กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่รอบห้องทำงานกว้างขวางบนชั้น 38 ของตึกระฟ้าใจกลางเมือง ทว่าบรรยากาศกลับอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก เสียงปลายนิ้วเคาะลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีดังขึ้นเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับสร้างแรงกดดันให้คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าได้มากกว่าเสียงฟ้าผ่า
"เลือกเอา... จะเซ็น หรือจะปล่อยให้ครอบครัวเธอไปนอนคุก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำที่ถูกผลักเลื่อนมาตรงหน้า คิมหันต์ก้มมองกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย
คณิน หรือที่ใครต่อใครในวงการธุรกิจต่างขนานนามว่า 'เฮียณิน' ประธานหนุ่มไฟแรงวัยยี่สิบแปดปี กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจแกมสมเพช ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรมฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง
สำหรับคนอื่น คณินอาจเป็นผู้ชายที่น่าเกรงขามและทรงอิทธิพลจนไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ แต่สำหรับคิมหันต์ในวินาทีนี้... ผู้ชายคนนี้ก็แค่ไอ้คนเผด็จการที่ใช้อำนาจเงินซื้อความสุขบนความตกต่ำของคนอื่นเท่านั้น
"เฮียพูดซะดูน่ากลัวเลยนะครับ" คิมหันต์แย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่กวนประสาทเสียจนคนมองคิ้วกระตุก "นี่ผมกำลังจะกลายเป็นทาสรับใช้ หรือกำลังจะเซ็นใบหย่ากับความจนกันแน่ล่ะครับเนี่ย"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน คิมหันต์" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ท่าทางเย่อหยิ่งและถือดีฉายชัดผ่านการเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พร้อมกับกอดอกมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาประเมินค่า "สถานะของเธอตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น หนี้สินแปดหลักของครอบครัวเธอ... มีแค่ฉันคนเดียวที่จะเคลียร์ให้ได้ แต่เงื่อนไขในนั้น คือสิ่งที่เธอต้องแลก"
คิมหันต์ก้มลงมองเอกสารในมืออีกครั้ง ตัวหนังสือระยิบระยับเต็มหน้ากระดาษ สัญญาจ้างงานระยะยาวห้าปี พ่วงด้วยข้อผูกมัดยิบย่อยที่อ่านดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการขายวิญญาณให้ซาตานในคราบนักธุรกิจหนุ่มผู้แสนเพอร์เฟกต์คนนี้
มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาถือไว้ ปลายนิ้วกระชับแน่นจนข้อต่องอขาว แม้ใจจริงจะอยากขว้างปากกานี้ใส่หน้าหล่อๆ ของท่านประธานจอมเผด็จการสักทีสองทีเพื่อระบายความอัดอั้น แต่ภาพหนี้สินก้อนโตและหยาดน้ำตาของมารดาที่บ้านกลับผุดขึ้นมาเป็นเครื่องเตือนสติ
ชีวิตของเขา... ไม่ได้มีทางเลือกมากนักตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
"หึ กลัวว่าเซ็นไปแล้ว เฮียจะใช้งานผมจนกระดูกดำน่ะสิครับ" คิมหันต์ยังคงเอ่ยกลั้วหัวเราะ แม้ในใจจะรู้สึกขมปร่าจนแทบอยากจะร้องไห้ "คนอะไร ใจร้ายชะมัด"
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะ" คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงมาใช้สายตากดดัน "จำไว้ว่าเธอเป็นคนเดินเข้ามาเสนอตัวให้ฉันเลือกทางนี้เอง อย่ามาบ่นทีหลังถ้าฉันจะใจร้ายกับเธอยิ่งกว่านี้"
ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ทำให้คิมหันต์ต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย ทั้งที่ควรจะโกรธเกลียด แต่ทำไมระยะห่างที่ลดลงนี้ถึงได้สร้างความปั่นป่วนในอกแปลกๆ
"ผมไม่เคยเสียใจในสิ่งที่เลือกหรอกครับ... เฮียณิน" คิมหันต์จงใจเน้นเสียงตรงคำว่า 'เฮีย' ให้กวนประสาทขึ้นไปอีกขั้น ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาดุคมนิ่งสนิท ไม่ยอมหลบสายตาแม้แต่น้อย
จรดปลายปากกาลงบนกระดาษ เซ็นชื่อลงไปอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่ความลังเลให้เห็น แม้ว่าลายเซ็นนั้นจะหมายถึงการตีตรวนอิสรภาพของตัวเองตลอดห้าปีเต็มก็ตาม
จังหวะที่หมึกหยดสุดท้ายแห้งสนิท ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมดังที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
"พี่ณินคะ ทำไมโทรหาไม่รับเลย..."
รตาชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นภาพของชายหนุ่มคนสนิทกำลังยืนประชิดตัวกับเด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งในระยะประชิด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจปนไม่พอใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาดุร้ายที่จ้องมองมายังคิมหันต์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
คณินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกรำคาญ เขายืดตัวตรงแล้วหันไปมองคู่หมั้นสาวที่เดินดุ่มๆ เข้ามาหาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง ทิ้งให้คิมหันต์ยืนถือแฟ้มเอกสารมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก
"รตา คุณเข้ามาทำไมโดยไม่เคาะห้อง" คณินเอ่ยเสียงเรียบ
"ถ้าเตอร์ไม่เข้ามา คงไม่เห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้ใช่ไหมคะ!" รตาแหวใส่เสียงสูง ก่อนจะชี้นิ้วมาที่คิมหันต์ "แล้วเด็กนี่เป็นใคร ทำไมถึงมายืนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของพี่ณินได้!"
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับตัวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างรักษาระยะห่าง พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ตั้งใจกวนประสาทไฮโซสาวให้สติหลุดไปเลยทีเดียว
"สวัสดีครับคุณผู้หญิง..." คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงความแสบสันต์ไว้เต็มเปี่ยม "แนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ... ผมคิมหันต์ เลขาส่วนตัวคนใหม่ของเฮียณิน... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ"
รตาหน้าถอดสีทันทีด้วยความโกรธจัด ส่วนคณินที่ได้ยินคำแนะนำตัวนั้นถึงกับหันขวับมามองหน้าเลขาป้ายแดงด้วยแววตาคาดไม่ถึง ปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นคล้ายพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรออกมา เสียงทุ้มคุ้นเคยของธนัตถ์ เพื่อนสนิทและทนายความประจำตัวของคณิน ก็ดังแทรกขึ้นจากหน้าประตูห้องที่เปิดค้างไว้
"อ้าว... อยู่นี่กันพร้อมหน้าเลยแฮะ ว่าแต่... บรรยากาศมาคุแบบนี้ ผมมาช้าไป หรือมาถูกจังหวะกันแน่เนี่ย?"
ธนัตถ์ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์เข้ามาในห้อง กวาดสายตามองคณินที่กำลังยืนหน้าตึง คิมหันต์ที่ยิ้มระรื่น และรตาที่กำลังอกจะแตกตายด้วยความแค้น
คณินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ สายตาดุคมตวัดกลับมามองหน้าคิมหันต์ที่ยังคงลอยหน้าลอยตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก่อนที่ท่านประธานหนุ่มจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับชะงักงัน
"ถ้าว่างมากนัก... ก็เริ่มงานแรกซะตอนนี้เลยดีกว่าคิมหันต์" คณินยื่นมือไปคว้าปกเสื้อสูทของคิมหันต์เข้ามาใกล้ด้วยแรงที่ทำให้อีกฝ่ายเซถลาเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันชนิดที่ได้ยินกันแค่สองคน "ออกไปไล่แขกไม่ได้รับเชิญออกจากห้องฉัน... แล้วตามฉันมาที่ห้องประชุมใหญ่ เดี๋ยวนี้!"
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความสัมพันธ์อันดุเดือดนี้ไปด้วยกันนะครับ!
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 1
ข้อเสนอที่ไม่น่าปฏิเสธ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!