"ถ้าคิดว่าการเปลี่ยนฟอนต์ในกระดาษไขจะทำให้แบบแปลนนี้ผ่านตาผมไปได้ง่ายๆ คุณกำลังประเมินสถาปนิกคนนี้ต่ำเกินไปแล้ว รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องประชุมใหญ่ ทว่าระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในยามนี้กลับใกล้ชิดจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน อคินยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวยาว โน้มตัวลงมาหาหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนอย่างคุกคาม ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่วาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
เหตุการณ์เมื่อครู่ที่ลูกน้องหนุ่มเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาแล้วรีบปิดหนีไปราวกับเห็นผี ยังทิ้งไอความร้อนระอุไว้บนพวงแก้มของรินรดาไม่จางหาย แต่แทนที่เธอจะก้มหน้าหลบสายตาอย่างที่ผู้หญิงทั่วไปควรทำ อินทีเรียสาวกลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มยั่วเย้า
"แล้วถ้าฉันจะบอกว่า... ฟอนต์ตัวนั้นแหละค่ะ คือหัวใจที่ทำให้งานชิ้นนี้มันมีชีวิตขึ้นมาล่ะคะ สถาปนิกอคิน" รินรดาจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท เธอไม่ได้ขยับหนີอ้อมแขนแกร่งที่กักตัวเธอไว้กับพนักพิงเลยแม้แต่น้อย "หรือว่าคุณแค่อ่านมันไม่ออก เพราะมัวแต่เอาเวลาไปเพ่งเล็งจุดผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหาเรื่องติน้องใหม่กันแน่คะ"
อคินขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้น ดวงตาคู่คมวาววับ ปากร้ายๆ ของเขาเกือบจะพ่นคำวิจารณ์เจ็บแสบออกมาอยู่แล้วเชียว หากแต่กลิ่นหอมอ่อนๆ จางๆ ที่ลอยมาจากเรือนผมของคนตรงหน้า กลับเป็นตัวขัดขวางกระบวนความคิดของเขาอย่างสิ้นเชิง
ผู้หญิงคนนี้ช่าง... ดื้อดึงและน่าโมโหเป็นที่สุด
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ค้ำอยู่บนโต๊ะขยับเข้าใกล้กองแบบแปลนที่กางอยู่ตรงหน้า เขาพลิกหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายด้วยท่าทางเฉียบคม แววตาที่เคยมองงานชิ้นนี้ด้วยความอคติ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความพินิจพิเคราะห์อย่างจริงจัง
ความเงียบโรยตัวลงชั่วครู่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ
รินรดาลอบกลืนน้ำลายลงคอ แม้ภายนอกเธอจะดูมั่นอกมั่นใจและตั้งกำแพงสูงลิบลิ่ว แต่ลึกๆ แล้ว หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลิง งานชิ้นนี้คือโปรเจกต์ใหญ่ชิ้นแรกที่เธอต้องพิสูจน์ฝีมือให้บริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศแห่งนี้เห็น และคนตรงหน้าก็คือผู้มีอำนาจชี้ขาดว่าจะให้มัน 'เกิด' หรือ 'ดับ'
นิ้วเรียวของอคินหยุดชะงักลงที่มุมล่างขวาของแบบแปลน
ตรงนั้นคือพื้นที่ว่างที่รินรดาจงใจเว้นไว้เพื่อเล่นกับแสงเงาในจินตนาการของเธอ การจัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานที่เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกถูกร้อยเรียงอย่างแยបคาย มันไม่ใช่แค่การออกแบบตกแต่งภายในธรรมดา แต่มันคือการเข้าใจ 'โครงสร้าง' และ 'จิตวิญญาณ' ของตัวอาคารที่เขาเป็นคนร่างขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด
อคินนิ่งงันไป
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาตรวจงานดีไซน์ แต่เป็นครั้งแรก... ที่งานของคนอื่นสามารถดึงดูดสายตาของเขาให้จมดิ่งลงไปได้นานขนาดนี้ โดยเฉพาะงานของยัยตัวแสบที่ชอบเถียงเขาฉอดๆ ทุกครั้งที่เจอหน้า
"คุณ..." อคินอ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่กลับกลืนคำพูดนั้นลงคอไปเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของหญิงสาว
"ว่าไงคะ? จะบอกว่ามันแย่จนทนดูไม่ได้ หรือจะฉีกมันทิ้งต่อหน้าฉันเลยดีล่ะคะ ท่านสถาปนิกผู้ไร้ใจ" รินรดาเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือความท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว
อคินถอนหายใจยาวพรืด เขายืดตัวตรงขึ้นช้าๆ ปลดปล่อยพันธนาการที่กักขังเธอก่อนหน้านี้ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แบบแปลนแผ่นนั้นไม่วางตา ชายหนุ่มสიบมือไขว้หลัง ใบหน้าคมคายฉายแววเรียบเฉยตามวิสัย แต่มุมปากกลับกระตุกขึ้นน้อยๆ อย่างยากจะควบคุม
"ผมไม่เคยฉีกงานที่ดีทิ้งหรอกนะ รินรดา"
คำพูดนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้คนฟังถึงกับชะงัก รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เผลอหลุดจากมาดมั่นใจเมื่อครู่ไปชั่วขณะ
"คุณ... ว่าอะไรนะค-- เอ๊ด หมายถึง... ว่าอะไรนะคะ" เธอเกือบหลุดปากพูดภาษาพูดปกติออกไปเสียแล้ว ดีที่ดึงสติกลับมาทัน
อคินหันมามองหน้าเธอเต็มตา แววตาที่เคยเย็นชาและเต็มไปด้วยความถือดี ในยามนี้กลับเจือประกายบางอย่างที่อ่านยาก มันไม่ใช่การยอมจำนน แต่มันคือการ 'ยอมรับ' อย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งจากปากของสถาปนิกมือหนึ่งอย่างเขา
"ผมบอกว่า..." อคินก้าวเข้ามาใกล้เธอก้าวหนึ่ง โน้มใบลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทุุ่มนุ่มและใกล้ชิดจนหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "การจัดแสงตรงโซนห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อม... คุณทำได้ไม่เลวเลยนี่ เป็นครั้งแรกที่มีคนมองเห็น 'ช่องว่าง' ที่ผมตั้งใจซ่อนไว้ในโครงสร้างหลักได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้"
รินรดานิ่งค้างไปทันที สมองที่เคยประมวลผลคำพูดโต้เถียงได้อย่างรวดเร็ว กลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ
นี่เขา... ชมเธอเหรอ?
