"คุณรตา กรุณาเอาแขนออกจากไหล่ผมด้วยครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความรำคาญชัดเจนดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอึมครึมภายในห้องทำงานส่วนตัวลงอย่างสิ้นเชิง รตาชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อภาพสะท้อนในกระจกและสายตาคมกริบของคนที่นอนอยู่ข้างใต้ บ่งบอกว่าเธอกำลังล파สำลักความมั่นใจของตัวเองเข้าเต็มเปลาะ จากอุบัติเหตุสะดุดพรมเมื่อครู่ กลายเป็นท่าทางล่อแหลมที่แนบชิดชนิดที่เรียกว่าแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน—ประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชาอย่างคณิน กำลังนอนราบอยู่บนโซฟาหนังแท้ โดยมีเลขาหน้าหวานอย่างคิมหันต์... เดี๋ยวนะ?
ไม่ใช่คิมหันต์!
รตากะพริบตาปริบๆ เมื่อเพ่งมองร่างที่อยู่ใต้ร่างเธอดีๆ กลายเป็นว่าเธอสะดุดขาตัวเองล้มทับ "ท่านประธาน" ที่กำลังนอนพักสายตาอยู่ต่างหาก ไม่ใช่เลขาหน้าหวานคนนั้นที่ยืนถือแฟ้มมองอยู่มุมห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาพราวระยับราวกับกำลังนั่งดูละครตลกฉากใหญ่
คิมหันต์ยืนกอดอกพิงผนกระจกใส มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก สายตาคมปลาบมองภาพหญิงสาวไฮโซที่กำลังทาบทับเจ้านายหนุ่มด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ คณินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาดุคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ ไม่ใช่เพราะรตาที่ทำตัวน่ารำคาญ แต่เป็นเพราะสายตากวนประสาทของเลขานุการส่วนตัวต่างหาก ที่มองเขาด้วยสายตากรุ่มกริ่มราวกับผู้ชนะ
"เอ่อ... คือรตาขอโทษค่ะเฮีย พอดีรตาเดินสะดุด..." ร้ารีบผุดลุกขึ้นด้วยความเขินอาย ใบหน้าสวยเฉี่ยวย้อมด้วยสีระเรื่อ รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"ถ้าสายตามันสั้นจนมองไม่เห็นโซฟาตัวเบ้อเริ่ม กรุณาใส่คอนแทกต์เลนส์มากล่าวโทษผมทีหลังนะครับคุณรตา ออกไปได้แล้ว ผมมีงานต้องเคลียร์" คณินไล่ตะpirdอย่างไร้เยื่อใย ไม่ไว้หน้าแม้จะเป็นคู่หมั้นทางธุรกิจที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ รตากัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ แต่ก็ยอมเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องอย่างเสียหน้า
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมา ทว่าอุณหภูมิในห้องกลับลดฮวบลงจนน่าใจหาย คณินลุกขึ้นนั่งจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึง ดวงตาคมดุวัติมองตรงไปยังต้นเหตุของความหงุดหงิดทั้งหมดที่ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
"ยืนบื้ออะไรอยู่? แฟ้มรายงานงบไตรมาสสามเสร็จหรือยัง หรือว่าสมองส่วนการคำนวณมันฝ่อไปพร้อมกับตอนที่ยืนหัวเราะเยาะผมเมื่อกี้"
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับแว่นสายตาบางเบาบนสันจมูก รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของท่านประธานเลยสักนิด
"เรียบร้อยดีครับท่านประธาน... แต่ดูท่าทางท่านประธานเมื่อกี้ จะบริหารร่างกายหนักไปหน่อยนะครับ ถึงได้ล้มลุกคลุกคลานกับคุณรตาซะขนาดนั้น เกรงใจโซฟาห้องทำงานบ้างนะครับ มันราคาแพง"
"คิมหันต์!" คณินคำรามเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเลขาหนุ่มอย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "ปากเก่งนักนะ ช่วงนี้อยากลองดีกับผมมากใช่ไหม? ลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนเซ็นอนุมัติเงินเดือนคุณ"
"ไม่ได้ลืมครับ... แต่จำแม่นเลยล่ะครับว่าท่านประธานใจดีขนาดไหน" คิมหันต์ไม่แม้แต่จะหลบสายตา ดวงตากลมโตส่อแววท้าทายอย่างเปิดเผย ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างดื้อรั้น "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปเคลียร์งานต่อที่โต๊ะนะครับ กลัวว่าถ้าอยู่ใกล้ท่านประธานมากๆ เดี๋ยวผมจะพลอยติดนิสัยดุใส่ชาวบ้านเขาไปทั่ว"
พูดจบก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไปอย่างไร้มารยาท ทิ้งให้คณินยืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ ปะปนกับความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกจนน่ารำคาญ... เด็กนี่มันน่าจับตีให้ก้นลายจริงๆ!
ผ่านไปหลายชั่วโมง บรรยากาศภายในห้องทำงานของประธานบริษัทกลับสู่ความเงียบสงบ คณินนั่งเคลียร์เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงาน สายตาคมปลาบละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะเอื้อมมือไปกดปุ่มสลับหน้าจอไปยังระบบกล้องวงจรปิดภายในสำนักงาน
บนจอภาพความละเอียดสูงปรากฏภาพของพื้นที่ทำงานด้านนอก โต๊ะทำงานของเลขาหน้าหวานตั้งอยู่ไม่ไกลจากประตูกระจกมากนัก คิมหันต์กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานด้วยความตั้งใจ เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงปรกหน้าผากเล็กน้อยทำให้เจ้าตัวดูเด็กกว่าอายุจริงไปโขกหนึ่ง คณินหรี่ตามองภาพนั้น นัยน์ตาคมเข้มฉายแววอ่อนลงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ—มือหนาถือปากกาหมึกซึมค้างไว้ ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปโดยไม่ละสายตาไปจากจอภาพ
ทว่าความสงบสุขในใจของท่านประธานหนุ่มก็อยู่ได้ไม่นาน...
