กระดาษปอนด์สีขาวสะอาดตาถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังปึก กลิ่นอายความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศดูจะกลายเป็นความกดดันชั้นดีที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่าของประธานหนุ่ม คณินใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแผ่นกระดาษแผ่นนั้นสองสามครั้ง ราวกับกำลังพิพากษาโทษทัณฑ์ของนักโทษประหาร
"อ่านซะ... แล้วจำใส่สมองอันปราดเปรื่องของเธอเอาไว้ให้ขึ้นใจ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายมองตรงมายังร่างโปร่งที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทีสบายจนน่าหมั่นไส้ คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรี่สายตาลงมองเอกสารสัญญาลับฉบับที่สองของวัน ซึ่งถูกแปะหัวข้อตัวหนาโตด้วยลายมือหวัดๆ ว่า 'กฎเหล็กสามข้อในการเป็นเลขาของผม'
เด็กหนุ่มส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ชนิดที่เรียกว่าจงใจกวนประสาทคนตรงหน้าให้คิ้วกระตุกเล่น
"ไหนดูซิครับท่านประธานผู้แสนจะเนียบ... ข้อแรก ห้ามเถียง ห้ามขัดคำสั่ง และห้ามทำหน้าตากวนประสาทใส่ผมเกินวันละสามครั้ง?" คิมหันต์ทวนข้อความในกระดาษด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "โห เฮีย... นี่ผมมาสมัครเป็นเลขา หรือมาบวชชีพราหมณ์ถือศีลแปดครับเนี่ย ข้อจำกัดเยอะยิ่งกว่าผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์เสียอีก"
คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความขัดเคือง เขาเกลียดนัก... คนที่ชอบทำตัวเหนือกว่า และเกลียดที่สุดคือเด็กหนุ่มตรงหน้าที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาได้ทุกวินาทีโดยไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ
"อย่ามาเล่นลิ้นกับผมนะคิมหันต์ ถ้าไม่อยากตกงานตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้ามาทำงาน ก็ทำตามซะโดยดี" คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่คิมหันต์ยืนอยู่ บีบพื้นที่ส่วนตัวจนเด็กหนุ่มต้องเอนตัวถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ "ข้อสอง... ห้ามเข้าใกล้ผมในระยะประชิดเกินหนึ่งเมตร ยกเว้นได้รับอนุญาต"
คิมหันต์กะพริบตาปริบๆ แกล้งทำเป็นตกอกตกใจจนต้องยกมือขึ้นทาบอก
"อุ๊ย... น่ากลัวจังครับ แล้วถ้าผมเผลอเดินสะดุดขาตัวเองแล้วล้มไปซบแผงอกอุ่นๆ ของเฮียเข้า เฮียจะไล่ผมออกทันทีเลยไหมล่ะครับเนี่ย" รอยยิ้มพราวเสน่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนตัวเล็ก ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายราวกับลูกแมวป่าจอมพยศที่กำลังหยอกล้อกับเสือร้าย
คณินชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันในระยะกระชั้นชิดทำให้หัวใจในอกกระหน่ำเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด กลิ่นกายหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวของคิมหันต์กำลังรุกรานประสาทสัมผัสของเขาอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงรีบถอยหลังกลับไปตั้งหลัก พยายามรักษามาดนิ่งและน้ำเสียงให้เยือกเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ใบหูเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
"เธอ...!" คณินชี้หน้าคาดโทษ "ส่วนข้อสาม... ห้ามมีความรู้สึกอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องงานเด็ดขาด!"
คิมหันต์เลิกคิ้วสูงขึ้นอีกนิด รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ถูกส่งกลับมาทำเอาคนมองถึงกับหายใจติดขัด "อ๋อ... ข้อนี้ง่ายที่สุดเลยครับ เฮียสบายใจได้เลย ผมไม่เอาหัวใจตัวเองมาทิ้งไว้กับคนปากร้ายใจยักษ์แบบเฮียหรอกครับ... รับรอง!"
พูดจบ คิมหันต์ก็คว้าปากกาบนโต๊ะมาจรดลายมือชื่อลงไปในกระดาษกฎเหล็กสามข้อนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะลังเล รอยยิ้มซุกซนฉาบอยู่บนใบหน้าเรียวสวยขณะยื่นกระดาษแผ่นนั้นคืนให้เจ้าของ
"เรียบร้อยครับท่านประธาน รับรองว่าผมจะท่องจำขึ้นใจ... ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดไม่ให้ขาดตกบกพร่องแน่นอนครับ!"
