กองแบบแปลนโครงสร้างและตัวอย่างวัสดุกระเบื้องกว่าสิบเฉดสีถูกกวาดมากองรวมกันบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางไซต์งาน แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากหลอดชั่วคราวกระทบกับคราบฝุ่นผงยิปซัมที่ลอยล่องอยู่ในอากาศ ทุกตารางเมตรของพื้นที่รีโนเวตตึกเก่าแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของปูนซีเมนต์และความกดดันที่สะสมมาตลอดสิบสี่ชั่วโมงเต็ม
"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ผนังปูนเปลือยขัดมันตรงโซนต้อนรับแบบนี้ เกรงว่าอีกสามเดือนความชื้นจากผนังฝั่งทิศตะวันออกจะดันตัวขึ้นมาจนพื้นผิวร่อนเป็นแผ่น... ผมคิดว่าคุณน่าจะทบทวนวิชาวัสดุศาสตร์ที่เคยเรียนมาใหม่นะ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยล้าแต่น้ำเสียงยังคงเฉียบคมดังขึ้น อคินในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและสวมหมวกนิรภัยสีขาว กำลังใช้สันดินสอกดเคาะลงบนแปลนงานด้วยท่าทีจริงจัง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคมปลาบมองหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ยอมลดละ
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ปอยผมที่เคยรวบไว้อย่างเรียบร้อยตอนนี้หลุดลุ่ยตกลงมาเคล้าโครงหน้าเรียว เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นเสียงเหมือนทุกที แต่กลับถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนหมด2อารมณ์จะเถียง
"คุณอคินคะ... เอ่อ, คุณอคินครับ" รินรดาแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันอย่างรำคาญใจของอีกฝ่าย "คุณช่วยกรุณาใช้สมองซีกซ้ายอันชาญฉลาดของคุณคิดด้วยสติสักนิดว่า โซนนั้นน่ะเราทำการลงน้ำยาเคลือบกันซึมแบบ Deep Penetration ไว้ถึงสามรอบแล้ว แถมยังมีระบบระบายอากาศแบบ Double Wall กั้นไว้อีกชั้น... ถ้าตรงนั้นยังชื้นได้ ผมว่าเราควรปิดบริษัทแล้วไปบวชชีเดินธุดงค์กันดีกว่าครับ"
ประโยคประชดประชันที่ย้อนกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กัดเจ็บทำเอาอคินชะงักไป เขากลืนคำพูดที่จะเถียงกลับลงคอไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าของหญิงสาวที่ซีดเซียว รอยคล้ำใต้ดวงตาคู่นั้นฟ้องชัดว่าเธอไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายคืนติดต่อกันไม่ต่างจากเขา
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศตัวใหญ่ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ อยู่มุมห้อง อคินถอนหายใจออกมาเบาๆ เขายื่นแก้วกาแฟกระดาษที่เย็นชืดจนหยดน้ำเกาะพราวไปให้เธอ
"ดื่มซะ กาแฟดำ... คุณไม่ได้แตะมันมาสามชั่วโมงแล้ว เดี๋ยวก็เป็นลมคาโต๊ะเขียนแบบหรอก" น้ำเสียงห้วนจัดตามนิสัย แต่สายตาที่มองตามแก้วกาแฟนั้นกลับไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนคำพูด
รินรดากระพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ เธอมองหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไร้หัวใจคนนี้สลับกับแก้วกาแฟในมือ มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างรู้ทัน
"อุ๊ย ตายจริง... สถาปนิกผู้เยือกเย็นและเกลียดความไร้ระเบียบอย่างคุณอคิน กำลังแสดงความห่วงใยดิฉันอยู่หรือคะเนี่ย กลัวว่าถ้าฉันล้มพับไป ใครจะเถียงเรื่องแบบแปลนกับคุณจนดึกดื่นล่ะสิ"
"อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยครับคุณรินรดา" อคินรีบเบือนหน้าหนีไปมองทางหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพแสงไฟจากถนนด้านนอก "ผมแค่วิตกจริตกลัวว่าถ้าคุณเป็นลมไปจริงๆ งานของผมจะพลอยเดือดร้อนล่าช้าไปด้วยต่างหาก... คนอะไร ดื้อรั้นหัวชนฝา ไม่รู้จักดูแลสังขารตัวเองเอาเสียเลย"
"ปากแข็งเสียจริงนะพ่อคุณ" รินรดารับแก้วกาแฟมาถือไว้ ความเย็นจากผิวกระดาษส่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกาย แต่ความอบอุ่นบางอย่างกลับแล่นริ้วเข้าไปในอกอย่างประหลาด เธอยกกาแฟขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม "แต่ก็... ขอบคุณค่ะ สำหรับกาแฟ"
