เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 31

การตัดสินใจที่เจ็บปวด

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
แฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะทำงานถูกปิดลงด้วยแรงกระแทกเบาๆ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้ความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัทเดือดพล่านขึ้นมาได้ในเสี้ยววินาที คณินยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยสองมือ แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพข่าวซุบซิบจากสื่อออนไลน์ชื่อดัง พาดหัวข่าวตัวโตสีแดงฉานระบุชัดเจนถึงเรื่องฉาวโฉ่ในแวดวงธุรกิจ ที่โยงชื่อเสียงของบริษัทและตระกูลใหญ่เข้ากับข่าวลือเสียหาย โดยมีชื่อของคิมหันต์ เลขานุการส่วนตัวของเขาตกเป็นเป้าโจมตีว่าเป็นชนวนเหตุ "นายจะจัดการเรื่องนี้ยังไง... คิมหันต์" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้บ่งบอกถึงความโกรธเคืองที่มีต่อตัวเลขานุการ หากแต่เป็นความหงุดหงิดระAคนร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท ทว่ากลับไม่มีร่างเพรียวของคนที่เขากำลังเรียกหาขานรับกลับมาแม้แต่คำเดียว ความเงียบในห้องทำงานกว้างขวางชวนให้รู้สึกอึดอัดจนน่าประหลาด คณินขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ ปกติแล้วเด็กหนุ่มปากเก่งคนนั้นจะต้องลุกขึ้นมาเถียงฉอดๆ หรือไม่ก็หาทางแก้ต่างให้ตัวเองด้วยรอยยิ้มกวนประสาททุกครั้งที่โดนเขาดุ แต่วันนี้... ไม่มีแม้แต่เงา ก๊อกๆ... เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ธนัตถ์ เพื่อนสนิทและทนายความประจำตัวจะผลักบานประตูเข้ามา ใบหน้าคมคายของนักกฎหมายหนุ่มไม่มีร่องรอยของความขบขันเหมือนเช่นเคย มีเพียงความเคร่งเครียดที่ฉายชัดอยู่บนดวงตา "แกเห็นข่าวหรือยัง, นิน?" ธนัตถ์เปิดประเด็นทันทีโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม "ตอนนี้บอร์ดบริหารเริ่มกดดันเรื่องภาพลักษณ์ของบริษัทแล้วนะ ถ้ารอบนี้เราไม่รีบเคลียร์ให้เด็ดขาด ชื่อเสียงที่แกสร้างมาหลายปีอาจจะพังเพราะข่าวเต้าพวกนี้ได้" "ปล่อยให้พวกมันเห่าไปสิ ฉันบริหารบริษัทนี้ด้วยผลงาน ไม่ใช่เรตติ้งข่าวหน้าหนึ่ง" คณินตอบเสียงกร้าว นัยน์ตาดุฉายแวววาวโรจน์ "แล้วตัวต้นเรื่องล่ะ... ไปไหน ทำไมยังไม่เข้ามาทำงาน" ธนัตถ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เผยกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถือติดมือมาด้วยวางลงบนโต๊ะทำงานของเพื่อนรัก "นี่คือคำตอบที่แกน่าจะไม่ชอบมันสักเท่าไหร่" คณินก้มมองกระดาษแผ่นนั้น ใบหน้าหล่อเหลาชะงักค้างไปชั่วขณะ 'ใบลาออก' ชื่อ-นามสกุล ของคิมหันต์ถูกเซ็นกำกับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมเหตุผลสั้นๆ ที่แทบจะทำให้เลือดในกายของประธานหนุ่มพุ่งพล่าน 'เพื่อความเหมาะสมและรักษาชื่อเสียงของบริษัท ข้าพเจ้าขอพ้นจากตำแหน่งเลขานุการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป' "ลาออก? ใครอนุญาตให้มันลาออก!" คณินตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวเข้าครอบงำจิตใจจนมือหนาสั่นเทา "ไปตามตัวมันมาเดี๋ยวนี้! ไปสืบมาว่ามันอยู่ที่ไหน!" "ใจเย็นก่อนไอ้นิน..." ธนัตถ์รีบยกมือปรามเพื่อน "ฉันให้คนไปดูที่ห้องพักของน้องเขาแล้ว... ปรากฏว่าห้องว่างเปล่า เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ถูกเก็บไปหมดแล้ว เหมือนว่าเจ้าตัวตั้งใจจะหายออกไปจากชีวิตแกแบบไม่ให้ตั้งตัวเลยล่ะ" คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอก คณินนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ หัวใจวูบโหวงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพความทรงจำย้อนกลับมาในหัวเป็นฉากๆ ทุกรอยยิ้ม ทุกคำพูดจาประชดประชัน