กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องพักขนาดเล็กในอพาร์ตเมนต์เก่า ๆ แตกต่างจากห้องสูทหรูหราของคณินโดยสิ้นเชิง แต่อย่างน้อยตอนนี้มันก็อุ่นพอที่จะทำให้ร่างที่กำลังสั่นเทาด้วยพิษไข้ของคิมหันต์สงบลงได้บ้าง
มือหนาของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับกำลังวางผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ลงบนหน้าผากเนียนชื้นเหงื่ออย่างเบามือที่สุดเท่าที่คนปากแข็งอย่างเขาจะทำได้ คณินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าซีดเซียวที่ริมฝีปากแห้งผาก ขอบตาช้ำจากการร้องไห้สะอื้นยามหลับใหล
ให้ตายสิ... คนปากเก่ง ทันคน และชอบต่อปากต่อคำกับเขาจนน่าหมั่นไส้คนนั้นหายไปไหนเสีย เหลือเพียงเด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ ที่กำลังนอนซมและพึมพำชื่อคนในครอบครัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อย่า... อย่าทำแม่อย่างนั้น... พ่อครับ พอเถอะ..."
เสียงแหบแห้งหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบาง คณินชะงักมือที่กำลังจะหยิบผ้าขนหนูไปซัก นิ้วเรียวยาวชะงักค้างกลางอากาศ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับกระตุกวูบอย่างแรงโดยไร้สาเหตุ
ความเงียบงันภายในห้องยามค่ำคืนทำให้ทุกถ้อยคำที่คิมหันต์เพ้อออกมาดังชัดเจนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก คณินขยับเก้าอี้ไม้เก่า ๆ เข้าไปใกล้เตียงนอนให้มากขึ้น โน้มตัวลงฟังเงียบ ๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนด้านนอกที่ส่องลอดผ้าม่านสีซีดเข้ามา
"คิม... ทนอีกนิดนะลูก..." คิมหันต์ละเมอเรียกชื่อตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เด็กเกินกว่าวัยจะแบกรับ "หนี้... หนี้ก้อนนั้น คิมหามาคืนให้หมดแล้ว... อย่ามายุ่งกับแม่อีกเลย..."
หยาดน้ำใสไหลรินออกจากหางตาของคนป่วย ซึมลงกับหมอนใบเก่าจนเปียกชื้น คณินเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกหน่วง ๆ ในอกตีรวนขึ้นมาจนหายใจไม่ทั่วท้อง ภาพลักษณ์ของ 'คิมหันต์' เลขาหนุ่มมาดมั่น ผู้เดินเชิดหน้าชูตาเข้าบริษัทด้วยความภาคภูมิใจและแววตาดื้อรั้น ซ้อนทับเข้ากับภาพเด็กหนุ่มผู้แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าคนนี้
ที่ผ่านมา... เจ้าตัวเล็กนี่ต้องเจออะไรมาบ้างวะ?
คณินขบกรามแน่น ความโกรธเคืองที่เคยมีต่อภาระหนี้สินหรือเรื่องราววุ่นวายก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่กัดกินหัวใจ เขาเกลียดการเห็นน้ำตาของคนอื่น และเกลียดที่สุดคือการที่หัวใจตัวเองดันมารู้สึกเจ็บแปลบทุกครั้งที่เห็นรอยยฝืน ๆ บนใบหน้านั้น
มือหนายื่นออกไปช้า ๆ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มสากระคายอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่นุ่มนวลและอบอุ่นนั้นทำให้คิมหันต์ส่งเสียงครางอือในลำคออย่างกระสับกระส่าย ร่างบางขยับเข้าหาความอบอุ่นโดยสัญชาตญาณ มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของคณินแล้วดึงมากุมไว้แนบแก้มแน่นราวกับเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวความมืด
คณินตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ปลายจมูกได้กลิ่นสบู่เด็กอ่อน ๆ จากตัวอีกฝ่าย ผสมกับกลิ่นไอร้อนจากพิษไข้ หัวใจที่เคยเยือกเย็นและปิดตายมาตลอดหลายปีกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในอก
"เฮีย..." เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาออกจากปากคนที่ยังหลับตาอยู่ "อย่าทิ้งคิม... นะครับ..."
