“นี่คือข่าวที่ดังที่สุดในรอบสัปดาห์... และผมมั่นใจว่าคุณไม่อยากให้มันดังไปกว่านี้แน่ เฮียณิน”
ธนัตถ์โยนแท็บเล็ตลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวหนา เสียงกระทบของมันดังสะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบสงัด คณินไม่ได้ปรายตามองหน้าเพื่อนสนิท ดวงตาคมกริบของเขายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟหุ้น แต่สันกรามที่ขบแน่นจนนูนชัดบ่งบอกได้ดีว่าพายุในใจกำลังก่อตัว
บนหน้าจอแท็บเล็ต คือพาดหัวข่าวบันเทิงธุรกิจที่ตัดต่อภาพระยะไกลของเขากับคิมหันต์ในยามค่ำคืนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มุมกล้องที่จงใจทำให้ดูคลุมเครือพร้อมพาดหัวที่พาดพิงถึง ‘ความสัมพันธ์ล้ำเส้นระหว่างประธานหนุ่มกับเลขาหน้าใส’
คณินเลื่อนเก้าอี้ถอยหลัง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันรอบตัวทำให้ธนัตถ์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ถึงกับต้องขยับตัวถอยห่าง
“มันเป็นแค่ข่าวเสี้ยม รตาคงเป็นคนปล่อยข่าวนี่สินะ” เสียงของคณินเรียบเย็น แต่มันเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต
“ข่าวเสี้ยมหรือเรื่องจริง ผมไม่สน แต่ตอนนี้บอร์ดบริหารเริ่มตั้งคำถามแล้วนะณิน นายก็รู้ว่าการมีข่าวฉาวในช่วงที่บริษัทกำลังเตรียมควบรวมกิจการกับทางฝั่งตระกูลรตามันสุ่มเสี่ยงแค่ไหน ถ้าหุ้นตกลงไปอีกนิดเดียว...”
“ผมจัดการเองได้” คณินตัดบท สวนกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ออกไปก่อนธนัตถ์ ผมต้องคุยกับคิมหันต์”
ประตูห้องทำงานถูกปิดลงทิ้งให้ห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง คณินคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายตรงหาเลขาคนเก่งที่นั่งอยู่ด้านนอก ไม่ถึงสามวินาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อนที่ร่างโปร่งของคิมหันต์จะก้าวเข้ามา
คิมหันต์ในวันนี้ดูต่างไปจากปกติเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มยียวนบัดนี้กลับเรียบเฉย แววตาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นแท็บเล็ตบนโต๊ะ
“เรียกผมเหรอครับท่านประธาน” คิมหันต์เอ่ยเสียงเรียบ
“เห็นข่าวแล้วใช่ไหม” คณินถาม พลางเดินอ้อมโต๊ะไปหยุดยืนตรงหน้าอีกฝ่าย ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้คิมหันต์ต้องแหงนหน้ามอง
“ครับ... เห็นตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว” คิมหันต์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ฝืนทำเหมือนไม่แคร์ “คนเราก็แปลกนะครับ เห็นแค่ภาพนิ่งก็ตัดสินนิสัยคนอื่นได้เป็นฉากๆ ท่านประธานจะให้ผมยื่นใบลาออกตอนนี้เลยไหมครับ จะได้จบเรื่อง”
“หุบปากซะ” คณินกดเสียงต่ำ สายตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเลขา “ใครอนุญาตให้คุณพูดเรื่องลาออก?”
