"ถ้าคานตัวนี้รับน้ำหนักตามแบบที่เธอรีเควสต์มาไม่ได้ คนที่จะไม่ได้กลับบ้านไม่ใช่ฉัน... แต่เป็นพวกคนงานที่ยืนอยู่ข้างล่างนั่นต่างหาก รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนจริงจังดังขึ้นเหนתศีรษะ ท่ามกลางเสียงจอแจของไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง อคินยืนกอดอก ใบหน้าคมคายภายใต้หมวกนิรภัยสีขาวบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองโครงสร้างเหล็กกล้าตรงหน้าสลับกับร่างบางของอินทีเรียดีไซเนอร์สาวที่กำลังยืนหน้าซีดเผือด
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองตามปลายนิ้วแกร่งที่ชี้ไปยังจุดเชื่อมต่อของโครงสร้างบิวท์อินที่เธอเพิ่งปรับแก้ไปหมาดๆ ความมั่นใจที่เคยมีล้นเหลือเมื่อสิบนาทีก่อนมลายหายไปในพริบตา เมื่อตระหนักว่าความผิดพลาดทางมิติเพียงไม่กี่มิลลิเมตร อาจนำมาซึ่งหายนะที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
"ฉัน... ฉันแค่คิดว่าถ้าขยับฐานรองรับเข้าไปอีกนิด มันจะทำให้พื้นที่ใช้สอยดูโล่งขึ้น..." เสียงที่เคยฉะฉานของเธอเบาลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่กำม้วนแบบแปลนในมือชื้นเหงื่อ
"คิด? หน้างานจริงเขาไม่ใช้ความรู้สึกมาวัดความปลอดภัยนะครับคุณรินรดา แบบแปลนสวยงามบนกระดาษมันไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าตึกนี้มันถล่มลงมาเพราะความอยากให้มัน 'ดูโล่ง' ของเธอ" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาทั้งเชือดเฉือนและตรงไปตรงมาจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ แต่ในแววตาสีเข้มคู่นั้นกลับไม่ได้มีความสะใจซ่อนอยู่เลย มีเพียงความระอาและ... ความกังวลที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความทิฐิและศักดิ์ศรีในฐานะดีไซเนอร์มือรางวัลตีรวนขึ้นมาในอก เธอก้าวเท้าถอยหลังเพื่อจะอธิบายโต้แย้ง ทว่า...
*เคร้ง!*
เศษวัสดุก่อสร้างชิ้นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากชั้นลอยด้านบน เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่น พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่ทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าเหมือนจะทรุดลงไปชั่วขณะ ร่างบางสะดุ้งสุดตัว ก้าวพลาดเหยียบลงบนแผ่นไม้กระดานที่ไม่ยึดตรึงเข้าอย่างจัง!
โลกทั้งใบเอียงวูบไปชั่วขณะ รินรดารู้สึกเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ร่างเพรียวบางเสียหลักหงายหลังดิ่งลงสู่ช่องว่างระหว่างชั้นที่ไร้สิ่งกีดขวาง เสียงอุทานด้วยความตกใจติดอยู่แค่ลำคอ สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก
*หมับ!*
ไวเท่าความคิด มือหนาของอคินพุ่งคว้าเข้าที่เอวบางของเธอไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงดึงกระชากอย่างรุนแรงทำให้ร่างของรินรดาพุ่งเข้าปะทะกับแผ่นอกกว้างเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝุ่นและเหงื่อจากการทำงานลอยเข้าจมูก ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนไม่รู้ว่าเป็นของใคร
อคินกอดกระชับเอวคอดกิ่วไว้แน่น แขนอีกข้างยันเสาเหล็กด้านข้างเพื่อพยุงน้ำหนักตัวของเขากับเธอไม่ให้ล้มพุ่งลงไป ทั้งคู่ค้างอยู่ในท่าเสี่ยงตายนั้นชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงลมหายใจหอบถี่ของคนในอ้อมแขนจะเรียกสติของสถาปนิกหนุ่มให้กลับคืนมา
"ซุ่มซ่าม..." อคินพ่นคำด่าออกมาเบาๆ แต่หน้าอกที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงฟ้องชัดว่าเขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน
รินรดายังคงตัวแข็งทื่อ ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้เธอเห็นแพขนตายาวและเงาสะท้อนความห่วงใยที่ไหวระริกอยู่ในดวงตานั้นอย่างชัดเจน ความดุด่าเมื่อครู่นี้หายวับไปกับตา เหลือเพียงกระแสความอบอุ่นบางเบาที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
"ปล่อยได้แล้วมั้งคะ... ท่านสถาปนิก" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
อคินกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่พุ่งพล่าน เขาค่อยๆ คลายมือออกอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเยชาตามเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ถ้าคราวหน้ายังเดินไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้อีก ผมจะไม่ใช่แค่ดึงเอวเธอนะครับ... แต่จะโยนออกไปให้พ้นไซต์งานเลย" อคินลอยหน้าลอยตาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าใบหูสีแดงจัดที่ลามไปถึงต้นคอกลับหักล้างคำพูดปากร้ายของเขาจนหมดสิ้น
รินรดาแอบอมยิ้มบางๆ กับความปากไม่ตรงกับใจของคนตรงหน้า เธอยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์ม "ขอบคุณค่ะ... ที่ช่วยไว้" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลกว่าทุกครั้งโดยไม่รู้ตัว
อคินเบือนหน้าหนี ทำทีเป็นสนใจแบบแปลนในมือเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปาก "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย แบบแปลนตรงนี้ยังต้องแก้ใหม่ทั้งหมด เธอไม่มีทางเลือกอื่นหรอก ยอมรับความจริงซะเถอะว่าดีไซน์ของเธอ..."
"สวัสดีครับคุณอคิน... เอ๊ะ ผมมารบกวนเวลาทำงานหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มคุ้นหูดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง ทำให้อคินและรินรดากลืนคำพูดที่เหลือลงคอ สถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อหันไปเห็นร่างสูงโปรดของ "ภาคิน" นักลงทุนหนุ่มหล่อเจ้าของโครงการก้าวเข้ามาในพื้นที่ พร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่มักจะส่งให้รินรดาเสมอ
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครมาเยือน แววตาของเธอกะพริบไหวด้วยความแปลกใจ ขณะที่อคินก้าวเท้าขยับเข้ามาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ รังสีความไม่พอใจแผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มอย่างชัดเจน
ภาคินกวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อคินต้องกำหมัดแน่น "ดูท่าทางผมจะมาขัดจังหวะสำคัญเข้าสินะครับ... หรือว่าเรากำลังคุยเรื่อง 'นอกเหนือ' จากเรื่องงานกันอยู่?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับ "จอมยุทธ์เสื้อแพร" นะครับ
สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย•ตอนที่ 10
คำพูดแทงใจ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!