“ถ้าคิดจะขโมยของในบ้านหลังนี้ อย่างน้อยก็ควรหัดใช้กุญแจให้มันเนียนกว่านี้หน่อยนะคะ ป้าสะใภ้ใหญ่”
น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวแคบๆ ในยุคเจ็ดสิบ หลินว่านเฉียวไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบก้าวออกมาจากมุมมืดพลางปัดเศษฝุ่นบนเรียวแขนอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองร่างท้วมของนางเฉิน—ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาและมือยาว ส, ที่กำลังพยายามงัดแงะตู้เก็บเสบียงด้วยลวดเส้นเล็ก
นางเฉินสะดุ้งสุดตัวจนสะโพกกระแทกเข้ากับชั้นวางไหเกลือ เสียงกระป๋องสังกะสีร่วงหล่นดังเคร้ง หน้าตาสะท้านด้วยความตกใจระคนความแค้นเคือง เมื่อครู่หลินว่านเฉียวเพิ่งจะเดินออกไปซักผ้าที่ลำธารหลังหมู่บ้านไม่ใช่หรือ? ไฉนจึงกลับมาเร็วนัก!
“ยะ… ยายเด็กนี่! แกแอบซุ่มดูฉันงั้นรึ!” นางเฉินละล่ำละลักแก้ตัว ใบหน้าอวบอูมขึ้นสีแดงจัดด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว สองมือรีบซ่อนเหล็กงัดผอมโซไว้ข้างลำตัว “ฉัน… ฉันแค่เห็นว่ากลอนประตูด้านนอกมันหลวม เกรงว่าแมวที่ไหนจะเข้ามาคุ้ยหาเศษอาหาร เลยจะมาช่วยตรวจดูให้ต่างหากเล่า อย่ามาทำเป็นปากดีใส่ผู้ใหญ่นะหลินว่านเฉียว!”
หลินว่านเฉียวยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังกดดันจนนางเฉินต้องถอยหลังกรูดไปติดผนังปูนเก่าๆ กลิ่นอายความเฉียบขาดที่ติดตัวมาจากเชฟมือหนึ่งและวิญญาณนักสู้ในโลกก่อนแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
“ช่วยตรวจดู? ถึงขั้นต้องใช้ลวดเหล็กงัดแม่กุญแจทองเหลืองที่สามีฉันเพิ่งซื้อมาให้จากตัวอำเภอเลยหรือคะ? ป้าสะใภ้ใหญ่คะ ความหวังดีแบบนี้ ฉันเกรงว่าครอบครัวเราคงแบกรับไม่ไหวหรอกค่ะ” ว่านเฉียวเอ่ยเสียงเนิบนาบ ทว่าทุกถ้อยคำเชือดเฉือนราวกับมีดบิน “ถ้าอยากได้แป้งสาลีหรือไข่ไก่ไปให้ลูกชายสุดที่รักของป้ากินนัก ก็ควรเอาแรงไปทำนาหาเงินซื้อเอง ไม่ใช่มาทำตัวเป็นปลิงคอยสูบเลือดสูบเนื้อบ้านคนอื่นแบบนี้… น่าไม่อายไปหน่อยกระมังคะ?”
“นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาว่าฉันเป็นปลิง!” นางเฉินกรี๊ดลั่นด้วยความโกรธจัด สัญชาตญาณความดิบเถื่อนของมนุษย์ป้าในชนบททำให้เธอยกมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนเด็กปากกล้าสักฉาก
ทว่า... มืออวบอูมนั้นยังไม่ทันได้เฉียดปลายเส้นผมของหลินว่านเฉียว ร่างหนาหนักในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก็ก้าวพรวดเข้ามาทางประตูหลังที่เปิดโล่ง มือใหญ่หนาราวคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนางเฉินไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้นางเฉินร้องโหยหวนออกมาเหมือนหมูถูกเชือด
“โอ๊ยๆๆ! มือฉัน! มือฉันจะหักแล้ว! ไอ้เด็กสารเลวลู่ถิง… แกกล้าทำร้ายผู้อาวุโสเรอะ!”