คำว่า "เฮีย" ที่หลุดออกมาจากปากคนที่ชอบเรียกเขาว่า "ท่านประธาน" ด้วยน้ำเสียงห่างเหินและประชดประชันในยามปกติ ทำเอาคณินนิ่งงันไปสนิท ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาจุกที่อก ปลายนิ้วที่ถูกกุมไว้ขยับกลับไปลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเผลอไผล สายตาทอดมองร่างที่นอนซมด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
"ใครจะไปทิ้งนายกันเล่า... เจ้าเด็กดื้อเอ๊ย" คณินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนเจ้าตัวยังตกใจ เผลอระบายยิ้มจาง ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว
แต่ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและเปราะบาง เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นขัดจังหวะ ทำลายความเงียบงันภายในห้องจนสะเทือน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
คณินขมวดคิ้วมุ่นทันที ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาดึงมือออกจากกาลกุมของคิมหันต์อย่างระมัดระวัง แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงและเย็นชาดังเดิมในพริบตา
ขายาวก้าวฉับ ๆ ไปที่ประตูหน้าห้อง มือหนาเปิดประตูออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงหมายจะเอ็ดคนที่บังอาจมารบกวนในเวลาแบบนี้ แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนอยู่หน้าห้องกลับทำให้คณินต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง
รตา ยืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย พร้อมกับธนัตถ์ที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ด้านหลัง
"ไงคะคุณประธาน... ดิฉันไม่คิดเลยนะคะว่าคนงานIร้หัวใจอย่างคุณ จะมานั่งเฝ้าเด็กฝึกงานไข้ขึ้นในห้องเช่าโทรม ๆ แบบนี้ด้วยตัวเอง" ไฮโซสาวเอ่ยเสียงสูง ปรายตามองเข้าไปในห้องด้วยแววตารังเกียจ
คณินหรี่ตามองคนทั้งสอง นัยน์ตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ร่างสูงก้าวขวางประตูเอาไว้มิดชิด ไม่ยอมให้ใครก้าวล้ำเข้ามาด้านในเด็ดขาด
"พวกคุณมาที่นี่ได้ยังไง..." คณินถามด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน อันตรายยิ่งกว่าพายุฝนข้างนอก
"ถ้าคุณไม่กลับบริษัทสักที ฉันกับธนัตถ์คงปล่อยให้คุณหายไปกับเด็กนี่ไม่ได้หรอกค่ะ" รตาเชิดหน้าขึ้น "เตรียมตัวอธิบายเรื่องทั้งหมดให้บอร์ดบริหารฟังวันพรุ่งนี้ได้เลย... ว่าทำไมท่านประธานถึงทิ้งงานสำคัญ มาเฝ้าเด็กกะโปโลคนนี้!"
คณินแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาคมกริบฉายประกายเยียบเย็นจนรตาต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เขากำหมัดแน่นโดยไม่ปริปากแก้ตัวแม้แต่คำเดียว
ทว่า... ก่อนที่คณินจะได้สวนกลับอะไรออกไป เสียงแหบพร่าจากด้านหลังก็ดังแว่วขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
"เฮีย... ใครมาเหรอ..."
คณินสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับไปมองด้านในห้องทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างเมื่อเห็นคิมหันต์กำลังพยุงร่างอ่อนปวกเปียก ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว ดวงตาปรือปรอยมองมาที่เขาและแขกผู้มาใหม่ด้วยความมึนงง
รตาชะโงกหน้าผ่านไหล่กว้างของคณินเข้าไปด้านใน สายตาดั่งเหยี่ยวจดจ้องไปยังร่างของคิมหันต์ด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ
"อ้าว ตื่นพอดีเลยสินะคะเด็กน้อย... รู้ไหมคะว่าคุณกำลังทำให้เจ้านายของคุณตกที่นั่งลำบากขนาดไหน?"
คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ร่างสูงขยับตัวบังคิมหันต์ให้พ้นจากสายตาคุกคามนั้นทันที พร้อมกับหันกลับไปเผชิญหน้ากับรตาด้วยแววตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล
"ถอยไป... แล้วอย่ามาล้ำเส้นคนของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 9
รอยแผลในใจที่เผลอเปิดเผย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!