เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 14

ห้องพักที่มีแค่เตียงเดียว

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นในความมืดทึบภายในห้องโดยสารของรถยนต์หรู ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าดินกำลังกลั่นแกล้ง คณินตบพวงมาลัยรถด้วยความหงุดหงิดระคนหัวเสีย เมื่อหน้าจอสมาร์ทโฟนบนคอนโซลรถเพิ่งแสดงข้อความแจ้งเตือนจากรีสอร์ทปลายทางว่า *“ขออภัยในความไม่สะดวกครับท่านประธาน ตอนนี้ห้องพักประเภทดีลักซ์เต็มทุกห้อง เหลือเพียงห้องมาตรฐานห้องสุดท้ายเพียงห้องเดียวเท่านั้น”* ให้ตายสิ... วันซวยอะไรกันวะเนี่ย ชายหนุ่มเหลือบสายตาคมกริบมองร่างบางที่นั่งไขว่ห้างกอดอกนิ่งสนิทอยู่เบาะข้างๆ คิมหันต์ไม่ได้ปริปากบ่นสักแถมยังทำหน้าลอยชายราวกับสถานการณ์วิกฤตตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องตลกคาเฟ่ ยิ่งเห็นท่าทีไม่ทุรุกทุรังแบบนั้น คณินก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีกองไฟมากองสุมอยู่ตรงอก "มองหน้าผมแบบนี้ อยากจะจัดห้องเสริมให้นอนระเบียงด้านนอก หรือจะยอมรับความจริงดีล่ะครับท่านประธาน" คิมหันต์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่กวนประสาทที่ทำเอาเส้นเลือดข้างขมับของคนเป็นเจ้านายกระตุกวูบ "ปากเก่งนักนะคิมหันต์" คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน ขบกรามแน่นจนสันนูน "ถ้าไม่ใช่เพราะฝนตกหนักจนทางหลวงขาด นายคิดเหรอว่าฉันจะยอมขับรถมาติดแหง็กกับคนอย่างนายที่นี่ แถมยังต้องมานั่งฟังเสียงตามสายของคู่หมั้นฉันอีก" "อ๋อ... เรื่องคุณรตาเหรอครับ" คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันอย่างน่าหมั่นไส้ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทแอบฟังหรอกนะครับ แต่เสียงทางนั้นเล็ดลอดออกมาดังซะขนาดนั้น เกรงว่าถ้าหูหนวกก็คงเป็นฝ่ายผมเองมากกว่า... ว่าแต่ เคลียร์กันไม่ลงตัวเหรอครับ ถึงได้ทำหน้าเหมือนอมขี้ไก่แบบนี้" "ไม่ใช่เรื่องของนาย!" คณินกระแทกเสียงใส่ ดับเครื่องยนต์แล้วผลักประตูลงไปลุยฝนเพื่อจัดการปัญหาตรงหน้าทันที ปล่อยให้เลขาตัวแสบนั่งยิ้มมุมปากตามหลังอย่างผู้ชนะ สิบนาทีต่อมา... หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับของรีสอร์ทสไตล์โมเดิร์นกลางหุบเขา คณินยืนหน้าตึงเครียดรับกุญแจห้องพักจากพนักงานด้วยบรรยากาศรอบตัวที่เย็นยะเยือกจนพนักงานสาวแทบไม่กล้าสบตา "ห้อง 404 นะคะคุณคณิน เป็นเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ค่ะ ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนนะคะ" คณินรับบัตรคีย์การ์ดมาด้วยใบหน้าถมึงทึง ขณะที่คิมหันต์เดินตามมาสมทบพร้อมรอยยิ้มพราวระยับ เมื่อเปิดประตูห้องพักเข้ามา กลิ่นอายความอึดอัดและชวนขนลุกก็พุ่งเข้าปะทะจมูกทันที เพราะภาพตรงหน้าคือเตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้องเพียงเตียงเดียว ไม่มีโซฟา ไม่มีเตียงเสริม และไม่มีทางเลือกอื่นใดทั้งสิ้น "ว้าว..." คิมหันต์แกล้งอุทานเบาๆ เดินสำรวจรอบห้องก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกนุ่มนิ่มแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายหนุ่มที่ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู "ห้องกว้างดีนะครับ แต่ดูท่า... เตียงจะแคบไปหน่อยสำหรับผู้ชายตัวโตๆ ตั้งสองคน" คณินปิดประตูเสียงดังปัง! ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดเตียงด้วยดวงตาวาวโรจน์ มือหนากระชากเนกไทออกอย่างไร้ความปรานีเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน "นายเลือกเอาคิมหันต์ ว่าจะนอนลงไปบนพื้นพรมแข็งๆ นั่น หรือจะขึ้นมานอนดีๆ บนเตียง แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันนอนดิ้น และไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น" คิมหันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เจ้าตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดตัวคนตัวโตกว่าอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิดด้วยความท้าทาย "พื้นพรมแข็งๆ คงไม่เหมาะกับหลังอันบอบบางของผมหรอกครับท่านประธาน..." คิมหันต์จงใจลากเสียงยาว กระซิบแผ่วเบาข้างใบหูหนาวเย็นของอีกฝ่าย "อีกอย่าง... ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว นอนเตียงเดียวกันมันจะสักเท่าไหร่เชียว หรือว่า... ท่านประธานกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวกันแน่ครับ?" คำพูดท้าทายนั้นทำเอาคณินชะงักกึก ลลมหายใจร้อนผ่าวของคนตรงหน้าเป่ารดต้นคอจนสติที่ควบคุมไว้แทบกระเจิง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของคนตัวเล็กกว่าอย่างลืมตัว ดึงเข้าหาตัวจนแนบชิดแทบไม่มีช่องว่าง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น "อย่ามาล้อเล่นกับไฟนะคิมหันต์" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน แววตาคมกราบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ยังคงขยับเย้าแหย่เขาไม่หยุด "นายไม่รู้หรอกว่าฉันอดทนกับความปากดีของนายมานานแค่ไหนแล้ว" "ถ้าอดทนนัก... ก็ไม่ต้องทนสิครับ" คิมหันต์กระตุกยิ้มท้าทาย ไม่ยอมแพ้แม้จะตกอยู่ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งดั่งคีมเหล็ก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก แต่ภายนอกยังคงทำเป็นใจดีสู้เสือ บรรยากาศภายในห้องพักสลัวละอองฝนเริ่มร้อนระอุขึ้นทุกที เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กต่างขั้วเริ่มทำงานอย่างเงียบเชียบแต่รุนแรง คณินก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่ชวนให้มึนเมา ยิ่งดึก ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งทำให้กำแพงความเย่อหยิ่งของท่านประธานหนุ่มพังทลายลงทีละน้อย ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดแน่นมานาน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศสีชมพูจางลงในพริบตา คณินสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับผละตัวออกจากคิมหันต์อย่างหัวเสีย ขณะที่เลขาตัวแสบแอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกปนเสียดายเล็กน้อย ประตูกลางห้องถูกกระชากเปิดออกโดยมือหนาของท่านประธานที่อารมณ์เสียถึงขีดสุด แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตู กลับไม่ใช่พนักงานรีสอร์ทอย่างที่คิด "ณินคะ! ทำไมติดต่อคุณยากจัง ฉันเป็นห่วงคุณแทบแย่ ก็เลยขับรถตามมานี่ไงคะ" เสียงหวานแหลมของ 'รตา' ไฮโซสาวคู่หมั้นที่ควรจะอยู่กรุงเทพฯ ดังขึ้นท่ามกลางความตกตะลึง พร้อมกับร่างระหงที่โผเข้าสวมกอดแขนแกร่งของคณินทันทีโดยไม่สนใจสายตาของคิมหันต์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ด้านหลัง คณินเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ขณะที่คิมหันต์หรี่ตามองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเจื่อนที่มุมปาก... เกมนี้ชักจะสนุกเกินคาดเสียแล้วสิครับ โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%