แรงปะทะจากร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้ามาประชิด ทำเอาคิมหันต์เกือบเสียหลัก ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในสังคมเมืองที่เคี่ยวกรำเขามาตั้งแต่เด็ก ทำให้สองเท้ายังคงปักหลักนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่คมแหงนขึ้นสบกับดวงตาคู่ดุที่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับปลายจมูก ทว่าไม่มีทีท่าว่าเด็กหนุ่มจะตื่นตระหนกหรือถอยร่น มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความท้าทายอย่างชัดเจน
"แขกไม่ได้รับเชิญเหรอครับเฮีย..." คิมหันต์เอ่ยทวนคำ เสียงทุ้มต่ำติดจะยียวนลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันเล็กน้อย "ฟังดูเหมือนงานยาก... แต่ถ้าค่าจ้างสมน้ำสมเนื้อ ผมอาจจะบริการให้เป็นพิเศษถึงหน้าลิฟต์เลยนะครับ"
คณินขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสม
ปนเประหว่างความฉุนเฉียวและความทึ่งอย่างประหลาด นี่คือวันแรก—ไม่สิ นี่คือวินาทีแรกอย่างเป็นทางการของการทำงานด้วยซ้ำ แต่ไอ้เด็กนี่กลับไม่มีความเคารพยำเกรงต่อตำแหน่งประธานบริหารของเขาเลยแม้แต่น้อย
"ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะคิมหันต์" คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนาที่กำปกเสื้อสูทอีกฝ่ายอยู่กระชากเข้าหาตัวอีกนิดจนคิมหันต์ต้องโน้มตามแรงบังคับ "อย่าดีแต่พูด เพราะถ้างานหน้าห้องฉันเละไม่เป็นท่า ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนเตะโด่งนายออกไปด้วยตัวเอง"
"เชิญตามสบายครับเฮีย" คิมหันต์ลอยหน้าลอยตารับคำ มือเรียวยื่นไปแตะเบาๆ ที่หลังมือของคณินซึ่งกำปกเสื้อตนอยู่ ออกแรงแกะออกอย่างนิ่มนวลแต่เด็ดขาด "แต่ก่อนจะเตะผมออกไป ช่วยกรุณาปล่อยเสื้อผมก่อนนะครับ มันยับหมดแล้ว... คนระดับประธานคงไม่นิยมรสนิยมซกมกหรอกจริงไหมครับ"
คณินสะบัดมือออกราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เขารemind ตัวเองในใจเป็นรอบที่ร้อยว่าอย่าไปต่อปากต่อคำกับไอ้เด็กเหลือขอกลุ่มนี้ให้เสียสุขภาพจิต แต่ทว่า... หัวใจที่เต้นกระหน่ำผิดจังหวะในอกข้างซ้ายนี่สิ มันกำลังทรยศเขาอย่างเงียบๆ
ประธานหนุ่มหมุนตัวขวับก้าวฉับๆ ไปยังประตูห้องทำงาน เปิดผางออกด้วยแรงอารมณ์ คิมหันต์ยักไหล่เบาๆ ปัดฝุ่นที่ปกเสื้อตัวเองสองสามทีแล้วก้าวเดินตามหลังร่างสูงใหญ่นั้นไปติดๆ ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนสาธารณะ ไม่ได้สะทกสะท้านกับบรรยากาศมาคุที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างนั้นเลย
ณ โถงรับรองหน้าห้องทำงานประธาน บรรยากาศกำลังคุกรุ่นด้วยเสียงโวยวายของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่ว รตา กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าใส่พนักงานต้อนรับหน้าตาเลิกลั่กสองคนด้วยความไม่พอใจ
"ฉันบอกว่าฉันเป็นคู่หมั้นของคุณคณินไง! จะมาห้ามฉันไม่ให้เข้าพบได้ยังไง รู้จักฉันน้อยไปซะแล้วมั้ง!" เสียงแหลมสูงบาดหูตบเข้าใส่โสตประสาทของคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง
คิมหันต์หรี่ตามองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลทันที—นี่สินะ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่ท่านประธานผู้แสนเย็นชาจงใจโยนภาระมาให้เขาประเดิมงานแรก
คณินหยุดยืนกอดอกอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว สีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกวาดมองคู่หมั้นสาวทางธุรกิจด้วยความระอาใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง แต่เขาก็ยังไม่เอ่ยปากอะไร ปล่อยให้สถานการณ์ตกเป็นบททดสอบแรกของเลขาคนใหม่
รตาหันมาเห็นคณินเข้าพอดี ใบหน้าที่บึ้งตึงพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานหยด นางปรี่เข้าไปหาทันที "ณินคะ! ทำไมปล่อยให้คนพวกนี้มาเสียมารยาทกับรตาล่ะคะ รตารอนานจน..."
"ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง"
เสียงนุ่มทุ้มแต่กังวานชัดดังขัดขึ้นเสียก่อน รตาชะงัก หันขวับไปมองต้นเสียง คิมหันต์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับคณินด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ รอยยิ้มที่เป็นมิตรอย่างยิ่งยวด แต่ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่อ่านไม่ออก
"คุณคือ..." รตาขมวดคิ้วมุ่น มองสำรวจเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน "พนักงานใหม่เหรอ? ไม่มีมารยาทเอาซะเลย กล้าดียังไงมาแทรกกลางเวลากู... เอ๊ย เวลาฉันคุยกับท่านประธาน"เกือบหลุดคำหยาบออกมาเชียว รตาพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูไฮโซขึ้น
"ผมคิมหันต์ครับ เลขานุการส่วนตัวของคุณคณิน" คิมหันต์โค้งตัวน้อยๆ อย่างสุภาพชน แต่วาจานั้นกลับคมกริบ "และในฐานะที่ผมได้รับมอบหมายหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยหน้าห้องท่านประธาน ผมคงต้องขออนุญาตเรียนเชิญคุณผู้หญิงกลับออกไปก่อนนะครับ เนื่องจากท่านประธานติดประชุมด่วน และตารางงานวันนี้ 'แน่น' จนไม่มีเวลาว่างสำหรับแขกที่ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าครับ"
คณินที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับมุมกระตุกขึ้นเล็กน้อย—*แน่นเหรอ? ตารางวันนี้ของเขาว่างยาวจนถึงบ่ายสามด้วยซ้ำ* แต่เขาก็เลือกที่จะยืนกอดอกเงียบๆ รอดูว่าไอ้เด็กปากเก่งนี่จะจัดการกับสถานการณ์น่าปวดหัวนี้อย่างไร
รตาหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด "แก! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน ฉันเป็นใคร รู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว ฉันเป็นคู่หมั้นของณินนะ! ณินคะ! ดูมันซิคะ มันกล้าไล่รตา!" เธอหันไปฟ้องชายหนุ่มที่ยืนนิ่งเป็นเสาหิน
คณินปรายตามองคู่หมั้นสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปสบเข้ากับดวงตากลมโตที่มองกลับมาอย่างท้าทายราวกับจะบอกว่า *'ดูสิว่าผมจัดการให้เรียบร้อยดีไหม'*
ประธานหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ปรับสีหน้าให้เรียบสนิทอย่างไร้ความรู้สึก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็นชาที่ทำเอารตาถึงกับสะดุ้ง
"ที่เลขาผมพูดก็ถูก... วันนี้ผมไม่ว่าง" คณินเอ่ยเสียงเรียบ "รตากลับไปก่อนเถอะ อย่ามาทำตัวน่ารำคาญที่นี่"
"ณิน!" รตาอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าชายหนุ่มจะหักหน้าเธอต่อหน้าพนักงานและเด็กใหม่คนนี้
"เชิญครับคุณผู้หญิง เดี๋ยวผมเดินไปส่งที่ลิฟต์เองนะคร้าบ" คิมหันต์ยิ้มกว้าง ผายมือเชิญด้วยท่าทางสุภาพล้นเกินเหตุจนน่าหมั่นไส้ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้แล้วดันตัวเธอนิ่มๆ ให้หันหลังเดินไปทางลิฟต์
รตากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ปรายตามองคิมหันต์ด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดหน้าพรวดเดินกระแทกส้นเท้าไปยังลิฟต์โดยมีคิมหันต์เดินส่งยิ้มระรื่นตามไปติดๆ
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับร่างของไฮโซสาวผู้พาลูกหลงลับสายตาไป คิมหันต์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หมุนตัวเดินกลับมาหาท่านประธานที่ยืนรออยู่หน้าห้องประชุมใหญ่ด้วยท่าทีผ่อนคลาย
"เรียบร้อยครับเฮีย งานแรกผ่านฉลุย... แบบนี้สิ้นเดือนผมขอโบนัสพิเศษเพิ่มสักสามเดือนได้ไหมครับเนี่ย" คิมหันต์เอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตาพราวระยับมองคนตัวสูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัว
คณินหรี่ตามองคนตรงหน้า ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนคิมหันต์ต้องผอยหลังไปนิดหนึ่งเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องประชุมที่เย็นเฉียบ
มือหนายื่นไปค้ำยันผนังด้านข้าง กักตัวคิมหันต์เอาไว้ตรงกลาง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือความเย็นยะเยือกโชยเข้าจมูกจนคิมหันต์เผลอชะงัก
"เก่งนักนะ..." คณินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูกระบอกเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าที่สั่นสะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อาจนิยาม "จัดการเก่ง ปากดีเก่ง... แถมยังชอบลองดีกับฉันเก่งเป็นพิเศษด้วยซ้ำ"
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตา ทว่าจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นตึ้กตั้กกับระยะห่างที่อันตรายเกินไปนั้น ประตูห้องประชุมใหญ่ด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกกว้างอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของเพื่อนสนิทที่ดังแทรกขึ้นมา
"เฮ้ยณิน... เอกสารงบประมาณไตรมาศนี้แกวางไว้—อุ๊ps!"
ธนัตถ์ที่ถือแฟ้มเอกสารเดินพรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ท่านประธานหนุ่มผู้แสนหยิ่งทะนงกำลังกักตัวเลขาหน้าใหม่ไว้แนบผนังด้วยท่าทางที่ล่อแหลมสุดขีด
คณินและคิมหันต์ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต
ธนัตถ์กะพริบตาปริบๆ สลับมองหน้าเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลากลับขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ กับเด็กหนุ่มหน้าหวานที่ยืนเม้มปากแน่นแก้มนวลขึ้นสีแดงจัดไม่แพ้กัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของทนายความหนุ่มทันที
"อ้าว... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าวะเนี่ย?" ธนัตถ์ลากเสียงยาวอย่างล้อเลียน แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "ดูท่าทาง... งานแรกของเลขาคนใหม่นี่ คงจะ 'ดุเดือด' กว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยสินะ?"
คณินขบกรามแน่น ปรับสีหน้ากลับมาเรียบตึงอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก เขากวาดสายตาดุๆ ใส่เพื่อนสนิท "หุบปากไปเลยไอ้นัตถ์! แล้วเอาแฟ้มมานี่!"
...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับก้าวแรกอันแสนอลเวงของทั้งคู่ในตอนนี้นะครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 2
เลขาคนใหม่ที่น่ารำคาญใจ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!