รสสัมผัสอุ่นร้อนที่เพิ่งผละออกไปทิ้งร่องรอยความสั่นไหวไว้บนกลีบปากอิ่ม คิมหันต์ยืนนิ่งค้าง สมองที่เคยประมวลผลงานเอกสารกองโตได้อย่างรวดเร็วดั่งติดเทอร์โบ กลับชะงักงันราวกับระบบไฟฟ้าลัดวงจร ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่เชื่อสายตา นี่คือสิ่งที่ท่านประธานผู้แสนเย่อหยิ่งและถือตัวคนนั้นเพิ่งทำลงไปอย่างนั้นหรือ
"อะ... ไอ้..."
คำด่าทอที่เตรียมพ่นใส่หน้าถูกกลืนกลับลงคอทันที เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ายื่นมาแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของตนเอง คณินไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนประชิดตัวจนแผ่นหลังของเลขาหนุ่มแนบติดกับบานประตูห้องทำงาน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนระอุจากร่างกายของอีกฝ่ายโอบล้อมพื้นที่รอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้ายังดื้อแล้วอวดเก่งใส่ผมอีก ประโยคต่อไปมันจะไม่ใช่แค่การปิดปากด้วยวิธีนี้แน่... คิมหันต์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยคาดโทษ รuwเบาแต่ทรงพลังจนคนฟังต้องเม้มปากแน่นอย่างขัด
ความจริงแล้ว คิมหันต์รู้ตัวดีว่าร่างกายของตัวเองเริ่มส่งสัญญาณประท้วงตั้งแต่ช่วงบ่าย พิษไข้ต่ำๆ จากการหักโหมงานติดต่อกันหลายคืนเริ่มเล่นงานจนขาก้าวแทบไม่ออก แต่ด้วยศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นที่ถูกหล่อหลอมมาจากการต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบในสังคมเมืองหลวง ทำให้เขาเลือกที่จะกลืนยาแก้ปวดแล้วก้มหน้าก้มตาตรวจงบการเงินต่อโดยไม่ปริปากบ่น ทว่าคนอย่างคณินมีเรดาร์ที่ไวต่อความผิดปกติของเลขาคนนี้เสียยิ่งกว่าเครื่องตรวจจับโลหะ
ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้เริ่มมีริ้วแดงระเรื่อแปลกๆ ตรงโหนกแก้ม ลมหายใจที่ผ่อนออกมามีความร้อนผ่าวเสียจนเขารู้สึกได้ผ่านผิวเนื้อที่สัมผัส
"เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วเดินตามมาดีๆ" คณินถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดปนระอา ก่อนจะคว้าข้อแขนเรียวแล้วออกแรงดึงให้เดินตามมา แม้ปากจะพ่นคำพูดร้ายกาจออกมาไม่หยุดเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนในใจ "ถ้าคุณเป็นลมล้มพับคาโตفتทำงานพรุ่งนี้ ผมคงต้องเสียเวลาหาเลขาใหม่ และผมเกลียดการเริ่มต้นใหม่อะไรเดิมๆ ซ้ำซากที่สุด"
"ปล่อยนะ... ผมเดินเองได้... เฮีย... เอ๊ย ท่านประธาน!" คิมหันต์พยายามสะบัดข้อมือออก แต่เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย พิษไข้เริ่มลุกลามจนโลกทั้งใบโคลงเคลงชั่วขณะ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยตะกั่ว รู้ตัวอีกที ร่างกายก็เซถลินเข้าหาแผ่นอกกว้างของคนนำทางเสียแล้ว
คณินชะงัก สัญชาตญาณทำให้วงแขนแข็งแรงรวบเอวบางเอาไว้ได้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะทรุดลงไปกองกับพื้น มือหนาแตะสัมผัสโดนลำคอระหงและหน้าผากมน
"ให้ตายสิ... ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ยังจะอวดดีทำงานจนดึกดื่น" น้ำเสียงดุๆ เจือความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยเย็นชา
ห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานใหญ่ถูกเปิดออกด้วยคีย์การ์ด คณินประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเลขาหนุ่มมาวางลงบนโซฟากนกกำมะหยี่สีเข้มตัวยาว ความนุ่มของเบาะช่วยรองรับน้ำหนักตัวที่ตอนนี้ทิ้งทับลงมาทั้งหมด คิมหันต์หลับตาปี๋ ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาทางริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศ
