นเสร็จอย่างเชื่องช้า ก่อนจะยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์
“ห้านาทีเชียวหรือครับเฮีย? ผมนึกว่าท่านประธานที่แสนเนี้ยบจะทนได้นานกว่านั้นเสียอีก”
คณินถอนหายใจยาว วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ‘กึก’ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง สายตายังคงจับจ้องไปที่เลขาฯ ปากกล้าไม่วางตา “อย่าท้าทายผม คิมหันต์ ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะ”
“เตือนหรือขู่ครับ?” คิมหันต์ก้าวเข้าไปหาอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก “ถ้าขู่... ผมบอกเลยว่าไม่ได้ผล เพราะตั้งแต่วันที่ผมยอมก้าวเข้ามาในชีวิตเฮีย ผมก็เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องเจออะไรบ้าง”
คณินนิ่งไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ตรงหน้าคิมหันต์ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขาลอยปะทะจมูกอีกฝ่ายจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
“ทำไมถึงดื้อขนาดนี้นะ” คณินพึมพำ น้ำเสียงไม่ได้มีความโกรธหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันกลับมีความเหนื่อยอ่อนที่ซ่อนความรักเอาไว้ “ผมพยายามจะรักษามาดของตัวเอง พยายามจะดุ จะสั่งให้คุณอยู่ห่างๆ เพื่อให้คุณปลอดภัยจากเกมพวกนี้ แต่ดูเหมือน... ยิ่งผมผลักไส คุณก็ยิ่งเข้ามาใกล้จนผมจะบ้าตายอยู่แล้ว”
คิมหันต์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นแววตาที่สั่นไหวของชายตรงหน้า นี่ไม่ใช่คณินผู้เย็นชาคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก แต่นี่คือผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพยายามสารภาพความในใจด้วยวิธีที่เงอะงะที่สุด
“ถ้าเฮียเหนื่อยที่จะผลักไส... ก็ลองหยุดดูสิครับ” คิมหันต์พูดเสียงแผ่วลง ความทะนงตนในดวงตาหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ส่งผ่านไปให้ “หยุดซึนเดเระ แล้วลองเปิดใจให้เลขาฯ คนนี้ดูแลหัวใจเฮียบ้าง ไม่ดีกว่าหรือครับ?”
คณินยื่นมือออกไปเชยคางเด็กหนุ่มขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านสัมผัสผิวเนียนอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้คนตรงหน้าจะแตกสลายไป “ผมแค่กลัว... กลัวว่าถ้าผมยอมรับความรู้สึกนี้ไปแล้ว สิ่งที่ผมสร้างมาทั้งหมดมันจะพัง เพราะความรักของผมมันไม่ได้เรียบง่ายเหมือนคนอื่น”
“ผมไม่ได้ต้องการให้เฮียสร้างอะไรที่มันสมบูรณ์แบบ แค่ต้องการให้เฮียเป็นเฮีย... ที่ยอมรับว่าต้องการผม” คิมหันต์เอียงหน้าเข้าหาฝ่ามืออุ่นของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ
บรรยากาศที่เคยคุกรุ่นเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปทั่วห้อง คณินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของทั้งคู่แตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน ความอดทนที่คณินสะสมมาตลอดหลายเดือนเริ่มพังทลายลงในวินาทีนี้
“คุณนี่มัน... ร้ายกาจจริงๆ” คณินกระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย “รู้ใช่ไหมว่าถ้าวันนี้ผมเลือกจะหยุดดุ แล้วหันมาทำอย่างอื่นแทน... คุณจะไม่มีวันได้เดินออกจากห้องนี้ไปง่ายๆ”
คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูท้าทายแต่แฝงด้วยความยินยอม “ผมก็ไม่ได้กะจะกลับอยู่แล้ว... เฮียจะเริ่มตรงไหนก่อนดีล่ะครับ?”
คณินเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะแสร้งทำเป็นถอยห่างออกไปครึ่งก้าว สายตากลับมานิ่งสนิทตามนิสัยเดิมที่แก้ไม่หาย “ใจร้อนไปหรือเปล่าหืม? หนี้สัญญาที่ยังชดใช้ไม่หมดเนี่ย คิดจะข้ามขั้นเลยเหรอ?”
คิมหันต์กัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ “เฮียนี่มัน! ไหนบอกว่าจะเปิดใจไงครับ!”
คณินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่นุ่มนวลและหาฟังได้ยากนัก เขาขยับเข้าไปโอบเอวคิมหันต์ไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูน้ำเสียงแหบพร่า “พูดเล่นนิดเดียวทำเป็นโมโห... แต่เอาเถอะ ในเมื่อคุณอยากเปิดใจนัก ผมก็จะสงเคราะห์ให้... แต่มีข้อแม้ว่าห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด”
ในจังหวะที่คณินกำลังจะก้มลงไปประทับจูบเพื่อปิดคำถาม เสียงเคาะประตูห้องก็ดังรัวขึ้นพร้อมกับเสียงที่คุ้นเคย
“เฮียณิน! คิม! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ พอดีรตาเอาของว่างมาให้ เห็นว่าวันนี้ทำงานดึกกัน!”
ร่างของคณินและคิมหันต์แยกออกจากกันแทบจะทันที คณินขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ส่วนคิมหันต์ได้แต่ถอนหายใจยาว ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รตาเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างลงเมื่อเห็นคิมหันต์ยืนอยู่ใกล้กับคณินมากเกินไปจนผิดสังเกต
“เอ่อ... ดูเหมือนรตาจะมาผิดจังหวะหรือเปล่าคะ?” รตากวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและไฟหึงหวงที่เริ่มปะทุ
คณินหันไปมองรตาด้วยสายตาเย็นชาเช่นเดิม ต่างจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน “รู้ตัวก็ดีครับคุณรตา มีธุระอะไรก็รีบพูดมา ผมกับเลขาฯ กำลังคุย ‘งานสำคัญ’ กันอยู่”
คิมหันต์มองแผ่นหลังกว้างของเจ้านายที่ยืนบังเขาไว้ราวกับเกราะป้องกัน ก็ได้แต่แอบยิ้มมุมปาก ความรู้สึกอึดอัดที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เพราะเขารู้ดีว่า ต่อจากนี้... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เกมนี้เขาไม่ได้เล่นอยู่คนเดียวอีกต่อไป
แต่ทว่า... ดวงตาของรตาที่หรี่ลงมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะคณินนั้น กลับดูไม่ธรรมดาเหมือนที่เขาเคยพบเจอ มันมีความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และเขาสังเกตเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากของเธอเพียงเสี้ยววินาที
ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น กำลังจะถูกทดสอบด้วยพายุลูกใหญ่ที่รตาเป็นคนกุมบังเหียนเอาไว้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ราชันย์หอกทมิฬเสมอมานะครับ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 28
ค่ำคืนแห่งการเปิดใจ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!