เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ•ตอนที่ 13

ทริปต่างจังหวัดกระชับมิตร (และกระชับหัวใจ)

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
“ถ้าคุณยังเอาแต่บ่นเรื่องเบาะรถราคาหลักแสนของผมว่ามันนั่งไม่สบาย ผมจะโยนคุณลงไปให้ฝนข้างนอกชะล้างความปากดีของคุณซะเดี๋ยวนี้แหละ คิมหันต์” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดดังแข่งกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดใส่ตัวถังรถยุโรปคันหรูอย่างบ้าคลั่ง ภายในห้องโดยสารที่ปิดทึบอบอวลไปด้วยความอึดอัดและกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงผสมกับความชื้นจากภายนอก ทว่าสิ่งที่ทำให้บรรยากาศมันร้อนระอุยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศที่เสียกะทันหัน ก็คือสายตาคมกริบของประธานหนุ่มไฟแรงอย่าง ‘คณิน’ หรือที่พนักงานทั้งบริษัทแอบขนานนามให้ลับหลังว่า ‘เฮียณิน’ จอมโหด คิมหันต์ยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่เปียกลู่ปรกหน้าผากอย่างไม่ยี่ห้อ แม้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งจะแนบเนื้อจนเผยให้เห็นโครงร่างสมส่วนจากพิษสงของฝนเมื่อครู่ตอนที่พวกเขาวิ่งฝ่าลงมาจากไซต์งาน แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทายตามประสาคนไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร “ถ้าผมตากฝนจนเป็นไข้ขึ้นมา คนที่จะไม่มีเลขาฝีมือดีไปตรวจงานโปรเจกต์ร้อยล้านที่ต่างจังหวัดต่อในวันพรุ่งนี้ ก็คือท่านประธานจอมเผด็จการนี่แหละครับ... อีกอย่าง เบาะราคาหลักแสนของเฮียเนี่ย มันซัพพอร์ตหลังได้แย่กว่าเก้าอี้พลาสติกออฟฟิศผมเสียอีก” “คิมหันต์!” คณินกัดฟันกรอด สันกรามคมชัดขึ้นมาจนเห็นเป็นสันนูน มือหนาที่กำพวงมาลัยรถแน่นจนข้อต่อปูดโปน เขาอยากจะคว้าตัวคนปากเก่งนี่มาเขย่าแรงๆ ให้หายหมั่นไส้เสียจริง ตั้งแต่รับเด็กคนนี้เข้ามาเป็นเลขา, ชีวิตอันแสนสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อยของเขาก็พังทลายไม่เป็นท่า ปากร้ายๆ ที่มักจะใช้ดึงหน้าตึงใส่ใครต่อใคร กลับต้องมาคอยต่อปากต่อคำกับเด็กหนุ่มนัยน์ตาดื้อรั้นคนนี้ทุกวี่ทุกวัน และที่แย่ที่สุดคือ... หัวใจบ้าๆ ของเขามันดันเต้นผิดจังหวะทุกทีที่อีกฝ่ายส่งยิ้มกวนประสาทกลับมา รถยนต์คันหรูส่งเสียงครางฮือในลำคอก่อนที่เครื่องยนต์จะดับสนิทลงอย่างถาวر ท่ามกลางความมืดมิดของถนนสายรองที่ไม่มีแม้แต่ไฟทาง มีเพียงแสงวาบของสายฟ้าที่ผ่าลงมาเป็นระยะ ทัศนวิสัยภายนอกมืดสนิทจนมองไม่เห็นทางแยก บรรยากาศในรถเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำซัดกระทบกระจกรถราวกับเสียงกลองศึก คณินถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความหัวเสีย เขาเอื้อมมือไปกดปุ่มไฟฉุกเฉิน แต่ความเงียบงันกลับทำให้เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ชัดเจนขึ้นมาแทนที่ ระยะห่างภายในห้องโดยสารที่แคบลงทำให้กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นฝนจางๆ จากตัวคนข้างๆ ลอยมาแตะจมูก สติของประธานหนุ่มสะดุดกึกไปชั่วขณะ “เครื่องน็อค... ท่าทางจะจบกันจริงๆ สำหรับรถยุโรปราคาแพงคันนี้” คิมหันต์พึมพำเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดเก๊ะหน้ารถเพื่อหาไฟฉายสำรอง แต่เพราะความมืดทำให้มือของเขาปัดไปโดนมือหนาของคณินที่เอื้อมมาพอดี ผิวสัมผัสอุ่นจัดท่ามกลางอากาศเย็นเยียบทำให้ทั้งคู่ชะงัก คิมหันต์ชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ขณะที่คณินขยับตัวเข้ามาชิดโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบหันมาสบเข้ากับดวงตากลมโตที่ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีในความมืด “ทะ...