"ใครวะ..."
อคินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องเขม็งไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงาน ที่สว่างวาบขึ้นด้วยข้อความจากบุคคลปริศนา ปลายทางส่งรูปสเก็ตช์ภายในโปรเจกต์รีสอร์ตล่าสุด พร้อมแคปชั่นชวนหงุดหงิดใจว่า *'ดีไซน์นี้ดูไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลยนะครับคุณริน... สนใจไปหาแรงบันดาลใจนอกรอบกับผมสักคืนไหม?'*
นิ้วเรียวแกร่งของสถาปนิกหนุ่มเคาะลงกับพื้นโต๊ะไม้สักเป็นจังหวะกระชั้นชิด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ใช่เพราะตัวงานถูกวิจารณ์ แต่เป็นไอ้สุนัขตัวไหนก็ตามที่กล้าหยอดคำหวานใส่สถาปัตยกรรมคู่บุญของเขาต่างหาก
เขากวาดสายตาจากหน้าจอไปยังมุมห้องทำงานฝั่งตรงข้าม ซึ่งกั้นด้วยกระจกใสแจ๋ว รินรดายังคงนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และกองแบบแปลนสถาปัตยกรรมกระจัดกระจาย แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบพักตร์เนียนใสที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า หญิงสาวฟุบหน้าลงกับทับถมกองกระดาษพิมพ์เขียวอย่างไร้เรี่ยวแรง หลังจากลุยแก้แบบร่วมกันมานานกว่าสิบชั่วโมงเต็ม
นาฬิกาบนผนังฟ้องเวลาตีสองครึ่ง ออฟฟิศสถาปัตย์ยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ
อคินถอนหายใจยาวเหยียด เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวออกจากห้องทำงานส่วนตัวด้วยฝีเท้าเงียบกริบราวกับแมวป่า มือหนาคว้าเสื้อแจ็กเก็ตผ้าทวีดเนื้อหนาตัวโปรดที่พนักเก้าอี้ติดมือมาด้วย
ขณะเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหยุดยืนมองสำรวจใกล้ๆ
รินรดายามหลับใหลดูแตกต่างจากเวลาปะทะคารมกับเขาโดยสิ้นเชิง เปลือกตาส่งแพขนตางอนหนาทาบลงบนโหนกแก้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงถึงการเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าศีรษะเจ้ากรรมดันเอียงพับไปด้านข้างอย่างน่าเสียวไส้ คอของเธอน่าจะเคล็ดแน่หากปล่อยให้นอนท่านี้จนถึงเช้า
"ดื้อด้านชะมัด... บอกให้กลับไปนอนที่ห้องพักสวัสดิการก็ไม่ฟัง"
อคินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงระอาปนเอ็นดู มือที่ถือเสื้อแจ็กเก็ตชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางอย่างระมัดระวัง เขาบรรจงคลี่เสื้อแจ็กเก็ตออกอย่างเบามือที่สุด แล้วคลุมทับลงบนไหล่บอบบางที่สะท้านไหวตามจังหวะหายใจ ความอุ่นจากเนื้อผ้าช่วยโอบกอดความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เร่งความเย็นจัด
จังหวะนั้นเอง ปลายจมูกของเขาเกือบจะชนเข้ากับกลุ่มผมนุ่มสลวยที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ อคินชะงักค้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นนี้... มันชวนให้สมองตื้อตันไปหมดอย่างน่าประหลาด
สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนละเอียดในระยะประชิด ไล่จากหน้าผากมนลงมายังแพขนตา และหยุดนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เผยอขึ้นเล็กน้อย ยามปกติริมฝีปากคู่นี้มักพ่นคำพูดจาเผ็ดร้อน คอยต่อปากต่อคำและขัดคอเขาได้ทุกวี่ทุกวัน แต่พอมาตอนนี้... กลับเงียบสงบจนหัวใจคนมองปั่นป่วน
"ยัยตัวแสบ... เวลาหลับก็ดูเป็นผู้เป็นคนดีนี่นา" อคินโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเสียงลมหายใจจะปลุกให้คนตรงหน้าตื่นขึ้น
เขาเอื้อมมือไปหมายจะปัดปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้พ้นทาง แต่นิ้วมือที่กำลังจะสัมผัสผิวแก้มนั้นกลับหยุดชะงักกลางอากาศราวกับโดนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อต ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาพรั่งพรูขึ้นมาในอก ความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้คำพูดปากร้าย การคอยตรวจเช็คแบบแปลนของเธอเงียบๆ ยามดึกดื่น หรือแม้แต่ความหึงหวงไร้สาระเมื่อครู่... ทุกอย่างมันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ
เขากำลังตกหลุมรักอินทีเรียสาวปากเก่งคนนี้เข้าเต็มเปา... และมันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดสิ้นดีสำหรับสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างเขา
"อื้อ..."
เสียงครางงอแงในลำคอของรินรดาดังขึ้นเบาๆ เปลือกตาสั่นไหวราวกับกำลังจะตื่นจากการหลับใหล
อคินรีบชักมือกลับอัตโนมัติราวกับโดนไฟลวก เขายืดตัวตรงด้วยความรวดเร็ว ตีสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และไร้พิษภัยกลับคืนมาในเสี้ยววินาที ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อกลับไปยังห้องทำงานของตัวเองนั้นเอง มือเรียวเล็กที่ควรจะหลับสนิทกลับเอื้อมคว้าชายเสื้อแจ็กเก็ตที่เขาเพิ่งคลุมให้ไว้แน่น!
รินรดาลืมตาขึ้นครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำจากการอดนอนมองตรงมาที่เขา สติที่ยังเลือนรางทำให้หญิงสาวส่งเสียงถามงึมงำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"คุณ... อคินเหรอคะ?"
อคินตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ปล่อยมือครับคุณริน... ผมแค่มารabดูงาน ไม่ได้มาบริการคุณนอน" ปากก็พูดปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สายตากลับก้มมองมือเรียวที่ยังกำเสื้อเขาแน่นไม่ยอมปล่อย
รินรดาไม่ได้ปล่อยมือตามที่บอก เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่สวยมีความเจ้าเล่ห์ประกายขึ้นมาวับหนึ่ง แม้จะยังสะลึมสะลืออยู่ก็ตาม เธอยิ้มมุมปากน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นถึงกับไปไม่เป็น
"ปากบอกว่าไม่... แต่เสื้อแจ็กเก็ตอุ่นๆ นี่ของใครกันล่ะคะ คุณสถาปนิกปากร้าย... หรือว่าแอบเป็นห่วงฉันจนทนไม่ไหวกันแน่?"
คำถามนั้นทิ้งระยะห่างเพียงลมหายใจกั้น ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนความอบอุ่นจากร่างกายแผ่ซ่านถึงกันและกัน อคินชะงักค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมย้อนกลับของคนตัวเล็กที่ต่อให้ง่วงแค่ไหนก็ยังร้ายกาจไม่เปลี่ยน
ทว่า ก่อนที่อคินจะได้หาข้อแก้ตัวใดๆ มากลบเกลื่อนความพิรุธ
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบยามวิกาลอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมๆ กับไฟฉุกเฉินริมทางเดินด้านนอกที่กะพริบถี่ และเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวใกล้เข้ามาทางประตูกระจกออฟฟิศ...
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่สามปรากฏขึ้นหลังบานกระจกฝ้า!
สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย•ตอนที่ 7
คนซึนที่ขยันดูแล
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!