อัลกอริทึมรักไม่เป็นใจกับนายนักตรรกะหัวรั้น•ตอนที่ 3

อย่าอ่านผมด้วยสายตาแบบนั้น

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันของพริมลอยวนเข้ามาเตะจมูกทันทีที่เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของศรุต รอยยิ้มบนเรียวปากเคลือบลิดสติกสีแดงก่ำนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบที่กำลังกวาดมองประเมินเขากับธันวาด้วยความสนุกสนาน ราวกับเธอกำลังยืนชมละครสัตว์รอบพิเศษที่หาดูได้ยาก "อุ๊ย ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย" พริมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลากยาวจงใจหยอกลออ ดวงตาสวยเฉี่ยวเหลือบมองศรุตที่ยังคงจัดระเบียบสูทของตัวเองอย่างเร่งรีบ ก่อนจะหันไปสบตากับธันวาที่ยืนตีสีหน้าตายสนิทราวกับหุ่นยนต์รุ่นล่าสุดที่ไม่เคยรู้จักคำว่ากระอักกระอ่วน ศรุตสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและมามาดความสุขุมของดร.ด้านพฤติกรรมศาสตร์กลับคืนมา เขายกมือขึ้นกอดอก ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์ที่เกือบจะเสียศูนย์เมื่อครู่ "คุณพริมมาทำอะไรที่ห้องทำงานของผมโดยไม่นัดล่วงหน้าครับ ทางเราคงยังไม่มีวาระการประชุมร่วมกันในวันนี้" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ แม้ในใจจะนึกอยากไล่แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ออกไปให้พ้นสายตาเต็มทน "โอ๊ะ ดร.ศรุตคะ อย่าใจร้ายนักเลยค่ะ คนกันเองทั้งนั้น..." พริมย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ปล่อยให้ส้นสูงกระทบพื้นดัง *คลิก... คลิก...* เป็นจังหวะที่จงใจสร้างความกดดัน "พอดีฉันผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาสัญญาฉบับแก้ไขมาให้ดูสักหน่อย... เผื่อว่าโปรเจกต์ร่วมทุนของเราจะได้เดินหน้าเร็วกว่าเดิม ไม่ต้องมามัวเสียเวลา... เอ้อ สาละวนอยู่กับเรื่องส่วนตัวกันสองต่อสอง" คำพูดแทะโลมแบบมีชั้นเชิงนั้นทำเอาศรุตอยากจะกรอกตาเป็นเลขแปด แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บอาการไว้ภายใต้หน้ากากนักวิชาการผู้เพียบพร้อม ขณะที่ธันวาซึ่งยืนเงียบมานานเริ่มขยับตัว "ถ้าหมายถึงสัญญาเรื่องการถ่ายโอนสิทธิ์อัลกอริทึม ผมได้ส่งอีเมลปฏิเสธเงื่อนไขข้อที่สี่ไปแล้วเมื่อสามสัปดาห์ก่อน" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไร้ซึ่งความเกรงอกเกรงใจ ทว่าเฉียบคมจนพริมต้องหันขวับมามอง "แหม คุณธันวานี่ละก็... ตรงไปตรงมาเสียจริงนะคะ สมกับที่เป็นอัจฉริยะด้านโค้ดดิ้ง แต่บางที โลกธุรกิจมันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตรรกะดิบๆ อย่างที่คุณเข้าใจหรอกนะคะ มันต้องมีเรื่องของ 'ความยืดหยุ่น' เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย" พริมหรี่ตามองนักพัฒนาหนุ่มอย่างท้าทาย ศรุตแอบลอบสังเกตปฏิกิริยาของธันวาตามสัญชาตญาณนักจิตวิทยา ทว่า... เขากลับพบกับความว่างเปล่า ในทางจิตวิทยาแล้ว มนุษย์ทุกคนเมื่อเผชิญหน้ากับการกดดันทางสังคมหรือการถูกจู่โจมทางวาจา จะต้องแสดงปฏิกิริยาตอบสนองทางกายภาพ (Non-verbal Cues) ออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น การกะพริบตาถี่ขึ้น การขยับกล้ามเนื้อกราม การเปลี่ยนน้ำหนักตัว หรือแม้แต่การหลบสายตาเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่ธันวากลับนิ่งสนิท... นิ่งเสียยิ่งกว่าหุ่นขี้ผึ้ง ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นมองตรงไปยังพริมด้วยความว่างเปล่า ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ใดๆ ราวกับระบบประสาทของเขาได้ตัดขาดจากโลกภายนอกไปชั่วขณะ *หมอนี่... กำลังใช้กลไกป้องกันตัวแบบไหนกันแน่?* ศรุตขมวดคิ้วมุ่นในใจ สายตาคมกวาดมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธันวาอย่างพยายามวิเคราะห์ ไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความโกรธ และแน่นอนว่าไม่ใช่ความยินดี ธันวากำลังปิดตายทุกช่องทางที่อัลกอริทึมทางพฤติกรรมจะเจาะเข้าไปได้ มันคือพื้นที่สุญญากาศทางอารมณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ศรุตเคยพบเจอมาในชีวิตการทำงานสิบปีเต็ม "คุณธันวาคะ..." พริมเริ่มหุบยิ้มลงเมื่อเจอความเย็นชาไร้ช่องโหว่ของอีกฝ่ายเข้าจังๆ "อย่าทำตัวเป็นกำแพงหินที่เข้าถึงยากนักเลยค่ะ ผลประโยชน์ที่เราจะได้รับร่วมกันมันมหาศาลนะ คุณเองก็อยากให้ AI ของคุณถูกนำไปใช้ในวงกว้างไม่ใช่หรือไง" "ถ้าการนำไปใช้ในวงกว้างหมายถึงการรอนสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานเพื่อผลกำไรของคุณ ผมขอปฏิเสธ" ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์เจือปน ทว่าเฉียบคมบาดลึก "และต่อให้คุณใช้จิตวิทยาเชิงโน้มน้าวใจรูปแบบใด หรือส่งตัวแทนเข้ามาเจรจากี่ครั้ง คำตอบของผมก็ยังคงเป็น 'ไม่' เช่นเดิม" พริมแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกหักหน้าอย่างไม่ไว้หน้า "ปากกล้าดีนี่คะ... หวังว่าคุณจะยังรักษาความมั่นใจแบบนี้เอาไว้ได้จนถึงวันสุดท้ายที่โปรเจกต์นี้ล่มสลายนะ" เธอยกเอกสารในมือขึ้นวางกระแทกบนโต๊ะทำงานของศรุตเสียงดัง *ปึก!