"ผมมาที่นี่เพื่อบอกพวกคุณว่า... โครงการนี้ถูกสั่งระงับการก่อสร้างอย่างเป็นทางการแล้วครับ"
ประโยคประกาศิตจากปากตัวแทนฝ่ายกฎหมายของบริษัทเจ้าของโครงการยังคงก้องกังวานอยู่ในห้องประชุมชั่วคราว กลิ่นอับชื้นของฝุ่นปูนและหยาดเหงื่อจากการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายคืนผสมปนเปกันจนแทบหายใจไม่ออก บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมยาวเหยียดราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว รินรดากำมาร์กเกอร์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมจ้องมองเอกสารคำสั่งระงับคดีบนโต๊ะด้วยความรู้สึกที่ประสมกันระหว่างความโกรธ ความอึดอัด และความไม่ยุติธรรม
งานออกแบบอินทีเรียร์ที่เธอทุ่มเทสมองและหยาดเหงื่อไปร่วมสามเดือนกำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ไม่โปร่งใสของเบื้องบน
"นี่มันบ้าชัดๆ" รินรดาพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงพายุที่พร้อมปะทุ "พวกคุณรู้ทั้งรู้ว่าโครงสร้างหลักเสร็จไปเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ทำไมเพิ่งมาสั่งระงับตอนนี้? เอกสารสิทธิ์มีปัญหาตั้งแต่ก่อนเริ่มตอกเสาเข็มทำไมไม่เคลียร์ให้เรียบร้อยก่อน!"
ตัวแทนฝ่ายกฎหมายทำได้เพียงยักไหล่อย่างไร้เยื่อใย เก็บแฟ้มเอกสารเข้ากระเป๋าแล้วเดินเลี่ยงออกไปจากห้องโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ทิ้งให้ทีมงานที่เหลือจมอยู่กับความเคว้งคว้าง
ทว่า ในความเงียบงันและตึงเครียดนั้น สายตาของรินรดากลับกวาดไปสะดุดเข้ากับร่างสูงโปรดักชันเนี๊ยบของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ควบคุมโครงการ อคินยืนพิงกรอบหน้าต่างหันหลังให้ห้องประชุม มือหนาสอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีเทาเข้ม แผ่นหลังกว้างนั้นดูแข็งแกร่งและนิ่งสงบผิดคาด ราวกับว่าข่าวร้ายชิ้นมหึมานี้เป็นเพียงแค่ละอองฝนที่ตกลงมาใส่เสื้อผ้าของเขาเท่านั้น
รินรดาก้าวฉับๆ เข้าไปหาด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด เธอเกลียดความนิ่งเฉยของเขา ยิ่งเขาสงบมากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ดิ้นรนอยู่ฝ่ายเดียว
"คุณอคิน" เสียงเรียกห้วนสั้นและหอบสะท้านเล็กน้อยจากอารมณ์โกรธ "นี่คุณไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ? โปรเจกต์นี้กำลังจะพัง งานของเรา ความฝันของทีมงาน หรือว่าสำหรับคุณ สถาปนิกเกรดเออย่างคุณสนใจแค่เงินค่าจ้างตอนจบโปรเจกต์เท่านั้น"
อคินค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพหญิงสาวที่กำลังยืนหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธ เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง จ้องมองใบหน้ารูปไข่ที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเคียดแค้น ก่อนที่มุมปากหยักสวยจะยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้อยากซัดสักหมัด
"คุณคิดว่าความโกรธและเสียงกรี๊ดกร๊าดของคุณ จะช่วยเปลี่ยนตัวเลขทางกฎหมายหรือทำให้ศาลยกเลิกคำสั่งได้หรือครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ ช่างเยือกเย็นและบาดลึกเสียจนคนฟังอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ
"ฉันไม่ได้กรี๊ดกร๊าด! ฉันกำลังพูดถึงความรับผิดชอบ!"
