แฟ้มเอกสารหนาปึกถูกวางลงบนโต๊ะทำงานด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเล็กน้อย เสียงกระดาษกระทบไม้ดังทึบสะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนเต็มประดา
คณินปรายตามองเลขาหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงขอบกระจกใส มองตรงมาด้วยรอยยิ้มพรายที่ชวนให้คนมองรู้สึกเขี้ยวขึ้นมาตงิดๆ คิมหันต์ในยามนี้ไม่ได้ดูหวาดหวั่นหรือเจียมเนื้อเจียมตัวเหมือนสัปดาห์แรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในตึกใหญ่แห่งนี้อีกต่อไปแล้ว
นับตั้งแต่กลับมาจากทริปต่างจังหวัด ความสัมพันธ์ที่เคยตึงเครียดจนแทบจะกินหัวกัน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชินที่ก้ำกึ่งระหว่างเจ้านายลูกน้องกับสงครามประสาทขนาดย่อม
"กาแฟแก้วนี้รสชาติแปลกไปนะคุณคิมหันต์" ประธานหนุ่มเปิดฉากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาคมกริบกลับหรี่ลงเล็กน้อย "หรือว่าลิ้นคุณเริ่มเพี้ยนตั้งแต่ตอนไปติดฝนอยู่ต่างจังหวัดกับผมล่ะ"
"แปลกยังไงครับท่านประธาน" คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด กลิ่นกายสะอาดสดชื่นลอยมาแตะจมูกคณินจนร่างสูงต้องเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "ผมชงสูตรเดิม เพิ่มเติมคือความตั้งใจบริการ... หรือว่ามันหวานเกินไปจนแสบไส้ เหมือนคำพูดใครบางคนแถวนี้หรือเปล่าล่ะครับ"
ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายชัดเจน คิมหันต์รู้ดีว่าจุดไหนคือเส้นความอดทนของเจ้านายหนุ่ม และเขาก็ชอบที่จะเดินเหยียบเส้นนั้นเล่นเสียด้วยสิ
คณินแค่น "หึ" ในลำคอ ปิดแฟ้มเอกสารฉับพลันจนฝุ่นตลบเบาๆ "ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะคิมหันต์ สงสัยโบนัสปลายปีคงต้องพิจารณาใหม่เสียแล้วกระมัง"
"โบนัสจะโดนตัดหรือเปล่าผมไม่รู้หรอกครับ แต่ที่รู้ๆ คือถ้าผมไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสัญญาโปรเจกต์นั้นเมื่อวานนี้ ป่านนี้ท่านประธานคงนั่งหน้าเครียดจนตีนกาขึ้นเป็นริ้วแล้วมั้งครับ" คิมหันต์สวนกลับทันควัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปากหยักสวย "ด้วยความหวังดีจากเลขาผู้ภักดีนะ... ครับ"
คำว่า "ครับ" ที่จงใจลากเสียงยาวและเน้นย้ำทำเอาคณินนึกหมั่นไส้จนอยากจะลุกขึ้นไปจับคนตัวบางมาเขย่าแรงๆ ให้หายซ่า มือหนาที่ถือปากกาอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ช่างยโสและดื้อด้านเสียจริง แต่แปลกที่ความดื้อด้านนี่แหละที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเริ่มเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เข้าใกล้
คณินวางปากกาลง กวาดสายตามองสำรวจเลขาตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นผิวเนียนและเส้นเลือดจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายแต่ก็ชวนให้ใจสั่นในเวลาเดียวกัน
"ว่างมากเหรอถึงมีเวลามาต่อปากต่อคำกับผม เอกสารกองนี้คีย์เสร็จหมดแล้วหรือยัง" คณินเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความรู้สึกวูบไหวในอก น้ำเสียงแสร้งทำเป็นดุ
"เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนคุณจะเดินเข้าห้องมาแล้วครับท่านประธาน" คิมหันต์ตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างเท้าขอบโต๊ะทำงานของคณิน ใบหน้าคมคายยื่นเข้าไปใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนคณินต้องเผลอกลั้นหายใจ "มีอะไรจะมอบหมายใหม่อีกไหมครับ... นอกจากเรื่องงานแล้ว เรื่องส่วนตัวผมก็รับฟังนะ"
จังหวะการเต้นของหัวใจคณินกระตุกวูบ ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตากลมโตที่พราวระยับด้วยความสนุกสนาน คิมหันต์กำลังรุก... และเขาก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังเพลี่ยงพล้ำให้อีกฝ่ายทีละน้อย
"ถอยไป" คณินเอ่ยเสียงพร่าโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความดุที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปั่นป่วนที่ตีรวนอยู่ในอก
"ถ้าไม่ถอยล่ะครับ คุณจะทำไม..."