เมื่อประตูกระจกโซนด้านนอกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนียบของ "ธนัตถ์" เพื่อนสนิทและทนายความส่วนตัวของเขา ธนัตถ์เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาหาคิมหันต์ด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ก่อนจะโน้มตัวลงพูดคุยอะไรบางอย่าง สีหน้าของคิมหันต์เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สว่างไสวเสียจนคณินรู้สึกแสบตา
มือหนาที่ถือปากกาอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน
ในกล้องวงจรปิด ธนัตถ์กำลังโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของคิมหันต์มากขึ้น ท่าทางสนิทสนมและเสียงหัวเราะคิกคักที่ส่งให้กันผ่านไมโครโฟนบันทึกเสียงมุมห้อง ทำเอาคณินที่นั่งดูอยู่คนเดียวในห้องทำงานถึงกับเลือดขึ้นหน้า
*ไอ้ธนัตถ์! นั่นทนายบริษัทนะเว้ย ไม่ใช่พนักงานขายประกัน ทำไมต้องเข้าไปใกล้ขนาดนั้นวะ! แล้วคิมหันต์นั่นอีก... ยิ้มอะไรนักหนากับไอ้เพื่อนเวรนี่ หน้าตาก็ธรรมดา ทำไมถึงได้แจกยิ้มเรี่ยราดแบบนั้น!*
คณินขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงดังกรอด ความหึงหวงและหงุดหงิดพุ่งพล่านจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ เขากดอินเตอร์คอมบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนปลายสายสะดุ้ง
"คิมหันต์! เข้ามาพบผมที่ห้องเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดผ่านลำโพงดังชัดเจนจนธนัตถ์ที่ยืนคุยอยู่ข้างนอกถึงกับชะงัก หันมามองประตูกระจกห้องทำงานประธานด้วยความงุนงง ส่วนคิมหันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังห้องประธานด้วยฝีเท้าหนักหน่วง
แกร็ก!
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องเคาะตามระเบียบ คิมหันต์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความต่อต้าน
"มีอะไรอีกครับท่านประธาน เรียกซะเสียงดัง ประชุมระดับชาติยังไม่เครียดเท่านี้เลย"
คณินเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนบรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบ
"ว่างมากสินะ ถึงได้ยืนหัวร่อต่อกระซิกกับทนายความบริษัทในเวลางาน งานที่ผมสั่งให้ทำเสร็จหมดแล้วหรือไง ถึงมีเวลาไปบริการแขกบ้านแขกเมืองแบบนั้น" คณินเปิดฉากโจมตีด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นสูง แววตากลมโตฉายแววไม่พอใจทันที "ผมคุยเรื่องงานกับคุณธนัตถ์แค่ห้านาทีเองนะครับท่านประธาน อีกอย่าง... กาแฟแก้วนั้นคุณธนัตถ์เขาซื้อมาฝากผมในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่ได้ใช้งบของบริษัทสักบาท ทำไมครับ? หรือว่าท่านประธานอิจฉาที่ไม่มีใครซื้อกาแฟมาฝาก?"
จี๊ด! คำพูดแทงใจดำทำเอาคณินแทบสำลักลมหายใจ ประธานหนุ่มผุดลุกขึ้นเต็มความสูง สาวเท้าเข้าประชิดตัวเลขาปากเก่งด้วยความเร็วสูงจนคิมหันต์ถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูกระจกที่เพิ่งปิดลง
คณินยกมือขึ้นกักตัวอีกฝ่ายไว้ด้วยการวางแขนทาบกับบานกระจกทั้งสองข้าง ก้มหน้าลงมองคนตัวเล็กที่เงยหน้าสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจเต้นระส่ำ
"คิดว่าตัวเองปากดีแล้วผมจะไม่กล้าทำอะไรใช่ไหม คิมหันต์" เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก แววตาคมกริบวับวาวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงเกินกว่าจะควบคุม "จำใส่สมองเอาไว้... หน้าที่ของคุณคือมองหน้าผม ไม่ใช่ไปส่งยิ้มเรี่ยราดให้ไอ้ธนัตถ์หรือใครหน้าไหนทั้งนั้นเข้าใจไหม!"
คิมหันต์ใจกระตุกวูบกับระยะประชิดและแววตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างไม่ปิดบังนั่น ทว่าริมฝีปากบางก็ยังไม่วายสวนกลับอย่างถือดี
"ทำไมล่ะครับ... หรือว่าท่านประธาน..."
ประโยคยียวนยังไม่ทันได้หลุดออกจากปากครบถ้วน คณินก็ทนความดื้อรั้นของคนตรงหน้าไม่ไหวอีกต่อไป—มือหนาเลื่อนขึ้นรั้งท้ายทอยอีกฝ่ายไว้แน่น ไม่เปิดโอกาสให้พูดต่อ ก่อนจะก้มลงประกบจูบปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดอย่างไร้ความปรานี!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความซึนของท่านประธานและเลขาปากเก่งในตอนนี้นะครับ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 7
ปากบอกไม่แคร์ แต่แอบมอง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!