จากปากของอคินเนี่ยนะ? สถาปนิกจอมเนี๊ยบที่เคยสับเละงานของเธอจนไม่เหลือชิ้นดีเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้!
"คุณ... ไม่ได้แกล้งชมเพื่อให้ฉันตายใจใช่ไหมคะ" รินรดาถามเสียงเบา ความมั่นใจเมื่อครู่ระเหิดหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนเธอต้องหลบสายตาคู่นั้น
อคินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ความเอ็นดูฉายชัดขึ้นในแววตาคู่นคมที่มักจะมองโลกด้วยความเฉยชา มือหนายื่นออกไปหยิบกระดาษแบบแปลนแผ่นนั้นขึ้นมาม้วนเก็บอย่างทะนุถนอม ผิดกับท่าทีก่อนหน้าที่มักจะโยนมันทิ้งลงบนโต๊ะอย่างไร้เยื่อใย
"ผมไม่เคยเสียเวลาชมใครพร่ำเพรื่อ รินรดา" อคินเอ่ยเสียงนุ่ม ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดอยู่ใกล้ใบหูของเธอจนขนลุกซู่ "และยิ่งกับคนอวดดีอย่างคุณด้วยแล้ว... ถ้างานมันไม่ดีจริง ผมคงไล่ให้คุณกลับไปแก้ใหม่ตั้งแต่บรรทัดแรกแล้ว"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน เธอนั่งตัวเกร็ง ไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน หรือควรจะตอบโต้อย่างไรดี เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายของเขาอย่างราบคาบ
สายตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป หากแต่มันเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ... เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันโดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยการบิดลูกบิดเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวของบุคคลที่สาม
"หัวหน้าครับ! ทางฝ่ายจัดซื้อโทรมาเรื่— อุ๊ย! ผมขอโทษครับ!"
ร่างของวิศวกรหนุ่มคนเดิมชะงักกึกอยู่ที่หน้าประตูทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า อคินยืนโน้มตัวคร่อมรินรดาอยู่บนเก้าอี้ ท่าทางคล้ายกำลังโอบกอดเธอทางอ้อม วิศวกรหนุ่มรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันทีแบบลวกๆ แล้วหมุนตัววิ่งหนีออกไปพร้อมกับกระแทกประตูปิดดังปังสนั่นห้องประชุมอีกรอบ
รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอก้มหน้ามองพื้นทันทีด้วยความทำตัวไม่ถูก
อคินถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดายบรรยากาศเมื่อครู่ ชายหนุ่มยืดตัวขึ้น ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยความขบขันระคนหงุดหงิดใจเล็กน้อยที่มารผจญเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ
เขามองหญิงสาวที่ยืนกุมมือแน่นอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความหยอกเย้าไว้เต็มเปี่ยม
"ดูท่าทาง... ลูกน้องผมคงต้องไปฝึกมารยาทในการเคาะประตูใหม่ซะแล้วสิครับ ว่าแต่... เราคุยกันค้างอยู่ถึงตรงไหนแล้วนะ รินรดา?"
อคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกครั้งอย่างจงใจ รินรดาถอยหลังจนสะโพกชนติดกับขอบโต๊ะประชุม ด้านหลังไม่มีทางให้ถอยหนีอีกต่อไป ขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ประตูห้องประชุมบานเดิมก็ถูกผลเปิดผางขึ้นอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบหายใจของเลขานุการสาวที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด
"คุณอคินคะ! แย่แล้วค่ะ! แบบแปลนโครงการรีสอร์ทฝั่งภาคใต้ที่เรารuส่งอนุมัติ... ถูกตีกลับกะทันหันจากสำนักงานใหญ่แล้วค่ะ!"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของอคินหายวับไปในพริบตา ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาทันที เขารับแฟ้มเอกสารจากมือเลขานุการมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กรามของเขาจะขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
รินรดามองปฏิกิริยานั้นด้วยความตกใจ เธอลืมความเขินอายเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้นเมื่อเห็นรังสีความกดแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม
เกิดอะไรขึ้นกับโครงการใหญ่ที่อคินทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดหลายเดือนกันแน่?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยดีเสมอมาครับ
สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย•ตอนที่ 16
การยอมรับตัวตน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับยัยแบบแปลนร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!