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะราวกับรู้เวลา คณินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบดันตัวคิมหันต์ให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นเป็นท่านประธานคนเดิมในเสี้ยววินาที ส่วนคิมหันต์เพียงแค่ยิ้มมุมปากแล้วยืนตรงจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างไม่รีบร้อน
"เข้ามา" คณินเอ่ยเสียงเข้ม
ประตูห้องทำงานเปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง รตาปรากฏกายด้วยรอยยิ้มมั่นใจ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันตาเห็น
"ณินคะ รตาแวะเอาขนมที่เพิ่งอบมาฝากค่ะ พอดีผ่านแถวนี้เลยแวะมาหา" รตาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้คณิน ก่อนจะปรายตามองคิมหันต์ที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะด้วยหางตา ความรังเกียจระคนหมั่นไส้ฉายชัดในแววตาคู่สวย "อ้าว... คุณคิมหันต์ก็อยู่ด้วยเหรอคะ นึกว่าเป็นแค่เลขาเสียอีก ทำไมถึงยืนทำตัวเสมอเจ้านายแบบนั้นล่ะคะเนี่ย"
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มการค้าถูกระบายบนใบหน้าทันที "พอดีท่านประธานกำลังสอนงานผมเรื่องความเหมาะสมอยู่พอดีครับ คุณรตาโชคดีจังนะครับที่มาทันฟังพอดี"
รตาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเจอคำพูดนิ่มๆ แต่เชือดเฉือนของคิมหันต์ เธอหันไปออดอ้อนคณินต่อทันที "ณินคะ ดูเลขาคุณสิคะ ปากคอเราะร้ายจัง รตาว่า..."
"พอรตา" คณินยกมือขึ้นห้ามเสียงเรียบ แววตาที่มองคู่หมั้นสาวไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ถ้าไม่มีอะไรธุระสำคัญ ผมกำลังคุยงานอยู่"
รตาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคณินจะหักหน้าเธอต่อหน้าเลขาหน้าตาเฉยแบบนี้
คิมหันต์ยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักกระตุกยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเพื่อขอตัวถอยฉาก
"งั้นผมขอตัวไปเคลียร์เอกสารข้างนอกก่อนนะครับ... ตามสบายตามประสาคนคุ้นเคยเลยครับท่านประธาน"
พูดจบ คิมหันต์ก็หมุนตัวเดินหันหลังให้ทันทีอย่างไม่สนใจสายตาขุ่นเคืองของรตา
แต่ทว่า... ในจังหวะที่คิมหันต์กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงานนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของคณินก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน
"หยุดอยู่ตรงนั้น... คิมหันต์"
คิมหันต์ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยความสงสัย "มีอะไรอีกครับท่านประธาน"
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเสื้อสูทให้เข้ารูป กวาดตามองคู่หมั้นสาวด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว ก่อนจะเดินตรงดิ่งผ่านหน้าตั๋วสัญญาไปหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเลขาหนุ่ม ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านกลุ่มผมนุ่มจนคิมหันต์เผลอเกร็งตัว
มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้คนอวดดีเดินหนีไปไหนได้ง่ายๆ
"คุณยังไปไหนไม่ได้... จนกว่าผมจะเคลียร์ธุระ 'ส่วนตัว' ให้เสร็จเสียก่อน" คณินกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาคิมหันต์ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับการรุกฆาตของท่านประธานนะครับ! — "ราชันย์หอกทมิฬ"
เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 17
กลับมาเมืองกรุงพร้อมความเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!