คณินรับกระดาษแผ่นนั้นมาด้วยความรู้สึกเคืองขุ่นระคนหมั่นไส้ รอยยิ้มหวานแบบขอไปทีของอีกฝ่ายมันชวนให้เขาอยากจะคว้าตัวมาตีลังกาฟาดก้นสักทีสองทีฐานหมั่นไส้เสียจริงๆ เด็กนี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว ปากบอกว่ารับปาก แต่แววตากลับพราวระยับเหมือนกำลังสนุกสนานกับการได้ปั่นหัวเขาเล่น
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะถูกเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"อ้าว... น้องณินจ๋า อยู่นี่เองเหรอคะ รตาตามหาซะทั่วเลย"
เสียงหวานใสที่เคลือบไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของรตา ไฮโซสาวเซเลบคนดังผู้เป็นคู่หมั้นทางธุรกิจของคณิน หล่อนอยู่ในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายไปทั่วห้องทำงาน รตาเดินตรงเข้ามาควงแขนคณินทันทีโดยไม่สนสายตาของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ตรงนั้น
คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขารีบดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมอย่างแนบเนียน แต่รตากลับทำเป็นมองไม่เห็น หล่อนหันมามองคิมหันต์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้วยรอยยิ้มเหยียดๆ
"แล้วนี่... ใครเหรอคะน้องณิน เด็กฝึกงานคนใหม่เหรอ ทำไมถึงแต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยเอาซะเลย หน้าตาKüssen (น่ารัก) แบบนี้ เอาไปนั่งแจกเอกสารชั้นล่างน่าจะเหมาะกว่ามาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของลูกชายท่านประธานนะคะ"
คิมหันต์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหัวจรดเท้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเลขาจำเป็นจางหายไปในพริบตา แววตาเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมและเยเย็นทันที
ปากเก่งระดับนี้... มีหรือที่คิมหันต์จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
"สวัสดีครับคุณรตา ผมคิมหันต์ เลขานุการส่วนตัวคนใหม่ของท่านประธานครับ" คิมหันต์เอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่รอยยิ้มกลับไม่ไปถึงดวงตา "ส่วนเรื่องความเหมาะสม... เกรงว่าท่านประธานคงเป็นคนพิจารณาคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ทราบว่าคุณรตาในฐานะ 'แขกผู้มาเยือน' มีอำนาจอะไรมาตัดสินแทนท่านประธานเหรอครับ หรือว่า... กลัวตำแหน่งคู่หมั้นจะไม่มั่นคง จนต้องรีบมาแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของตั้งแต่ยังไม่ทันแต่งงานกันแน่ล่ะครับ?"
"กรี๊ด! นี่แก...!" รตาหน้าถอดสีด้วยความโกรธจัด หล่อนชี้หน้าคิมหันต์ด้วยมือที่สั่นเทา "น้องณินคะ ดูเด็กนี่สิ มันกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับรตา ไล่มันออกเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
คณินยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบมองร่างโปร่งของเลขาคนใหม่สลับกับคู่หมั้นสาว ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก แทนที่จะโกรธที่คิมหันต์ปากกล้าใส่แขกคนสำคัญ แต่ลึกๆ ในใจเขากลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่... รอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากของเด็กหนุ่มเวลากำลังพ่นคำพูดเชือดเฉือนคนอื่น มันช่างทรงพลังและน่ามองเสียจนเขาเผลอหลุดยิ้มมุมปากออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ทว่า ท่าทีนิ่งเงียบของคณินและรอยยิ้มที่หลุดออกมานั้น กลับทำให้รตากรกรีดร้องด้วยความไม่พอใจยิ่งขึ้น หล่อนหันไปเขย่าแขนคณินแรงๆ
"น้องณิน! ฟังรตาอยู่หรือเปล่า ไล่มันออกสิคะ!"
คณินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรายตามองรตาด้วยแววตาเย็นชาไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปยืนซ้อนหลังคิมหันต์โดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมไปแตะที่ไหล่บางของเลขาคนโปรดเบาๆ เป็นการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
"ขอโทษด้วยนะรตา..." คณินเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนรตาต้องชะงัก "เลขาคนนี้... ผมเป็นคนเลือกเอง และไม่มีนโยบายจะไล่ใครออกตามใจคนนอก... เชิญคุณกลับไปก่อนเถอะครับ ผมมีงานสำคัญต้องคุยกับ 'เลขา' ต่อ"
คิมหันต์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังของตนแนบชิดกับอกแกร่งของประธานหนุ่ม กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที รตากัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นเคืองก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป เสียงปิดประตูดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่ว
ทว่า... เมื่อประตูห้องปิดสนิทลง คณินก็ยังไม่ได้ถอยห่างออกไป ร่างสูงยังคงยืนซ้อนหลังคิมหันต์ในระยะประชิด ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกับเส้นผมสีเข้มของคนตัวเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนคิมหันต์ต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้
"ไหนบอกว่า... จะไม่เอาหัวใจมาทิ้งไว้กับคนปากร้ายไงล่ะครับ... เลขาคนเก่ง" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู พร้อมกับวงแขนแข็งแรงที่เคลื่อนมาโอบกักขังร่างโปร่งไว้กับโต๊ะทำงานโดยไม่ให้ขยับหนี
คิมหันต์หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วพวงแก้ม แต่วิสัยคนปากเก่งไม่มีวันยอมจำนนอะไรง่ายๆ เด็กหนุ่มเอี้ยวคอหันกลับมาสบตาคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่ระยะประชิด รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากแม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด
"ก็แค่... เล่นละครตบตาแขกบ้านแขกเมืองเท่านั้นแหละครับท่านประธาน... หรือว่าเฮียคิดจริงจัง?"
คณินหรี่ตาลง รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาเชยคางมนให้เงยขึ้นสรับตาตรงๆ ปลายนิ้วโป้งไล้เบาๆ บนริมฝีปากอิ่มอย่างถือวิสาสะ
"งั้นเรามาลองดูกัน... ว่าสัญญาข้อสามของเธอกับหัวใจตัวเอง... อันไหนจะพังก่อนกัน!"
* * *
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 3 แล้วนะครับ ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เฮียณินคนซึนกับน้องคิมคนแซ่บด้วยนะครับ!
- ราชันย์หอกทมิฬ -
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 3
กฎเหล็กสามข้อในห้องทำงาน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!