สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย•ตอนที่ 14

ความจริงหลังแบบร่าง

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
กลิ่นกระดาษไขราคาแพงเคล้ากลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มลอยอวลอยู่ในห้องทำงานเงียบงัดยามวิกาล บนโต๊ะเขียนแบบตัวใหญ่มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟสถาปนิกสีดำด้านสาดส่องลงมาเป็นวงแคบ ตัดกับความมืดมิดของห้องสตูดิโอที่คนอื่นกลับบ้านกันไปหมดแล้ว "ให้ตายสิ... ยัยตัวแสบนั่นรื้อแฟชันแปลนชั้นสามไปไว้ไหนอีกเนี่ย" เสียงบ่นทุบต่ำดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปรดของอคินที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างหัวเสีย วันนี้ทั้งวันเขาต้องปะทะคารมกับรินรดาเรื่องการจัดวางพื้นที่ส่วนกลางในโปรเจกต์ 'The Labyrinth' จนสมองแทบระเบิด อินทีเรียสาวคนนี้ไม่เพียงแต่ดื้อรั้น แต่เธอยังมีสายตาคมกริบที่มองทะลุปรุโปร่งทุกเส้นสายสถาปัตยกรรมที่เขาตั้งใจซ่อนไว้ ยิ่งเถียงกัน เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะในแบบที่ไม่ควรจะเป็น อคินควานหาสุดยอดสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มหนาที่ทำด้วยปกหนังสีน้ำตาลเข้ม สมุดเล่มนี้คือคลังสมบัติส่วนตัวที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครแตะต้อง แม้กระทั่งหุ้นส่วนบริษัทก็ยังไม่มีสิทธิ์ได้เห็นมัน เพราะทุกหน้ากระดาษข้างในไม่ใช่แค่แบบแปลนอาคาร แต่คือบันทึกความรู้สึกดิบๆ ที่เขาซ่อนไว้ภายใต้มาดเย็นชาและปากร้าย ทว่า... ขณะที่มือหนากำลังกวาดหาบนชั้นวางของรกๆ นิ้วเรียวชะงักกึง สมุดเล่มนั้นวางอยู่บนโต๊ะทำงานของรินชะตา... เอ๊ย รินรดา ที่ถูกยกมาสลับกองเอกสารไว้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้! "ชิบหายแล้ว..." อคินสบถเบาๆ ในลำคอ สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สมุดเล่มนั้นไม่ใช่แค่เรื่องงาน... มันคือหลักฐานมัดตัวชั้นดีว่าสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้แอบมองอินทีเรียสาวมานานแค่ไหน และคลั่งไคล้เธอมากเพียงใด ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็เปิดผางขึ้นพร้อมกับร่างบางของเจ้าของโต๊ะที่เดินถือแก้วโกโก้อุ่นๆ กลับเข้ามา "คุณอคิน... ฉันลืมกระเป๋า... เอ๊ะ" รินรดารีบหยุดฝีเท้า ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบปริบๆ เมื่อเห็นสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่กำลังยืนค้ำโต๊ะของเธออยู่ โดยในมือข้างหนึ่งถือสมุดหนังสีน้ำตาลเล่มคุ้นตาที่เธอเพิ่งแอบเปิดผ่านๆ ไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนา เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวราวกับจะเยาะเย้ยความตึงเครียดของคนทั้งคู่ อคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามปั้นหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และถือดีตามแบบฉบับของสถาปนิกมือหนึ่ง แต่หูทั้งสองข้างกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "เข้ามาโดยไม่เคาะประตู... มารยาทของคุณมันแย่ลงทุกวันหรือไง รินรดา" อคินเลือกใช้เสียงทุบต่ำและถ้อยคำเชือดเฉือนเพื่อกลบเกลื่อนความร้าวรานในใจ ทว่าแววตาที่มองเธอกลับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่ทำให้เขาอยากจะเดินเข้าไปปิดปากเธอด้วยริมฝีปากตัวเองสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ เธอกอดอกแล้วค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "มารยาทฉันน่ะปกติค่ะคุณอคิน แต่คนที่กำลังขโมยส่อง... เอ๊ย กำลังซ่อนความลับอะไรไว้ในสมุดเล่มนี้ต่างหาก ที่ดูแปลกไปนะ" น้ำเสียงหวานใสเจือความเย้าแหย่และท้าทาย เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้อคินสติกระเจิง "มันก็แค่สมุดสเก็ตช์งานไร้สาระ วางลงตรงนั้นแล้วออกไปซะ ฉันจะทำงาน" อคินยื่นสมุดคืนด้วยท่าทีแข็งกระด้าง แต่รินรดาไวทันใจกว่า เธอชักมือหลบแถมยังเปิดกางหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาโชว์ต่อหน้าต่อตาเขา ภาพที่ปรากฏบนกระดาษไขแผ่นนั้นไม่ใช่แปลนอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่มันคือภาพลายเส้นพู่กันที่วาดด้วยความประณีตบรรจงอย่างที่สุด... ภาพของรินรดากำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในร้านกาแฟเมื่อสามสัปดาห์ก่อน เส้นผมที่ตกลงมาคลอเคลียข้างแก้ม แววตาที่ฉายแววดื้อรั้น และรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ทุกรายละเอียดถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความรักและความใส่ใจในทุกอณูขีดเขียน แถมที่มุมกระดาษยังมีลายมือหวัดๆ ของเขาเขียนกำกับไว้ด้วยหมึกสีดำว่า... *'ยัยตัวแสบ... ดื้อเป็นแมว แต่ทำไมเวลาเผลอยิ้มถึงได้หยุดมองไม่ได้สักที'* อคินชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาจนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด สมองที่เคยประมวลผลแปลนตึกสูงระฟ้าได้อย่างแม่นยำ ตอนนี้กลับว่างเปล่าสนิท รินรดาก้มมองภาพวาดในมือสลับกับใบหน้าคมคายที่กำลังพยายามรักษาฟอร์มอย่างน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานแกมซาบซึ้งใจ เธอยิ้มกว้างขึ้นอย่างผู้ชนะ ปากบางขยับเอ่ยเสียงนุ่มกระซิบชิดริมฝีปากเขา "ไหนบอกว่าเกลียดฉันนักหนਾไงคะ... สถาปนิกปากแข็ง" อคินขบกรามแน่น หัวใจเต้นแรงราวกับกลองศึก เขารู้ดีว่าคราวนี้ไม่มีทางแก้ตัวได้อีกแล้ว แต่จะให้ยอมรับง่ายๆ ก็เสียศักดิ์ศรีหนุ่มมาดขรึมหมดสี่ห้องหัวใจพอดี ในเสี้ยววินาทีนั้น อคินตัดสินใจทำเรื่องที่บ้าบิ่นที่สุด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือบางของเธอไว้แน่นแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างบางเซเข้าปะทะกับแผงอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบหลอมละลาย ระยะห่างระหว่างกันหมดสิ้นลงในพริบตาเดียว ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับแก้มเนียนนุ่มจนรินรดาถึงกับลมหายใจสะดุด นัยน์ตาสบประสานกันอย่างลึกซึ้งท่ามกลางความเงียบงัน "ถ้าไม่อยากให้ฉันลงโทษด้วยวิธีที่หนักกว่านี้... ก็หุบปากแล้วฟังให้ดี ยัยตัวแสบ" อคินกระซิบชิดริมหู เสียงทุบต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เก็บกดมานาน รินรดาใจเต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามนิสัยเดิม แต่จังหวะนั้นเอง... *แอ๊ดดดด—!* เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของสตูดิโอถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับเสียงทุบโต๊ะและเสียงตะโกนโหว่เหว่ของยามรักษาความปลอดภัยที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาขัดจังหวะ "คุณอคินครับ! แย่แล้วครับ! ฝ่ายโครงสร้างแจ้งด่วนมาว่าฐานรากตึกโซน A เกิดรอยร้าว ทรุดตัวลงสามเซนติเมตรแล้วครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจเต้นไปกับเคมีที่เริ่มก่อตัวของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%