เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าสองครั้งตามด้วยเสียงผลักเปิดเข้ามาอย่างไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต คือสัญญาณเตือนภัยที่คณินเกลียดชินสำופןยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุก
และมีเพียงคนเดียวในตึกสิบแปดชั้นนี้ที่กล้าหาญ (หรืออาจจะรนหาที่) ทำแบบนั้นโดยไม่กลัวว่าโบนัสปลายปีจะปลิวหายไปกับสายลม
"กาแฟดำอราบิก้าคั่วกลาง ชงแบบไม่ใส่น้ำตาล อุณหภูมิแปดสิบองศาเซลเซียสพอดิบพอดี... ตามที่คุณคณิน ‘เคย’ บ่นว่ารสชาติมันเหมือนน้ำล้างถ้วยเมื่อวานนี้ครับ"
คิมหันต์ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและท่อนแขนสมส่วน ในมือเรียวถือแก้วกระดาษเก็บความร้อนสีดำสนิทไร้ลวดลาย รอยยิ้มที่มุมปากช่างกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้ ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ซ่อนไม่มิด
คณินที่กำลังก้มหน้าจรดปากกาเซ็นแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาคมกริบดุจใบมีดโกนกวาดมองผู้ช่วยคนใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า นัยน์ตาคู่คมฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน เขาววางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง *‘ทึบ’* เพื่อแสดงถึงความไม่พอใจ
"คุณรู้ตัวไหมคิมหันต์ ว่าคุณกำลังทำตัวล้ำเส้นความเป็นเจ้านายกับลูกน้อง" คณินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่ทรงพลังจนบรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางลดอุณหภูมิลดฮวบทันที "หน้าที่เลขา ไม่ใช่การเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาประชดประชันผมในห้องทำงานส่วนตัว"
"ผมไม่ได้ประชดสักหน่อยครับท่านประธาน" คิมหันต์ลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งหน้าตาเฉยโดยที่เจ้านายยังไม่อนุญาต "ผมแค่แสดงความใส่ใจในฐานะลูกน้องตัวเล็กๆ ที่อยากให้เจ้านายอารมณ์ดี จะได้ไม่หาเรื่องหักเงินเดือนผมอีก... ชิมดูสิครับ หรือว่ากลัวว่าผมจะแอบใส่ยาพิษ?"
เด็กหนุ่มเลิกคิ้วท้าทาย พร้อมกับเลื่อนแก้วกาแฟสีดำสนิทเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะฝั่งท่านประธานมากขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟชั้นดีลอยเตะจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของคณินมากกว่ากลิ่นกาแฟ กลับเป็นรอยยิ้มร้ายกาจบนเรียวปากหยักสวยนั่นต่างหาก
ให้ตายเถอะ... เด็กนี่มันกล้าดียังไงถึงมานั่งทำหน้ากวนประสาทเขาถึงในถิ่นเสือ
คณินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มกระหน่ำรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ หมั่นไส้ และความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอกจนน่าหงุดหงิด ปากร้ายๆ ของอีกฝ่ายทำเอาเขาเกือบเผลอตะคอกไล่ออกไปหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่ทว่า... ยิ่งอีกฝ่ายต่อปากต่อคำ เขากลับยิ่งละสายตาไปไหนไม่ได้เลย
"คิดว่าตัวเองแน่มากใช่ไหม?" คณินโน้มตัวไปข้างหน้า มือหนาสองข้างประสานกันไว้บนโต๊ะ สายตาดุราวกำลังจะกินเลือดกินเนื้อ "คิดว่าถือสัญญาจ้างฉบับนั้นแล้วผมจะทำอะไรคุณไม่ได้งั้นสิ?"
"ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยครับท่านประธาน..." คิมหันต์เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "ผมแค่คิดว่า... คนที่ทำเป็นดุ กลัวคนอื่นรู้ว่าตัวเองใจดีอย่างคุณคณิน น่าแกล้งเป็นบ้าเลยต่างหาก"
*กึก!*
คำพูดนั้นทำเอาคณินชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ถูกมองทะลุปรุโปร่ง รอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าของเด็กหนุ่มตรงหน้าช่างน่าตีให้ก้นลายเสียจริง กล้าดียังไงถึงมาอ่านใจคนอย่างคณินออกกัน
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองชั่วครู่ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ ตัดกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามในอกของประธานหนุ่ม คณินพยายามรวบรวมสติแล้วปั้นหน้ายักษ์กลับคืนมาอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม
"ปากดีแบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะ..." คณินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองริมฝีปากที่ขยับเจรจาเจื้อยแจ้วไม่หยุดด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดูที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ "งานเอกสารกองโตบนโต๊ะข้างนอก ถ้าเคลียร์ไม่เสร็จก่อนเที่ยงนี้ อย่าหวังว่าจะได้ออกไปกินข้าวกลางวัน"
"ใจร้ายจังครับ..." คิมหันต์ทำหน้ามุ่ยเบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวลงมาใกล้ขอบโต๊ะฝั่งคณินจนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงถนัดตา กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของเด็กหนุ่มลอยมาแตะจมูก "งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ... แต่อย่าลืมดื่มกาแฟแก้วนั้นล่ะ ผมตั้งใจชงให้เป็นพิเศษเลยนะ"
พูดจบ คิมหันต์ก็ส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้หัวใจคนมองกระตุกวูบ หมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้คณินได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรอีก
คณินมองตามแผ่นหลังบางที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงาน มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟสีดำขึ้นมาจรดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว รสชาติขมปร่าแต่กลมกล่อมกระจายไปทั่ว1ช่องปาก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของท่านประธานหนุ่มอย่างเผลอไผล
ทว่า... ในวินาทีที่คิมหันต์กำลังจะบิดลูกบิดประตูห้องเพื่อออกไปทำงานข้างนอกนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับที่ผลักประตูพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้ใครอนุญาต
"คินคะ! ทำไมช่วงนี้โทรหาแล้วไม่ยอมรับสายเลยรู้ไหมว่ารตาเป็นห่วง... เอ๊ะ? นี่มันอะไรกันคะเนี่ย"
รตา ชะงักกึกกลางห้อง ดวงตาคู่สวยกวาดมองคิมหันต์ที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยสายตาจดจำและประเมินค่า ก่อนจะหันขวับไปมองคณินที่ยังคงถือแก้วกาแฟค้างไว้บนโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าบึ้งตึง บรรยากาศในห้องที่เพิ่งจะระอุด้วยเคมีชวนใจเต้นเมื่อครู่ กลับถูกแช่แข็งลงทันทีด้วยการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาทักทายและซัพพอร์ตราชันย์หอกทมิฬเสมอนะครับ)
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 4
กาแฟแก้วนั้นและสายตาดุๆ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!