* ก่อนจะหันหลังกลับด้วยท่าทางฟาดงูฟาดหาง ทิ้งทวนด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากแล้วเดินน่องสะโพกออกไปจากห้อง ปิดประตูตามหลังเสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์ ความเงียบงันกลับมาโรยตัวปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดระคนอึดอัดลอยอบอวลอยู่รอบตัวของคนทั้งคู่ ศรุตถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยมือที่กอดอกไว้ออก แล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มผู้สร้างปัญหา "คุณนี่นะ... ปากคอเราะร้ายเป็นบ้า" ศรุตเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเจือความระอาแกมหมั่นไส้เล็กๆ "รู้ไหมว่าเธอกุมหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทสนับสนุนทุนวิจัยของเรา ถ้าเธอถอนทุนขึ้นมา โปรเจกต์ที่เราทำร่วมกันมาครึ่งปีพังทลายลงแน่ๆ" ธันวาหันกลับมามองหน้าศรุต ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นยังคงนิ่งสนิท ทว่ามีความลึกซึ้งบางอย่างที่ยากจะคาดเดาซ่อนอยู่เบื้องหลัง ม่านตาขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายภาพชิ้นแรกที่หลุดรอดออกมาจากกำแพงน้ำแข็งของนักตรรกะ "ช่างหัวทุนวิจัยสิครับ" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวศรุตทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง "สิ่งเดียวที่ผมสนใจตอนนี้... ไม่ใช่เรื่องหุ้นส่วนหรือโปรเจกต์บ้าบอคอแตกนั่นหรอก" ศรุตชะงักไปนิดเมื่อถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัว ขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง "แล้ว... แล้วคุณสนใจอะไรล่ะ หือ?" เขาแกล้งทำเป็นเชิดหน้าถามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก ธันวาหยุดยืนห่างจากเขาเพียงแค่คืบเดียว ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายจมูก สัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดที่ทำเอาสติสัมปชัญญะของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องพฤติกรรมมนุษย์เริ่มรวนเร "อย่าอ่านผมด้วยสายตาแบบนั้นครับ... ดร.ศรุต" ธันวาเอ่ยกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าระคนความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีเยชามานานแสนนาน "สายตาที่พยายามจะถอดรหัสผม... สายตาที่มองผมเหมือนผมเป็นแค่เคสศึกษาชิ้นหนึ่ง ทั้งที่ความจริงแล้ว..." "ความจริง... อะไรล่ะครับ?" ศรุตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล พยายามจะรักษาฟอร์มความใจแข็งเอาไว้ แต่เสียงในหัวกลับประท้วงให้ยอมจำนน ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับโครงหน้าคมคายของอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศรุต ราวกับต้องการจะสะกดให้คนตรงหน้าจมดิ่งลงไปในวังวนของเขาเพียงคนเดียว "ทั้งที่ความจริง... ผมไม่ได้อยากให้คุณมานั่งวิเคราะห์ผมด้วยหลักจิตวิทยาบ้าบออะไรนั่นเลย..." ธันวาหยุดเว้นจังหวะ ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นร้อนประสานเข้าหากัน "แต่ผมอยากให้คุณ... อ่านความรู้สึกที่แท้จริงข้างในใจผมต่างหาก ว่าผมรู้สึกยังไงเวลาที่คุณยืนใกล้ผู้หญิงคนอื่นแบบเมื่อกี้" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งและไร้ทักษะทางสังคมอย่างธันวา ทำให้ศรุตเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง สมองที่เคยประมวลผลทฤษฎีทางจิตวิทยามานับร้อยนับพันหยุดชะงักลงในทันที โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนดังสนั่นก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่า... ก่อนที่ศรุตจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดเพื่อตอบรับหรือปฏิเสธความรู้สึกที่พรั่งพรูออกมานั้น ประตูห้องทำงานที่เพิ่งถูกปิดสนิทไปเมื่อครู่ ก็ถูกผลเปิดผางขึ้นด้วยเสียงดังลั่น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักไม่เป็นใจกับนายนักตรรกะหัวรั้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%