"คุณอคิน! คุณรินรดา! แย่แล้วครับ! ที่ไซต์งานด้านนอก... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงตะโกนลั่นของลูกน้องหน้าตาตื่นดังทะลุผ่านความมืดเข้ามาในห้องควบคุมงานชั่วคราว พร้อมกับสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดสังกะสีด้านนอกราวกับฟ้าถلทลาย น้ำหนักของหยดน้ำที่เทกระหน่ำลงมาเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นห้องปิดตายขนาดย่อม กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นฝนตีตลบอบอวล ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับแวมที่สะท้อนเงาของคนทั้งคู่บนผนังคอนกรีตเปลือย
อคินขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณสถาปนิกผู้ควบคุมงานสั่งให้ก้าวเท้าออกไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครบอกซ้ำ รินรดาเองก็ไม่รอช้า เธอคว้าเสื้อกันฝนพลาสติกสีใสมาคลุมไหล่แล้วก้าวตามติดออกไปทันทีด้วยความกระวนกระวายใจ
"เกิดอะไรขึ้น ประสานงานกับใครไว้ทำไมปล่อยให้น้ำซึมเข้าแนวกันสาดฝั่งทิศตะวันตก!" อคินเอ่ยเสียงเข้มทันทีที่เผชิญหน้ากับหัวหน้าคนงานที่ยืนตัวเปียกโชก
"ไม่ใช่เรื่องนั้นครับคุณอคิน!" ลูกน้องละล่ำละลัก "เครนยกวัสดุนอกอาคารเกิดขัดข้องเพราะฟ้าผ่าลงหม้อแปลงหลัก ระบบไฟสนามดับหมด แถมประตูเหล็กม้วนอัตโนมัติหน้าโครงการมันช็อตล็อกตายสนิท... ตอนนี้พวกเราข้างนอกออกไม่ได้ รถกระบะของคนงานติดหล่มโคลนอยู่หน้าประตูใหญ่... แล้วที่สำคัญ พวกเราติดอยู่ข้างในนี้กันหมดแล้วครับ!"
ความเงียบชั่วขณะเข้าปกคลุม ท่ามกลางเสียงคำรามของฟ้าผ่าและสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง
รินรดาถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย เธอหันไปมองหน้าอคินที่ยืนนิ่งสงบผิดคาด แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะชวนปวดหัวแค่ไหน แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฉายแววครุ่นคิดอย่างมีสติ
"สรุปคือ... ไฟดับ ทางออกถูกล็อก ประตูม้วนเปิดไม่ได้ รถออกไม่ได้ และพวกเราต้องติดอยู่ที่นี่จนกว่าทีมการไฟฟ้าจะกู้ระบบเสร็จ ซึ่งในสภาพพายุเข้าแบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องมีสามชั่วโมงอัปใช่ไหมครับ?" อคินสรุปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
"มะ... ประมาณนั้นครับคุณอคิน ผมขอตัวไปเช็กเบรกเกอร์สำรองด้านหลังก่อนนะครับ!" ลูกน้องคนนั้นวิ่งหายลับไปในความมืดทันที ปล่อยให้สถาปนิกหนุ่มและอินทีเรียสาวต้องเผชิญหน้ากันตามลำพังท่ามกลางเสียงสายฝนที่ซัดสาด
ภายในห้องควบคุมงานชั่วคราวขนาดเล็กที่มีเพียงโต๊ะเขียนแบบ เก้าอี้พับสองตัว และลังกระดาษเก็บเอกสาร แสงสว่างมีเพียงจากหลอดไฟฉุกเฉินที่เริ่มหรี่แสงลงเรื่อยๆ ความอึดอัดที่สะสมมาตั้งแต่การประชุมเครียดเมื่อช่วงบ่ายเริ่มกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง
รินรดากอดอกแน่น ไหล่บางไหวเล็กน้อยด้วยความหนาวจากไอฝน เธอปัดหยดน้ำที่เกาะตามกรอบหน้าออกลวกๆ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ
"นี่คุณอคิน ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอคะ หรือว่าคุณมีความสุขดีที่ได้ติดอยู่กับฉันในสถานที่รกร้างแบบนี้?" น้ำเสียงของเธอเจือแววประชดประชันตามนิสัยปากเก่งที่ไม่เคยยอมใคร
อคินเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้าแหย่ "ความสุขเหรอครับ? ถ้าไม่ใช่เพราะแบบแปลนไฟที่คุณดร็อปตำแหน่งผิดจนผมต้องมาตรวจหน้างานซ้ำซ้อน ป่านนี้ผมนั่งจิบกาแฟอุ่นๆ อยู่ที่ห้องพักนานแล้วครับ... ไม่ต้องมานั่งฟังคุณบ่นหรอก"
"อ้าว! นี่คุณโทษฉันฝ่ายเดียวอีกแล้วนะ!" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างเหลืออด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโมโห "ตำแหน่งไฟตรงนั้นฉันปรับตามความต้องการของลูกค้านะคะคุณสถาปนิกผู้เคร่งครัด! ถ้าคุณมีความยืดหยุ่นเสียบ้าง งานมันคงไม่ล่าช้าหรอก!"
