เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 6

อุบัติเหตุใกล้ชิดเกินเบอร์

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น สะท้อนก้องห้องทำงานเพดานสูงตระหง่านของประธานบริหารบริษัท กลิ่นอายความตึงเครียดลอยอบอวลเสียจนออกซิเจนในห้องแทบเจือจางลงครึ่งหนึ่ง คณินตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนมองร่างโปร่งของเลขาคนใหม่ที่ยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ ไม่มีความเกรงกลัวต่อบารมีของประธานหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีแม้แต่น้อย "คุณคิมหันต์... ผมสั่งให้คุณคัดแยกเอกสารงบประมาณไตรมาสสุดท้าย ไม่ใช่เอาขยะพวกนี้มารกหูรกตาผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้น ทว่าคนฟังกลับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะท้าน รอยยิ้มมุมปากของคิมหันต์ปรากฏขึ้นเล็กน้อย ราวกับความเกรี้ยวกราดของเจ้านายหนุ่มเป็นเพียงเรื่องตลกคาเฟ่ที่เขาพร้อมจะปัดตกได้ทุกเมื่อ "ขยะที่ท่านประธานว่าเนี่ย งบลงทุนหลักร้อยล้านนะครับคุณคณิน ถ้าตาไม่ฝ่อจนเกินไปก็น่าจะเห็นว่าผมทำไฮไลต์จุดสำคัญไว้หมดแล้ว หรือว่า... ต้องให้ผมเอาแว่นขยายมาเสิร์ฟด้วยดีครับ ถึงจะอ่านตัวหนังสือออก" คณินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความอดทนของเขาที่มีต่อเด็กหนุ่มปากเก่งคนนี้กำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัด ทุกๆ วันที่คิมหันต์ก้าวเข้ามาเหยียบในห้องนี้ ชีวิตการทำงานอันแสนสงบและเป็นระเบียบของเขาพังทลายไม่เป็นท่า ปากร้ายๆ ที่มักจะย้อนเขากลับมาทุกคำ ทำให้หัวใจที่ควรจะด้านชาต่อโลกภายนอกกลับเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล... ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่คณินเกลียดที่สุด—เกลียดความรู้สึกที่ตัวเองกำลังพ่ายแพ้ให้กับเด็กดื้อคนนี้ "ปากดีนักนะ... ถ้างานนี้มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว เงินเดือนเดือนนี้ของคุณได้ปลิวหายไปกับสายลมแน่" คณินขู่เสียงลอดไรฟัน พลางทิ้งตัวลงนั่งพิงโซฟาหนังแท้สีดำสนิทในมุมห้องเพื่อพักผ่อนสายตาจากตัวเลขมหาศาล มือหนายกขึ้นนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โซฟาตัวยาวที่มีร่างหนาของเจ้านายเอกสิทธิ์นั่งอยู่ "หักเงินเดือนผมเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะครับ ประธานคณิน ระวังเถอะ... หักไปหักมา ผมอาจจะลาออกไปสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟร้านกาแฟหน้าตึก แล้วตอนนั้นใครจะคอยมานั่งเถียงกับคุณแก้เหงา" "ผมไม่เคยเหงา และไม่มีวันต้องการคนกวนประสาทแบบคุณมาอยู่ใกล้ๆ ด้วยซ้ำ ไดโปรด... ถอยออกไปให้พ้นหน้าผมที แค่เห็นหน้าคุณผมก็ปวดหัวจะแย่แล้ว" คณินโบกมือไล่ส่งส่งเดช โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่า กองเอกสารหนาเตอะที่คิมหันต์ถือติดมือมาด้วยเพื่อจะให้เขาเซ็นอนุมัติ ดันถูกวางไว้หมิ่นเหม่บนขอบโต๊ะรับแขกพอดี ความซุ่มซ่ามมักเกิดในวินาทีที่เราเผลอเสมอ นิ้วเรียวของคิมหันต์ที่ตั้งใจจะคว้าแฟ้มเอกสารเล่มสุดท้ายกลับทำมุมพลาด ปัดโดนสันปกหนาเตอะจนมันร่วงหล่นลงมาจากโต๊ะ แรงโน้มถ่วงพากล่องกระดาษและแฟ้มอีกสามสี่เล่มร่วงกราวลงพื้น พร้อมๆ กับร่างของคิมหันต์ที่เสียหลักเซถลาล้มพับลงไปตามแรงดึง "เฮ้ย!" คิมหันต์อุทานเสียงหลง ร่างโปร่งลอยหวือกลางอากาศก่อนจะทิ้งน้ำหนักลงไปเต็มแรง *ตุบ!