เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่ห้าของชั่วโมง เอกสารรายงานงบประมาณการตลาดไตรมาสล่าสุดถูกพลิกกลับไปกลับมาจนกระดาษมุมยับยู่ยี่ คิมหันต์ขยับแว่นสายตา เลื่อนมือขวาขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อขับไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากการจ้องตัวเลขหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกือบหี่โมง
ปัญหาบานปลายจากฝั่งซัพพลายเออร์ที่กะทันหันทำให้โปรเจกต์ใหญ่สั่นคลอน และเขากำลังเครียดจนแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะทำงานให้รู้แล้วรู้รอด
"ถ้ายังอ่านด้วยสายตาแบบนั้น เอกสารแผ่นนั้นคงทะลุเป็นรูไปแล้วล่ะมั้งครับคุณเลขา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นสดชื่นของแอมเบอร์ที่ลอยมาแตะจมูก คณินยืนกอดอกมองร่างโปร่งที่กำลังนั่งไหล่ตกอยู่หน้าจอด้วยสายตาที่ฉายแววเป็นห่วง แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มมุมปากตามนิสัยปากร้ายที่แก้ไม่หาย
คิมหันต์ชะงักมือที่กำลังนวดขมับ เขาไม่ได้หันกลับไปทันที แต่เลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความประชดประชันตามสไตล์
"ถ้าท่านประธานว่างมากจนมีเวลามาเดินตรวจความเรียบร้อยถึงโต๊ะเลขา ช่วยเซ็นอนุมัติงบแก้ปัญหาตรงนี้ให้มันจบๆ ไปซะทีเถอะครับ ผมจะได้เลิกมองเอกสารจนมันทะลุอย่างที่ท่านว่า"
"ปากเก่ง" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายมากขึ้น "ทำงานผิดพลาดเองแล้วยังกล้ามาประชดผมอีกเหรอครับ คุณคิมหันต์"
"ผมไม่ได้ทำผิดพลาด ซัพพลายเออร์ต่างหากที่เบี้ยวสัญญาหน้าด้านๆ และถ้าผมแก้ปัญหาเองได้ตั้งแต่แรก คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวจนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่แบบนี้หรอกครับ" คิมหันต์สวนกลับทันควันโดยไม่ยอมลดละความพ่ายแพ้ ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองหน้าเจ้านายตัวสูงอย่างเอาเรื่อง แม้ใบหน้าจะซีดเซียวและมีร่องรอยความเหนื่อยล้าชัดเจน
คณินหรี่ตามองคนดื้อรั้นตรงหน้า ความจริงเขาตั้งใจจะเดินมาเพื่อยื่นเอกสารอนุมัติฉบับด่วนที่เพิ่งเซ็นเสร็จให้ แต่อาการไหล่ห่อและคิ้วที่ขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นปมของอีกฝ่าย กลับทำให้ความตั้งใจเดิมเปลี่ยนไป
ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ด้านข้างเก้าอี้ทำงานของคิมหันต์ในระยะประชิด มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวที่กำลังถือปากกาอยู่ ปัดมันออกเบื้องล่างอย่างถือวิสาสะ
"เฮ้ย! ท่านประธาน ทำอะไรครับเนี่ย" คิมหันต์สะดุ้งสุดตัว รีบชักมือกลับแต่ถูกอีกฝ่ายรวบไว้แน่นกว่าเดิม
"อยู่นิ่งๆ" คณินออกคำสั่งเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วมือเรียวยาวของท่านประธานที่ขึ้นชื่อว่าเนี๊ยบและสะอาดสะอ้าน ยื่นออกไปแตะที่ขมับของคิมหันต์แผ่วเบา ก่อนจะเริ่มนวดคลึงวนเป็นวงกลมอย่างเบามือ
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบโต๊ะทำงานชั่วขณะ คิมหันต์ตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับสัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนอย่างไม่เคยคาดคิดจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ กลิ่นอายความเป็นระเบียบและไอร้อนจากฝ่ามือของคณินส่งผ่านความรู้สึกแปลกประหลาดเข้ามาในอก หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเครียดเรื่องงาน กลับเปลี่ยนจังหวะไปเพราะแรงสั่นสะเทือนจากสัมผัสใกล้ชิดนี้แทน
"ปล่อยนะครับ... ผมทำเองได้" คิมหันต์กระซิบเสียงแผ่ว ความดื้อรั้นเมื่อครู่มลายหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความเกร็งที่ลามเลียไปทั่วแผ่นหลัง
"ถ้าปล่อยแล้วคุณจะเลิกทำหน้าเหมือนคนอมขี้ไก่แบบนี้ไหมล่ะครับ" คณินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนแสงที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้ง "เครียดจนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม... เก่งนักไม่ใช่เหรอเรื่องเถียงผม ทำไมเวลาเจอเรื่องแค่นี้ถึงทำท่าจะล้มลงไปนอนคาโต๊ะซะให้ได้ล่ะครับ"
"ผมไม่ได้จะล้มสักหน่อย..." คิมหันต์พึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมที่มองตรงมาอย่างเปิดเผย ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเองมาตลอด
คณินมองท่าทีจำยอมที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นจากคนปากเก่งแล้วมุมปากก็กระตุกยิ้ม ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ภายใต้มาดประธานผู้เย่อหยิ่ง เริ่มกัดกินหัวใจเขาจนทนไม่ไหว ร่างสูงค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าแทนที่จะถอยห่าง เขากลับก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังเก้าอี้หมุนที่คิมหันต์นั่งอยู่
ก่อนที่คิมหันต์จะทันได้ตั้งตัว แขนแกร่งทั้งสองข้างก็โน้มลงโอบกอดร่างโปร่งจากด้านหลัง สองมือประสานเข้าหากันบริเวณหน้าท้องของคนนั่ง ปลายคางได้รูปวางเกยลงบนลาดไหล่แคบอย่างพึงพอใจ
"ท่านประธาน! ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยผมนะ!" คิมหันต์สะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายเกร็งขึงด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดลามเลียไปถึงใบหู มือทั้งสองข้างพยายามแกะมือหนาที่โอบรัดรอบเอวไว้ออก แต่ยิ่งดิ้น แรงกอดรัดก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น
"อยู่นิ่งๆ สั้นๆ สักนาทีเถอะน่า" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนคิมหันต์ขนลุกซู่ "ผมเหนื่อย... และคุณก็เครียด พักผอแบกโลกไว้คนเดียวสักนาทีมันจะตายรึไงครับ"
คำพูดนั้นทำเอาคิมหันต์ชะงัก การดิ้นรนหยุดลงทันที ปลายจมูกได้กลิ่นหอมสะอาดจากตัวของคนด้านหลังที่โอบกอดเขาไว้ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดกับแผ่นหลัง ทำให้กำแพงความแข็งกระด้างที่เขาสร้างขึ้นพังทลายลงชั่วขณะ
ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานหนักและการกดดันตลอดทั้งวัน ทำให้คิมหันต์เผลอหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสอันอ่อนโยนที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ในวินาทีที่หัวใจสองดวงเต้นใกล้กันจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน ความเงียบสงบในห้องทำงานส่วนตัวดูเหมือนจะหยุดเวลาไว้เพียงแค่คนทั้งสอง
แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"คุณณินคะ รตาเอาเอกสาร... เอ๊ะ!"
---
✨ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่เตรียมตัวเข้ามาขัดจังหวะท่านประธานไปพร้อมกับรตานะครับ!
— ราชันย์หอกทมิฬ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 23
อ้อมกอดจากด้านหลัง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!