"และความรับผิดชอบในแบบฉบับของคุณ คือการยืนเถียงกับอากาศและโทษคนอื่นไปทั่วอย่างนั้นเหรอ?" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะนุ่มนวลแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล "ตั้งสติแล้วมองความเป็นจริงเสียบ้าง งานมันหยุด ก็คือหยุด พักผ่อนซะบ้างเถอะ หน้าตาคุณตอนนี้เหมือนผีดิบเดินได้ไม่มีผิด"
"นี่คุณ!" รินรดาอ้าปากค้าง ปอดแทบระเบิดด้วยความโมโห ผู้ชายคนนี้ปากร้ายได้โล่จริงๆ ไม่เคยมีประโยคไหนหลุดออกมาจากปากเขาแล้วรื่นหูเลยสักครั้ง "คุณมันคนไร้หัวใจ สมกับฉายา 'สถาปนิกไร้ใจ' ที่คนเขาพูดกันจริงๆ!"
อคินไม่ตอบโต้ เขาเพียงแต่ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง หมุนตัวหยิบข้าวของบนโต๊ะทำงานแล้วเดินเลี่ยงออกไปจากห้องประชุมทิ้งให้รินรดายืนกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
...
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงหัวค่ำ แสงไฟสีส้มจากหลอดนีออนริมถนนสาดส่องเข้ามาภายในสำนักงานชั่วคราวที่ตอนนี้เหลือเพียงความเงียบงัน ทีมงานคนอื่นๆทยอยเก็บของกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือเพียงรินรดายังคงนั่งจมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พยายามรื้อแก้แบบแปลนส่วนที่ได้รับผลกระทบ เผื่อว่าปาฏิหาริย์จะมีจริงและโครงการนี้จะได้ไปต่อ
ดวงตากลมโตเริ่มพร่ามัว ความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนติดต่อกันสองคืนสะสมจนสมองตื้อตัน กาแฟดำในแก้วกระดาษบนโต๊ะเย็นชืดและแห้งเหือดไปตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อน เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะทำงานด้วยความหมดแรง
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูกระจกเบาๆ ดังขึ้น รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ คิดว่าคงเป็นแม่บ้านหรือยามกาลเวลาเดินตรวจความเรียบร้อย
แต่ทว่า กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้อุ่นๆ กลับลอยแตะจมูก พร้อมกับแก้วกระดาษสีน้ำตาลอ่อนใบใหม่ที่ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างแผ่วเบา ใกล้กับมือที่เธอกำลังฟุบอยู่
รินรดาขยับตัวเงยหน้าขึ้นอย่างงقงง ดวงตากลมโตช้อนมองผู้มาใหม่ และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเป็นอคิน เขายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแรงที่ดูทรงพลังและน่ามองในเวลาเดียวกัน มือหนาข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟอีกแก้วของตัวเองไว้
"มองทำไมครับ หน้าผมมีพิมพ์เขียวติดอยู่หรือไง" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามสไตล์เดิม แต่สายตากลับหลบเลี่ยงไปมองทางอื่นเล็กน้อย
รินรดากระพริบตาปริบๆ ปรับโฟกัสสายตาที่พร่ามัว มองแก้วกาแฟอุ่นๆ ตรงหน้าสลับกับใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่ม "นี่อะไรคะ?"
"กาแฟ" อคินตอบสั้นๆ ห้วนๆ ราวกับมันเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป "บังเอิญผมลงไปซื้อข้างล่างมาทำงานต่อ แล้วทางร้านเขาแถมมาเกินแก้วหนึ่ง ขี้เกียจถือกลับห้อง ก็เลยเอามาวางไว้ตรงนี้ จะกินหรือไม่กินก็เรื่องของคุณ"
'บังเอิญแถมมาเกินแก้วหนึ่งงั้นเหรอ?' รินรดาแอบแค่นหัวเราะในใจ ร้านกาแฟแถวนี้เขาใจดีแจกกาแฟพรีเมียมราคาแพงให้ลูกค้าฟรีๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ข้ออ้างตื้นเขินสิ้นดี
"อ๋อเหรอคะ..." รินรดาแกล้งทำเสียงสูง ลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน เธอยกมุมปากยิ้มหยัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของคนปากแข็งที่ตอนนี้เริ่มหูแดงขึ้นมาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ร้านนี้ใจดีจังนะคะ แถมกาแฟลาเต้อุ่นๆ ใส่นมสดพร่องมันเนยและไซรัปวนิลาน้อยๆ แบบที่ฉันชอบพอดิบพอดี เหมือนรู้ใจเลยนะคะ... หรือว่าจริงๆ แล้ว คุณตั้งใจซื้อมาให้ฉันกันแน่คะ คุณอคิน?"