* เสียงลมหายใจปะทะกันอย่างจังเมื่อร่างของคิมหันต์ร่วงลงไปทับร่างหนาของคณินที่นอนพิงโซฟาอยู่เต็มรัก มือแกร่งตามสัญชาตญาณรีบคว้าเอวบางเอาไว้เพื่อพยุงไม่ให้กระแทกแรงเกินไป แต่กลายเป็นว่าตำแหน่งการล้มในครั้งนี้มันช่างหมิ่นเหม่และใกล้ชิดเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลลิบ ใบหน้าของคิมหันต์ฝังอยู่ตรงซอกคอแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยเข้าจมูกจนเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด ส่วนคณิน... ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อริมฝีปากของเด็กหนุ่มเฉียดผ่านปลายคางของเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาทำให้แผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นอกบางอย่างไร้ช่องว่าง เวลาในห้องทำงานกว้างใหญ่ราวกับหยุดเดินไปชั่วขณะ คิมหันต์รีบเงยหน้าขึ้นเพื่อจะขอโทษ แต่จังหวะนั้นเองที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมกล้าของคณินพอดิบพอดี ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว หัวใจในอกซ้ายของคิมหันต์เต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู ไม่ใช่เพราะความตกใจจากอุบัติเหตุ... แต่เป็นเพราะประกายตาคู่คมที่กำลังมองจ้องลงมาที่ริมฝีปากของเขาอย่างมีความหมาย ลึกซึ้ง และร้อนแรงเสียจนน่ากลัว คณินลืมหายใจไปชั่วขณะ มือที่โอบเอวบางอยู่เผลอกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สัมผัสอุ่นร้อนจากเอวคอดผ่านเนื้อผ้าทำให้สมองสั่งการผิดเพี้ยน ปากร้ายๆ ที่มักจะพ่นคำด่าทอถูกปิดสนิท มีเพียงสายตาที่กำลังสื่อสารความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนเร้นมาตลอดหลายสัปดาห์ ความใกล้ชิดที่เกินเลยทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีชมพูเจือความร้อนรุ่มอย่างห้ามไม่อยู่ "เอ่อ... คุณคณิน... ปล่อยผมก่อนครับ" คิมหันต์กระซิบเสียงแผ่วเบa ความกล้าทั้งหมดที่มีเมื่อครู่ระเหิดหายไปอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้านวลขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด หัวใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "หึ..." คณินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใกล้ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน "ทีเมื่อกี้ยังก๋ากั่นใส่ผมอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงได้หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกไปได้ล่ะครับ คุณเลขาคนเก่ง" น้ำเสียงทุ้มพร่าต่ำเอ่ยเย้าแหย่ ทว่าแววตากลับจริงจังและวาบหวามอย่างประหลาด ปลายนิ้วแกร่งที่โอบเอวบางเผลอลูบไล้เบาๆ โดยสัญชาตญาณ เคมีที่ดึงดูดกันอย่างรุนแรงทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดด้วยอารมณ์อีกรูปแบบหนึ่ง—อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและความปรารถนาอันตราย คิมหันต์เม้มปากแน่น กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดแสบๆ คันๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อนุญาต ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมสุดหรูเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง "คณินคะ... รตาเอาเอกสารสำคัญมาให้... อุ๊ย!" รตาชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชา กำลังนอนราบอยู่บนโซฟา โดยมีเลขาหน้าหวานทาบทับอยู่บนตัวในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าแนบชิดจนแทบจะเป็นร่างเดียวกัน! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหัวใจคู่นี้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%