ลู่ถิงเฟิงไม่แม้แต่จะชายตามองความเจ็บปวดของนางเฉิน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชา ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยแววตาน่ากลัวจนอีกฝ่ายตัวสั่นเทา ลมหายใจสะดุดติดขัด
“ภรรยาผม... ผมยังไม่เคยกล้าแตะต้องสักปลายนิ้ว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังกดดันจนอุณหภูมิในห้องครัวลดฮวบลงทันตาเห็น “ใครหน้าไหน ถ้าบังอาจยกมือขึ้นใส่เธออีก อย่าหาว่าผมไม่เตือนเรื่องกฎหมายทหารและข้อหาบุกรุกเคหสถานยามวิกาลเลยครับ… ออกไป”
ประโยคสุดท้ายแม้จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงรังสีสังหารที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ทำให้นางเฉินหน้าซีดเผือด รีบสะบัดมือหลุดแล้ววิ่งเตลิดเปิดเปิงออกไปจากบ้านราวกับเห็นผี สภาพทุกลักทุเลจนไหปลาร้าหน้าบ้านเกือบคว่ำ
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป หลินว่านเฉียวก็ถอนหายใจเบาๆ นางหันไปมองสามีหนุ่มที่ยืนหน้าตึงเครียด กังวลว่านางจะตกใจกลัว จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาแล้วเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้เขาเบาๆ
“คุณนี่นะ… มาได้จังหวะพอดีเสียจริง” ว่านเฉียวเอ่ยเสียงอ่อนลงเล็กน้อย เจือความอบอุ่นในแววตา
“ผมเป็นห่วงคุณ” ลู่ถิงเฟิงตอบสั้นๆ ดวงตาที่เคยดุดันอ่อนแสงลงทันทีเมื่อมองสบตาภรรยา มือใหญ่พลิกฝ่ามือของนางขึ้นมาสำรวจรอยขีดข่วนอย่างทะนุถนอม “เธอไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหม? ต่อไปถ้าผมไม่อยู่ ห้ามอยู่คนเดียวแบบนี้อีก ล็อคประตูให้แน่นหนาเข้าใจไหมครับ”
“ฉันไม่ใช่เด็กสาวอ่อนแอเสียหน่อย” ว่านเฉียวย่นจมูกใส่เขาอย่างหมั่นไส้ “อีกอย่าง... ฉันมีเรื่องน่าตื่นเต้นจะให้คุณดูต่างหากล่ะ ตามมานี่สิคะ”
ว่าแล้วนางก็ดึงแขนสามีให้เดินตามเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา จากนั้นเพียงแค่พริบตาเดียว ทั้งคู่ก็หายวับไปจากโลกภายนอก ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางผืนดินสีดำสนิทและอากาศบริสุทธิ์ของ “มิติฟาร์ม”
ลู่ถิงเฟิงแม้จะเคยชินกับการเข้ามาในมิตินี้ของภรรยาแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาก็ยังคงอดทนความตื่นตะลึงไว้ไม่ได้
เบื้องหน้าของคนทั้งคู่คือ “แปลงผักวิเศษ” ที่ว่านเฉียวเพิ่งจะหว่านเมล็ดพันธุ์คะน้าและกวางตุ้งลงไปเมื่อวานซืนนี้เอง! ทว่าในตอนนี้... ผักเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงต้นกล้าเล็กๆ อีกต่อไปแล้ว พืชผักสีเขียวขจีทึบหนา สูงใหญ่กว่าแปลงผักทั่วไปถึงเท่าตัว ใบกว้างหนาราวกับหยกเนื้อดี ไร้ซึ่งรอยแมลงกัดแทะแม้แต่ใบเดียว แถมยังแผ่กลิ่นอายความสดชื่นบริสุทธิ์ออกมาจางๆ จนสูดเข้าปอดแล้วรู้สึกโล่งสบายไปทั้งร่าง
“พระเจ้า...” ลู่ถิงเฟิงพึมพำด้วยความทึ่ง “นี่มัน... โตเร็วเกินไปแล้ว และคุณภาพ... ใบพวกนี้หนาและอวบอิ่มมาก ต่อให้เป็นผักเกรดส่งออกระดับชาติในปักกิ่ง ก็ยังเทียบไม่ได้เลยสักนิด”
“ใช่ไหมล่ะคะ?” หลินว่านเฉียวยิ้มแกปริ พลางเดินเข้าไปเด็ดใบกวางตุ้งอวบน้ำออกมาชิ้นหนึ่งอย่างทะนุถนอม น้ำค้างใสแจ๋วเกาะอยู่บนผิวใบราวกับเพชรเม็ดงาม “น้ำในบ่อน้ำวิเศษของมิตินี้มีพลังงานชีวิตสูงมาก ผสมเข้ากับดินวิเศษ ทำให้พวกมันเติบโตเร็วกว่าปกติเป็นร้อยเท่า แถมยังมีรสชาติหวานกรอบอุดมไปด้วยสารอาหารอีกด้วยค่ะ”
ว่านเฉียวไม่รอช้า นางหยิบมีดสแตนเลสคมกริบมาตัดต้นคะน้าต้นใหญ่ออกมาต้นหนึ่ง กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ของผักสดๆ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศทันทีที่รอยตัดถูกเปิดออก นางล้างมันด้วยน้ำจากบ่อน้ำวิเศษอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหั่นเป็นชิ้นพอดีคำยื่นส่งให้สามีลองชิม