“แล้วจะให้ผมทำยังไงครับ? นั่งก้มหน้าให้คนนินทาว่าปีนเตียงท่านประธานเพื่อเลื่อนขั้นเหรอ?” คิมหันต์เถียงกลับทันควัน ปากเก่งอย่างที่เขามักจะเป็นเสมอในยามที่สถานการณ์ตึงเครียด “ผมไม่ได้เป็นคนเริ่ม แต่ถ้ามันทำให้ชื่อเสียงคุณเสียหาย ผมก็แค่ตัวประกอบที่เดินออกไปจากเรื่องนี้ได้ง่ายที่สุด”
คณินคว้าข้อมือของคิมหันต์ไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นจนอีกฝ่ายชะงัก ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดจนแผ่นหลังของคิมหันต์ชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน
“คุณคิดว่าผมแคร์ปากชาวบ้านมากกว่าคนของผมงั้นเหรอ?” คณินโน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนใบหน้าของเลขาหนุ่ม “จำเอาไว้นะคิมหันต์ ถ้าผมจะเลือกใครสักคนมาเป็นข่าวด้วย ผมไม่ปล่อยให้มันเป็นแค่ข่าวลือไร้สาระแบบนี้หรอก”
หัวใจของคิมหันต์เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความปากเก่งที่มีอยู่ดูเหมือนจะถูกแช่แข็งไปชั่วขณะเมื่อเจอความดุดันที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้ข้างในของคนตรงหน้า
“หมายความว่ายังไง...” คิมหันต์ถามเสียงแผ่ว
คณินไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่มองลึกลงไปในตาคู่นั้น เหมือนกำลังจะสื่อสารอะไรบางอย่างที่เขายังไม่กล้าพูดออกมาเป็นคำพูด แต่ก่อนที่บทสนทนาจะถลำลึกไปไกลกว่านั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่มีการเคาะ
“ณิน! คุณดูข่าวนี่หรือยัง!”
เสียงแหลมสูงของรตาที่ดังขึ้นทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันแทบไม่ทัน คณินหันกลับไปเผชิญหน้ากับคู่หมั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่เปลี่ยนกลับมาเป็นโหมดเย็นชาโดยฉับพลัน
“เข้ามาทำไมโดยไม่เคาะประตู รตา” คณินเอ่ยเสียงดุ
รตาหยุดชะงัก ดวงตาของเธอวาวโรจน์เมื่อเห็นคิมหันต์ยืนอยู่ข้างใน เธอเหยียดยิ้มก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ “รตาแค่เป็นห่วงบริษัทนะค่ะ ข่าวพวกนี้มันทำลายความน่าเชื่อถือของคุณ แล้วคนนี้...” เธอชี้หน้าคิมหันต์ด้วยสายตาดูแคลน “ไล่ออกซะเถอะค่ะณิน ก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้”
คิมหันต์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึก แล้วปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนเลขาที่ทำงานมืออาชีพ “ถ้าการที่ผมออกไปจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ผมยินดีครับท่านประธาน”
คิมหันต์หันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่คณินกลับคว้าแขนเขาไว้อีกครั้ง คราวนี้เขากระชากร่างของเลขาเข้ามาใกล้ตัวจนแผ่นหลังของคิมหันต์แนบชิดกับหน้าอกกว้างของเขา
“ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าใครอนุญาต” คณินจ้องหน้ารตาด้วยสายตาเย็นชาที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น “ส่วนคุณรตา... ข่าวนี้คนปล่อยออกมาคือใคร ผมรู้ดี และถ้ายังมีรอบหน้าอีก อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”
รตาหน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นสะท้าน เธอไม่คิดว่าคณินจะกล้าหักหน้าเธอขนาดนี้
ในวินาทีที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของทุกคนในห้องก็ดังขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย ธนัตถ์รีบวิ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกที่สุดเท่าที่คณินเคยเห็น
“ณิน... เช็คข่าวล่าสุดสิ มีคนแฮ็กระบบของสำนักข่าวแล้วปล่อยคลิปเสียงสนทนาในห้องประชุมลับเมื่อคืนนี้... คลิปตอนที่นายบอกว่า 'จะไม่มีใครหน้าไหนมาแตะต้องเลขาของผมได้'!”
คณินชะงักไปทันที สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความตกตะลึง ขณะที่คิมหันต์ที่อยู่ในอ้อมกอดเขาก็เบิกตากว้าง... นี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่มันคือกการเปิดโปงความลับที่คณินพยายามปกปิดมาตลอด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ราชันย์หอกทมิฬเสมอมานะครับ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 30
ภาพข่าวหน้าหนึ่งที่สั่นคลอน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!