คำถามพาดพิงแบบตรงไปตรงมาทำให้อคินถึงกับชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่กระตุกวูบ ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมาจ้องเธอนิ่ง ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยครับ คุณรินรดา" อคินเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มความเย็นชาเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "ผมแค่สั่งเผื่อตัวเองอีกแก้วในกรณีที่แก้วแรกหมด แล้วเผื่อสมองตันคิดงานไม่ออก ไม่ได้มีเจตนาจะเอาใจหรือเวทนาใครทั้งสิ้น"
"อ้าวเหรอคะ นึกว่ากลัวฉันตาค้างตายคาโต๊ะซะอีก เห็นเมื่อกลางวันเพิ่งเทศน์เรื่องสุขภาพฉันไปหยกๆ" รินรดาแกล้งเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงยียวน กวนประสาทเสียจนคนฟังอยากจะจับตีสักที
"คนหวังดีเขาไม่มานั่งต่อปากต่อคำกับคนปากเก่งแบบคุณหรอกครับ" อคินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวเริ่มแคบลง ไออุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาปะทะความหนาวเย็นในห้องทำงาน
รินรดายืดตัวขึ้นเล็กน้อย ไม่ยอมถอยหลังหนี เธอเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาดื้อรั้นและประกายความท้าทายในดวงตานั้นทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง ปากร้ายใจแข็งแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้กับความดื้อดึงและดวงตากลมโตคู่นี้ทุกที
"ถ้าไม่ได้หวังดี... แล้วหน้าคุณจะแดงทำไมล่ะคะ คุณสถาปนิก" รินรดากระซิบเสียงเบา ลากเสียงยั่วเย้าในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนเรียวปากสวย
อคินนิ่งงันไป เขาก้มมองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ระยะห่างระหว่างกันตอนนี้ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยวนอยู่ปลายจมูก กลบกลิ่นอับของฝุ่นปูนไปจนสิ้น
ความซึนเดเระที่เคยสร้างเป็นกำแพงหนาเริ่มสั่นคลอน อคินเม้มริมฝีปากแน่น ตัดสินใจที่จะยุติการต่อปากต่อคำนี้ด้วยวิธีที่คาดไม่ถึง เพื่อไม่ให้เธอจับพิรุธความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย็นชาของเขาได้มากกว่านี้
มือหนายื่นออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือเรียวเล็กของรินรดาที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้เบาๆ ไม่ให้เธอขยับหนี รินรดาอุทานออกมาเบาด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง
"ถ้าคิดว่าผมใจดีนัก..." อคินโน้มตัวลงต่ำ ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้วจนรินรดารู้สึกซู่ซ่าไปทั้งร่าง "...ก็เลิกนั่งทำหน้าเป็นหมีแพนด้าแล้วดื่มมันซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจเอาทิ้งถังขยะ"
ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความลึกล้ำและประกายความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวแรงขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะ ความโกรธและความเครียดจากเรื่องโปรเจกต์เมื่อกลางวันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม
เธอนิ่งค้างไปในระยะประชิดที่อันตรายต่อหัวใจ คำพูดโต้เถียงที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำคอเปล่งออกมาไม่ได้สักคำ
และในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
แอ๊ด... เสียงประตูกระจกด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าและน้ำเสียงตื่นตระหนกของหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมที่วิ่งพรวดพรากเข้ามาโดยไม่ทันได้เคาะประตู
"คุณอคิน! คุณรินรดา! แย่แล้วครับ! ที่ไซต์งานด้านนอก... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและใจฟูไปกับความปากแข็งของสถาปนิกหนุ่มคนนี้นะครับ
สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย•ตอนที่ 5
กาแฟหนึ่งแก้วกับความลับ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!