อคินหันกลับมามองเธออีกครั้ง จังหวะที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันโดยบังเอิญ ไม่มีคำพูดเชือดเฉือนใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของทั้งสองฝ่าย ความเหนื่อยล้าจากกองงานและแรงกดดันรอบด้านราวกับถูกละลายหายไปในชั่วพริบตา เมื่อพวกเขาต่างมองเห็นความพยายามและความทุ่มเทที่สะท้อนอยู่ในแววตาของกันและกัน
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาเปรียบเสมือนน้ำกับน้ำมันที่ถูกบังคับให้มาอยู่ในแก้วใบเดียวกัน ทะเลาะกันในทุกรายละเอียด ถกเถียงกันในทุกฟังก์ชันการใช้งาน แต่ในความขัดแย้งเหล่านั้น กลับมีสายใยบางๆ ของความเข้าใจที่ถูกถักทอขึ้นอย่างเงียบงัน อคินเพิ่งสังเกตเห็นว่าภายใต้ความมั่นใจและท่าทีปากเก่งของรินรดา คือความละเอียดอ่อนและความใส่ใจในความรู้สึกของผู้ใช้งานจริงอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่รินรดาเพิ่งรู้ซึ้งว่า ภายใต้ท่าทีจู้จี้เจ้าระเบียบและวาจาเชือดเฉือนของสถาปนิกหนุ่ม คือความรับผิดชอบขั้นสูงสุดและความใส่ใจในความปลอดภัยของโครงสร้างที่เขาไม่เคยยอมประนีประนอมให้ใคร
"ดึกมากแล้ว..." อคินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สายตาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาเกือบตีสอง "วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะครับ กลับไปนอนเอาแรงเสียพรุ่งนี้ค่อยลุยต่อหน้างานช่วงเช้า"
รินรดายืดตัวบิดขี้เกียจเบาๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้าที่ต้นคอ เธอยิ้มรับข้อเสนอโดยไม่คิดจะดื้อดึงต่อ "ก็ได้ค่ะ... ฉันเองก็เริ่มเบลอจนเกือบจะเอาแปลนห้องน้ำไปไว้บนดาดฟ้าอยู่แล้วเหมือนกัน"
ขณะที่รินรดากำลังก้มลงเก็บม้วนแบบแปลนลงกระบอกหนังคู่ใจ อคินก็ขยับตัวเข้ามาช่วยจัดระเบียบเอกสารบนโต๊ะ ปลายมือของทั้งคู่บังเอิญแตะสัมผัสกันเบาๆ บนกองกระดาษ ความอุ่นร้อนจากผิวสัมผัสทำให้ทั้งสองชะงักไปชั่ววินาที รินรดาช้อนสายตาขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้จนได้กลิ่นโคלอนอ่อนๆ เจือกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ จากตัวเขา
อคินก้มลงมองเธอนิ่ง ดวงตาคมคู่นั้นลึกล้ำจนรินรดาอ่านไม่ออก หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกันที่ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
"นี่... คุณอคิน" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบาอย่างลืมตัว "จริงๆ แล้ว... คุณไม่ได้ใจร้ายอย่างที่ใครเขาพูดกันนี่นา"
อคินชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง
"เพิ่งรู้ตัวหรือครับ..." เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในท้อง "แต่ถ้ากับคุณ... ผมอาจจะใจร้ายมากกว่าที่คิดก็ได้นะ ถ้าคุณยังดื้อไม่ยอมเชื่อฟังผมอีก"
คำพูดกำกวมพร้อมกับระยะห่างที่ใกล้ชิดจนลมหายใจเป่ารดแก้มทำให้รินรดาถึงกับพูดไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์มคนปากเก่งตามวิสัย
ทว่า—
*ปัง!*
เสียงประตูกระจกบานเลื่อนด้านหน้าไซต์งานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงฝีเท้าและเสียงโวยวายดังลั่นของยามรักษาความปลอดภัยที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"คุณอคินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ยามหนุ่มหอบหายใจตัวโยน "ท่อประปาหลักบริเวณชั้นใต้ดินแตก น้ำทะลุตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลักกำลังจะช็อตแล้วครับ!"
อคินและรินรดาผละออกจากกันทันทีราวกับถูกไฟช็อต ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ความหวานซึ้งที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อวินาทีที่แล้วถูกพัดหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยวิกฤตหน้างานที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจเต้นไปกับเคมีที่เริ่มก่อตัวของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย•ตอนที่ 13
จุดเปลี่ยนผ่าน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!