ทำไมมองแบบนั้นล่ะครับ กลัวผีเหรอท่านประธาน” คิมหันต์แกล้งทำเป็นไขสเกลกลบเกลื่อนความประหลาดใจในอก น้ำเสียงที่พยายามดัดให้ราบเรียบกลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด “ฉันไม่เคยกลัวผี... แต่ฉันกำลังคิดอยู่ว่า จะจัดการกับปากดีๆ ของเลขาตัวเองยังไงดีต่างหาก” คณินเอ่ยเสียงพร่า ทอดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความดุร้ายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายความปรารถนาบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องเครื่องยนต์ที่พัง ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนพื้นที่ระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม แผ่นหลังชนเข้ากับประตูรถฝั่งตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่โตกว่าและทรงอำนาจกว่าแผ่ซùmซาบเข้ามาโอบล้อมตัวเขาไว้ทั้งหมด “เฮีย... ถอยไปหน่อยครับ มันแคบ” คิมหันต์กระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดที่มีเมื่อครู่เริ่มระเหยกลายเป็นไอเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคณินเอื้อมมาแตะที่ข้างแก้ม เกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับบุคลิกปากร้ายโดยสิ้นเชิง ทำเอาคนปากเก่งถึงกับพูดไม่ออก “ทีเมื่อกี้ยังเถียงฉันฉอดๆ... ทำไมตอนนี้ถึงเงียบซะล่ะ หืม?” คณินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนคิมหันต์ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว หัวใจในอกเต้นรัวโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “ผม... ผมแค่ใช้พลังงานเปลืองเพราะต้องเถียงกับคนใจร้ายต่างหากล่ะครับ” คิมหันต์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่คณินกลับใช้ปลายนิ้วเชยคางมนให้หันกลับมาสบตาตรงๆ ในความมืดที่มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าเป็นระยะ ใบหน้าคมคายของคณินอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้มาดนิ่งมานาน ปากร้ายแต่ใจคลั่งรัก... นิยามนี้ช่างเหมาะกับผู้ชายคนนี้เสียเหลือเกิน “ถ้ารู้ว่าฉันใจร้าย... ทำไมถึงยังกล้าท้าทายฉันไม่เลิก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก ระยะห่างที่ลดลงทำให้ริมฝีปากของพวกเขาราวกับจะแตะโดนกันอยู่รำไร คิมหันต์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกใหม่ตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้เขาไม่อยากผลักไส “ก็เพราะว่า...” คิมหันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหลบตาลง “ถ้าผมไม่เถียง... เฮียก็คงไม่สนใจผมแบบนี้หรอกจริงไหมครับ” คำพูดนั้นทำให้คณินชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นจากประธานหนุ่มผู้เคร่งขรึม “รู้ดีนักนะ...” คณินพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้หมายจะปิดกั้นริมฝีปากดื้อรั้นนั้นด้วยความหมั่นเขี้ยวที่สะสมมานาน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกรถประตูด้านฝั่งคิมหันต์ดังขึ้นกะทันหัน ท่ามกลางเสียงฝนที่ซาลงเล็กน้อย ทำเอาทั้งคู่ผละออกจากกันแทบไม่ทัน คิมหันต์สะ giุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หันขวับไปมองนอกกระจก ฝ่าความมืดและละอองฝนออกไปเพื่อพบกับร่างของใครบางคนที่ยืนถือร่มใสอยู่ท่ามกลางสายฝน ใบหน้าคุ้นเคยที่ส่องผ่านกระจกรถเข้ามาทำให้เลือดในกายของคิมหันต์เย็นเฉียบลงในพริบตา ดวงตาของคิมหันต์เบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานหยดของหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอก พร้อมกับเสียงเคาะกระจกซ้ำๆ ที่ดังระรัวขึ้นอีกครั้ง “คุณณินคะ! ติดอยู่ในรถเหรอคะ รตามาช่วยแล้วนะ!” เสียงของ ‘รตา’ ไฮโซสาวคู่หมั้นทางธุรกิจดังทะลุสายฝนเข้ามาในรถ ทำเอาคณินที่เพิ่งอารมณ์ค้างถึงกับสบถออกมาคำรามต่ำด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ขณะที่คิมหันต์หันกลับมามองหน้าประธานหนุ่มนิ่งๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนที่มุมปาก ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้นะครับ ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดดุแล้วมาคลั่งรักผมเถอะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%