"อย่ามาทำเป็นสำออย ลุกขึ้นมาดื่มน้ำซะ"
คณินเดินไปหยิบแก้วน้ำอุ่นจากมุมห้อง พร้อมซองยาพาราเซตามอลที่ติดไว้ในตู้ยาประจำห้องทำงานส่วนตัว เขากลับมานั่งยองๆ ข้างโซฟา มือหนึ่งประคองต้นคอของคนป่วยให้เงยขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้อนน้ำและยาอย่างเก้ๆ กังๆ ปรกติแล้วผู้ชายอย่างคณินไม่เคยต้องมาปรนนิบัติใคร ยิ่งเป็นเรื่องการดูแลคนป่วยด้วยแล้ว ยิ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดว่าจะทำในชีวิต
"ขม..." คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่ชอบใจ เบือนหน้าหนีเมื่อรสชาติของยาแตะโดนปลายลิ้น
"อย่าเรื่องเยอะคิมหันต์ ถ้าไม่อยากให้อาการมันแย่ไปกว่านี้ก็กลืนลงไปเดี๋ยวนี้" คณินขู่เสียงเข้ม แต่สายตากลับทอดมองด้วยความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างเบามือ
คิมหันต์ปรือตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ในยามที่อีกฝ่ายถอดมาดประธานผู้เย็นชาออก และเหลือเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่หลังคำพูดร้ายๆ มันชวนให้หัวใจที่เต้นผิดจังหวะอยู่แล้ว ยิ่งเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ทำไม... ต้องทำดีด้วย..." เสียงแหบพร่าเอ่ยถามแผ่วเบา ดวงตากลมโตฉายแววสับสนระคนอ่อนล้า "ปากบอกว่าเกลียด... แต่ทำไม..."
"ใครบอกว่าผมเกลียดคุณ" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่พรั่งพรู "ผมแค่เกลียดคนไม่รู้จักดูแลตัวเองต่างหาก เลิกเพ้อเจ้อแล้วนอนพักซะ"
แม้จะพูดแบบนั้น แต่คณินก็ยอมถอดสูทเนื้อดีออก พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นถึงข้อศอก ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆ กลับมาเช็ดหน้าเช็ดตาและตามลำคอให้คนดื้อรั้นที่ตอนนี้หลับตาพริ้มเพราะฤทธิ์ยา การเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเก้ๆ กังๆ แต่กลับนุ่มนวลอย่างประหลาด
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง อาการตัวร้อนของคิมหันต์เริ่มทุเลาลง ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้นบ่งบอกว่าเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว คณินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขานั่งมองใบหน้ายามหลับใหลของเลขาหนุ่มที่ดูไร้พิษสงและน่าเอ็นดูเสียจนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปปัดแก้มเนียนเบาๆ
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องพักส่วนตัว คณินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ใครกันที่กล้ามาบุกรุกความเป็นส่วนตัวของเขาในยามวิกาลเช่นนี้
ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบตึง ทว่าเมื่อบานประตูเปิดออก ดวงตาคมกริบก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนยามวิกาล
"ณินคะ... รตาโทรหาคุณตั้งหลายสายทำไมไม่รับ รู้ไหมคะว่ารตาเป็นห่วง..." รตา ไฮโซสาวคู่หมั้นทางธุรกิจ ก้าวล้ำเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่รอให้อذنญาต ดวงตาสวยเฉี่ยววาดมองไปรอบห้องก่อนจะชะงักก้างเมื่อเห็นร่างของใครอีกคนนอนอยู่บนโซฟา "เอ๊ะ... นั่นใครคะ ทำไมถึงมานอนอยู่ในห้องพักส่วนตัวของคุณได้?"
คณินหน้าตึงขึ้นทันที เขากำมือแน่น ยืนขวางทางไม่ให้รตาเดินเข้าไปลึกกว่านั้น ขณะที่เสียงฝีเท้าและเงาของใครอีกคนกำลังก้าวตามหลังรตาเข้ามาในห้องชุดส่วนตัวอย่างเงียบเชียบ...
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 8
เมื่อเด็กดื้อไข้ขึ้น
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!