"เส้นสายพวกนี้... คุณลากด้วยไม้บรรทัดวัดมุมหรือใช้ความรู้สึกทางสถาปัตยกรรมที่ร่ำเรียนมาจริงๆ ครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่โปรเจคเตอร์หน้าห้องประชุมใหญ่ฉายภาพร่างแบบแปลนภายในตู้คอนโทรลของตึกสูงระฟ้าขึ้นบนจอขาว ปลายปากกาเลเซอร์สีแดงสะท้อนวับอยู่บนมุมขวาของห้องทำงาน ที่ซึ่งอคิน—สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบจนไร้รอยต่อ ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางผ่อนคลาย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน
รินรดากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นเส้นนูน เธอนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม มือเรียว1 สวยประสานกันบนตั๋วแฟ้มเอกสาร สีหน้าไม่ได้แสดงความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอยังยกมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มเยาะที่ส่งกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าสถาปนิกผู้ทรงคุณวุฒิอย่างคุณอคิน จะกรุณาลดอคติในใจแล้วใช้ตาคู่โตๆ มองดูให้ดี คุณก็จะเห็นว่าเส้นพวกนั้นไม่ได้ลากส่งเดช แต่มันถูกคำนวณมาเพื่อรองรับงานระบบที่พวกคุณ 'ลืม' เผื่อพื้นที่ไว้ต่างหากล่ะคะ" เสียงหวานใสแต่เจือความประชดประชันตอบกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายนี้ทำเอาทีมงานฝ่ายวิศวกรรมที่นั่งอยู่รอบโต๊ะยาวถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปขยับคอเสื้อกันเป็นแถบ
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ "ลืม? น่าขันสิ้นดี งานออกแบบของผมถูกตรวจสอบมาสามรอบก่อนส่งต่อให้ทีมอินทีเรียของคุณ... หรือว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่คุณอ่านแปลนสามมิติไม่ออกกันแน่ ถึงได้พยายามยัดเยียดเฟอร์นิเจอร์บิวต์อินบ้าๆ พวกนี้มาบังเสาโครงสร้างหลัก"
บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมลงทันตาเห็น ไม่มีใครกล้าหายใจแรงเมื่อเสือสองตัวมาเจอกันในถ้ำเดียวกัน รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านด้วยความโกรธ เธอเกลียดที่สุดคือคนที่ดูถูกความสามารถของเธอโดยไม่ยอมเปิดใจรับฟังเหตุผล
เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือตบลงบนโต๊ะประชุมเสียงดัง 'ปัง!' จนแฟ้มเอกสารกระเพื่อม ดวงตากลมโตวาวโรจน์จ้องมองสถาปนิกหนุ่มเขม็ง
"คุณอคิน! กรุณาให้เกียรติวิชาชีพของฉันด้วย ฉันทำการบ้านมาดีพอที่จะรู้ว่าเสาต้นนั้นรับน้ำหนักเท่าไหร่ และถ้าฉันไม่ดีไซน์ชั้นวางแบบนั้นซ่อนไว้ พื้นที่ตรงมุมอับนั่นก็จะกลายเป็นซอกขยะไร้ค่าที่คุณไม่มีวันแก้โจทย์มันได้หรอกค่ะ!"
อคินหรี่ตามองหญิงสาวที่ยืนเถียงฉอดๆ อยู่ตรงข้าม ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกำลังสั่นเทาด้วยความโมโห พวงแก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์อารมณ์ ยอมรับตามตรงว่าในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพของอินทีเรียสาวปากเก่งคนนี้ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่สมองสั่งการ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะแปลกๆ กับความดื้อรั้นที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเธอ
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างจงใจสร้างความหงุดหงิดให้ฝ่ายตรงข้าม เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นกระดาษและชาเขียวจากตัวเธอลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
รินรดาชะงักไปนิดเมื่อร่างสูงใหญ่ของเขาก้าวเข้ามาประชิด แรงกดดันจากความเป็นมืออาชีพและส่วนสูงที่ต่างกันพอสมควรทำให้เธอต้องแหงนหน้ามอง แต่เธอก็ยังเชิดคางขึ้น ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"ปากดี... แต่ฝีมือจะสมกับปากหรือเปล่าล่ะครับ" อคินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน ระยะห่างแค่คืบทำให้เธอเห็นแพขนตาดกหนาและแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายของเขาชัดเจน "ถ้าแบบแปลนรอบหน้าของคุณยังมีข้อผิดพลาดแบบเด็กฝึกงานอีก ผมจะขอร้องให้บริษัทถอดชื่อคุณออกจากการร่วมโปรเจกต์นี้ด้วยตัวเอง"
"มั่นหน้าเกินไปหน่อยไหมคะคุณอคิน!" รินรดาแทบจะเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าหล่อๆ นั่นให้หายหมั่นไส้ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของเขา "จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีนะคะ เพราะถ้าโปรเจกต์นี้ออกมาสมบูรณ์แบบจนคุณหาที่ติไม่ได้ ฉันนี่แหละจะทวงคำขอโทษจากคุณต่อหน้าทุกคนในบริษัท!"
อคินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้สบตาคู่ที่ดื้อรั้นและเปล่งประกายนั้น ใกล้เสียจนเขาเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นชาต่อเรื่องความรักมานานนับปี กลับกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้แล่นพล่านไปทั่วร่าง จนเขาเกือบจะเผลอยื่นมือไปปอยผมที่หลุดรุ่ยลงมาเคลียแก้มเนียนนั้นแล้ว
"หึ... เอาสิครับ ผมรอดูอยู่เหมือนกัน" อคินตอบเสียงพร่า สายตาคมกราบกรานสำรวจใบหน้าเนียนใสอย่างเผลอไผล ลืมตัวไปชั่วขณะว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายตาของทีมงานนับสิบชีวิต
"อะแฮ่ม! ขอประทานโทษครับคุณอคิน คุณรินรดา..."
เสียงกระไอของหัวหน้าโครงการผู้โชคร้ายดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้น รินรด้ารู้สึกตัวก่อน เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่เผลอปล่อยให้สถานการณ์มันล้ำเส้นความเป็นมืออาชีพไปไกลลิบ
เธอรีบคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แนบอก เชิดหน้าขึ้นแล้วปรายตามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิมด้วยความหงุดหงิดปนประหม่า "เลิกประชุมแค่นี้พอนะคะ เสียเวลาทำงานหมด!"
พูดจบรินรดาก็สะบัดหน้าเดินจ้วงอารมณ์ออกจากห้องประชุมไปทันที ทิ้งให้อคินยืนมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปที่ประตู พร้อมกับเสียงหัวใจตัวเองที่ยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ
สถาปนิกหนุ่มยกมือขึ้นดันแว่นแก้เก้อ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ทว่าความเงียบในห้องประชุมยังไม่ทันได้คลายลง เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกโดยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ ใบหน้าคมคายรอยยิ้มพราวเสน่ห์ปรากฏแก่สายตาทุกคน
"ขอโทษที่มาสายครับ... พอดีผมแวะไปดูหน้างานจริงมา" เสียงทุ้มกังวานและคุ้นเคยเอ่ยขึ้น ทำให้อคินที่กำลังจะหันหลังเก็บเอกสารต้องชะงักฝีเท้า
อคินหันกลับไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกราบกรานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน
**"ไงครับพี่อคิน... ไม่คิดใช่ไหมล่ะครับว่าผมจะกลับมาเป็นคนลงทุนหลักในโปรเจกต์นี้"**
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เสมอมานะครับ
สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย•ตอนที่ 2
ยินดีที่ได้เกลียด
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!