และสายตาที่ดื้อรั้นแต่น่าเอ็นดูของคิมหันต์ ทุกอย่างหมุนวนอยู่ในหัวสมองของคนปากแข็งที่มักจะซ่อนความคลั่งรักเอาไว้หลังคำพูดดุด่า ทว่าในวันที่เขาคิดว่าเด็กคนนี้จะอยู่เถียงเขาไปเรื่อยๆ เจ้าตัวกลับเลือกที่จะก้าวถอยหลังออกไปเพื่อแบกรับปัญหาไว้คนเดียว เพื่อไม่ให้เขาต้องเดือดร้อน "โง่... เด็กนี่มันโง่สิ้นดี" คณินพึมพำกับตัวเอง ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "คิดเหรอว่าจะหนีฉันพ้น... คิมหันต์" เขาคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมากดเบอร์โทรออกหาเลขานุการส่วนตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีเพียงเสียงสัญญาณรอสายที่ยาวนานอย่างไร้การตอบรับ ความเงียบงันที่ปลายสายตอกย้ำความจริงที่ว่า อีกฝ่ายตั้งใจตัดขาดการติดต่ออย่างแท้จริง ธนัตถ์มองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเห็นใจ "แล้วแกจะเอายังไงต่อ? ข่าวก็กำลังโหมกระหน่ำ ตัวน้องเขาก็หนีหายไปแล้ว แกจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้จริงๆ เหรอวะ" คณินไม่ตอบ คำถามของเพื่อนไม่ได้เข้าûสู่โสตประสาท สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีถูกปัดตกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า... เขาขาดคนๆ นี้ไม่ได้เสียแล้ว "ยกเลิกตารางงานทั้งหมดของฉันวันนี้" คณินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนไม่อาจมีใครขัดขวางได้ ร่างสูงสง่าผุดลุกขึ้นเต็มความสูง คว้าเสื้อสูทเนื้อดีมาพาดบ่า "เห้ย แกจะไปไหนวะ?" ธนัตถ์ร้องถามด้วยความตกใจ "ไปตามล่าตัวคนหนีคดีทางใจกลับมาลงโทษ" คณินก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานด้วยความเร่งรีบ ทิ้งให้เพื่อนสนิทส่ายหัวด้วยความระAคนเอือมระอาและโล่งอกในเวลาเดียวกัน ในขณะเดียวกัน ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารใจกลางเมือง ท่ามกลางผู้คนที่เดินขบวนกันขวักไขว่ ร่างโปร่งของคิมหันต์ในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งและสวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้ากำลังยืนถือตั๋วรถโดยสารเที่ยวเดียวในมือ ดวงตาคู่สวยมองทัศนียภาพรอบตัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโหยหาและตัดพ้อ มือเรียวกำกระเป๋าเดินทางใบย่อมในมือแน่น ใจหนึ่งก็ภาวนาให้ใครบางคนตามหาเขาเจอ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้ดีว่าการอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางความวุ่นวาย คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคณินในตอนนี้ *ลาก่อนนะครับ... เจ้านายปากร้าย* คิมหันต์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกอ่อนแอที่กำลังตีตื้นขึ้นมา ก่อนจะหันหลังเตรียมก้าวเท้าเดินไปยังชานชาลาที่รถกำลังจะเทียบท่า หมับ! ทว่า... ข้อศอกเรียวกลับถูกมือหนาของใครบางคนคว้าหมับไว้จากด้านหลังด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เขาต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่ผสมผสานกับความเร่งรีบและลมหายใจที่หอบสะท้านเล็กน้อย แผ่ซ่านเข้ามาสัมผัสผิวกายจนคิมหันต์แทบไม่ต้องหันกลับไปมอง ก็รู้ทันทีว่าเป็นเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่เขากำลังพยายามหนีหน้ามาตลอดทั้งวัน "ใครอนุญาตให้เธอหนีฉันมาไกลถึงขนาดนี้... หึ, คิมหันต์?" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยกระซิบอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่เจือปนความโล่งอกอย่างปิดไม่มิด และก่อนที่คิมหันต์จะทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคยอย่างแรง จนกระเป๋าเดินทางในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ราชันย์หอกทมิฬเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%