“ลองชิมดูสิคะ ที่รัก… นี่คือผลผลิตล็อตแรกของเรา”
ลู่ถิงเฟิงรับชิ้นผักสีเขียวสดเข้าปาก เคี้ยวเบาๆ เพียงครั้งเดียว เสียง “กรุบ” ดังชัดเจนในความเงียบ รสชาติหวานฉ่ำละมุนละไมกระจายซ่านไปทั่วโพรงปาก ความขมปร่าที่มักมีในผักทั่วไปไม่มีอยู่เลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยพลังงานความสดชื่นที่ทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ราวกับกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าจากการฝึกทหารมาทั้งวันได้รับการเยียวยาในพริบตา
“อร่อยมาก...” ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มเป็นประกายวาววับ เขามองภรรยาด้วยความทึ่งสุดหัวใจ “หวาน กรอบ และสดชื่นอย่างเหลือเชื่อ ถ้าเราเอาออกไปขายในตลาดมืด หรือส่งให้ร้านอาหารใหญ่ในเมือง... มันต้องสร้างรายได้มหาศาลแน่ๆ”
“ถูกต้องค่ะ!” ว่านเฉียวยิ้มกว้าง ดวงตาพราวระยับด้วยประกายแห่งนักธุรกิจหญิงมือทอง “แต่เราจะขายแบบผักสดธรรมดาไม่ได้... ของดีระดับพรีเมียมแบบนี้ ต้องแปรรูปเพื่ออัพราคาให้สูงที่สุดค่ะ!”
ว่าแล้วนางก็เริ่มลงมือจัดการกับผลผลิตนับร้อยกิโลกรัมในฟาร์มอย่างคล่องแคล่ว ด้วยฝีมือเชฟระดับปรมาจารย์ นางเลือกทำ “ผักดองสูตรลับโบราณ” ที่ผสมผสานเครื่องเทศนานาชนิดจากมิติ และ “น้ำพริกเผาผักวิเศษสูตรพิเศษ” ที่มีกลิ่นหอมยั่วยวนใจจนแม้แต่คนอิ่มท้องก็ยังต้องน้ำลายสอ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศ สมุนไพร และความเผ็ดร้อนกลมกล่อมลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งพื้นที่มิติฟาร์ม ลู่ถิงเฟิงคอยเป็นลูกมือช่วยก่อไฟและยกกระทะเหล็กใบใหญ่อย่างขยันขันแข็ง สายตาที่เขามองภรรยาเต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลจนแทบจะละลาย
ในที่สุด โถแก้วสุญญากาศบรรจุผักดองสีสวยและกระปุกน้ำพริกเผาเนื้อเนียนละเอียดนับสิบกระปุกก็วางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ พร้อมสำหรับการนำออกไปสร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดมืดในวันพรุ่งนี้
“เสร็จเรียบร้อย!” ว่านเฉียวปาดเหงื่อที่หน้าผากเบาๆ พลางส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้สามี “พรุ่งนี้เช้า ฉันจะเอาพวกมันไปเปิดตลาดครั้งแรก รับรองว่า..."
ติ๊ง!
เสียงระฆังระบบมิติฟาร์มดังขึ้นกะทันหัน ขัดจังหวะคำพูดของนาง หน้าจอแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ทำเอาลมหายใจของหลินว่านเฉียวสะดุดกึก
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอม กำลังพยายามเจาะทะลวงเข้ามายัง ‘ประตูมิติ’ จากโลกภายนอก... และเวลานี้ มีบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต กำลังยืนเคาะประตูห้องนอนของท่านอยู่ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของพวกท่าน...]*
ลู่ถิงเฟิงหรี่ตาลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขาอีกครั้งอย่างดุดัน
ว่านเฉียวหันขวับไปมองหน้าจอระบบ หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อและภาพเงาของคนที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของตนในโลกจริง... คนๆ นั้นไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด!
—--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอนะคะ!
มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 9
แปลงผักวิเศษออกผลผลิตครั้งแรก
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!