"ความยืดหยุ่นเหรอครับ?" อคินก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ปะปนมากับกลิ่นฝนลอยเข้าจมูกของเขา จนหัวใจที่เคยนิ่งสงบเริ่มเต้นผิดจังหวะ "ถ้าผมยืดหยุ่นตามใจคุณ โครงสร้างฝ้าเพดานตรงนั้นคงพังถล่มลงมาก่อนที่ลูกค้าจะได้เข้าอยู่ด้วยซ้ำ คุณใช้แค่ความสวยงาม แต่ผมต้องรับผิดชอบชีวิตคน... เข้าใจไหมครับ คุณอินทีเรียตัวแสบ"
คำพูดนั้นแม้จะเจือด้วยความดุ แต่แววตาที่เขามองเธอกลับไม่ได้มีความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องรีบเบนสายตาหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
"ปากจัด..." เธอพึมพำเบาๆ พร้อมกับถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง "แล้วนี่เราจะต้องติดอยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหน ฉันหิวข้าว..."
ประโยคสุดท้ายของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่ในห้องที่เงียบสงบยกเว้นเสียงฝน ทำให้อคินได้ยินมันอย่างชัดเจน
ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างยอมแพ้ เขาลดแขนที่กอดอกลง เดินเลี่ยงไปที่มุมห้องแล้วหยิบกระเป๋าเป้ใบใหญ่ของตัวเองขึ้นมา รื้อค้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบกล่องพลาสติกใส่อาหารที่ยังอุ่นอยู่ และขวดน้ำแร่ยื่นมาตรงหน้าเธอ
"อะไรคะ?" รินรดาเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ
"ข้าวกล่องครับ... ผมซื้อเผื่อไว้ตั้งแต่ตอนเย็นเพราะรู้ว่างานต้องเลิกดึก ดีกว่าปล่อยให้คุณเป็นลมแล้วผมต้องแบกคุณฝ่าฝนออกไปโรงพยาบาล" อคินพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ตามฟอร์มของคนปากร้ายแต่ใจดี ก่อนจะวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ "กินซะ ก่อนที่มันจะเย็นชืด"
รินรดามองกล่องข้าวในมือสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เบือนหนีไปมองทางหน้าต่าง ราวกับว่าการทำดีกับเเป็นเรื่องน่ารำคาญใจเสียเต็มประการ
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาวอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกขัดแย้งในใจเริ่มก่อตัวขึ้น เธอไม่รู้ว่าควรจะหมั่นไส้ความปากร้ายของเขา หรือควรจะใจเต้นกับความใส่ใจที่ถูกซ่อนไว้ใต้คำพูดเย็นชาพวกนั้นกันแน่
"ปากบอกว่ารำคาญฉัน แต่ก็เตรียมของกินไว้ให้ตลอด... นี่แอบชอบฉันหรือไงคะคุณอคิน" รินรดาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เพื่อทำลายความอึดอัดระหว่างกัน
อคินชะงักไปเล็กน้อย เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้นด้วยความหมายที่อ่านไม่ออก
"ถ้าใช่... แล้วคุณจะทำไมล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างจริงจังทำเอาอากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง รินรดาชะงักค้าง คำพูดที่จะเถียงต่อติดอยู่ที่ลำคอ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงสายฝนด้านนอก
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นและลึกซึ้งอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนยืนนิ่งจ้องตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินที่กะพริบเตือนครั้งสุดท้ายก่อนจะดับวบลง ปล่อยให้ความมืดมิดเข้ามาโอบล้อม แต่ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงเคาะประตูกระด้างด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะทันที!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณอคินครับ! แย่แล้วครับ! มีคน... มีคนบุกเข้ามาทางด้านหลังไซต์งานครับ!"
อคินขมวดคิ้วฉับ ความหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา รินรดารemว้าแขนเสื้อเขาไว้โดยไม่รู้ตัวด้วยความตกใจ
ชายหนุ่มดึงมือเธอมาหลบไว้ด้านหลังสัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่าน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังประตูห้องที่กำลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างปริศนาที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน
"ใครวะ..." อคินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน
"จอมยุทธ์เสื้อแพรขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 6 นี้ด้วยใจจริงครับ"
สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย•ตอนที่ 6
ฝนตกกับงานค้างคืน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!