มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 8

กลยุทธ์ตบหน้าญาติจอมโลภ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"เด็กคนนี้... ช่างเนรคุณนัก! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสั่นระริก ป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลินยืนค้ำหัวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว รอยย่นบนหน้าผากยามโกรธขึ้งดูน่าเกลียดน่าชังราวกับก้อนซาลาเปาก,ขึ้นรา นางกวาดสายตามองหลินว่านเฉียวด้วยความดูถูกเหยียดหยาม พร้อมกับเสียงแค่นหัวเราะในลำคอที่ดังเสียดแทงประสาท "คิดว่าแต่งงานออกเรือนไปแล้วปีกกล้าขาแข็ง ถึงขั้นกล้าทำเป็นจำไม่ได้ว่าเมื่อก่อนพวกเราต้องลำบากยากแค้นขนาดไหนกว่าจะฟูมฟักให้แกโตมาได้ถึงขนาดนี้ วันนี้พวกฉันอุตส่าห์ดั้นด้นมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน แถมยังมีน้ำใจเอ่ยปากขอแบ่งข้าวสารเนื้อสัตว์ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ แกยังกล้าปฏิเสธหน้าตาเฉยอีกหรือ!" คำพูดที่เจือความหน้าหนาอย่างไร้ยางอายนี้ เรียกเสียงพยักหน้าเห็นพ้องจากบรรดาญาติห่างๆ ของตระกูลหลินและตระกูลลู่สายรองที่พากันยกโขยงมากันจนแน่นขนัดห้องโถงเล็กๆ ของบ้านพักทหาร พวกเขาต่างส่งสายตากรุ้มกริ่มโลภมาก จ้องมองไปยังถุงแป้งสาลีเนื้อเนียนและไหเกลือที่ตั้งอยู่บนมุมห้องราวกับฝูงหมาป่าหิวโหยที่พบเหยื่ออันโอชะ หลินว่านเฉียวยืนกอดอกนิ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความเย็นชาฉายชัดอยู่ก้นบึ้งของดวงตา ความทรงจำที่เพิ่งหลั่งไหลเข้ามาเมื่อครู่ทำให้ภาพความอัปยศอดสูในอดีตแจ่มชัดขึ้น เจ้าของร่างเดิมเคยถูกคนกลุ่มนี้โขกสับ รีดไถเงินทองและคูปองอาหารจนแทบไม่เหลือแม้แต่เศษข้าวติดก้นหม้อ ซ้ำร้ายในยามที่นางล้มป่วยปางตาย พวกเขาเหล่านี้ยังส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยและฉวยโอกาสกวาดฉวยทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายในบ้านไปอย่างไร้ความปรานี ทว่า... นั่นคือเรื่องราวของ "หลินว่านเฉียว" คนเก่า ณ วินาทีนี้ ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเชฟมือหนึ่งผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจและจิตใจคนมาอย่างโชกโชน นางแย้มยิ้มออกมาช้าๆ รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับเยือกเย็นเสียจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลดฮวบลงอย่างกะทันหัน "ป้าสะใภ้ใหญ่พูดได้ไพเราะน่าฟังเสียจริงนะคะ..." หลินว่านเฉียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสและทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องชะงัก นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามราวกับคุณหนูในห้องหอที่เปี่ยมด้วยบารมี "บุญคุณข้าวสุกข้าวสารที่ท่านเพียรทวงถาม... งั้นเรามาทบทวนบัญชีกันให้ละเอียดสักรอบดีไหมคะว่า ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ครอบครัวของท่าน 'สูบเลือด' จากฉันไปเท่าไหร่แล้ว" ทันทีที่คำว่า "บัญชี" หลุดออกจากปาก ป้าสะใภ้ใหญ่สะดุ้งเฮือก สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกชั่วขณะ ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยการแผดเสียงดังกลบเกลื่อนความร้อนตัว "นังเด็กนี่! แกกล้าดียังไงมาทวงบุญคุณกับผู้หลักผู้ใหญ่! แกเป็นแค่เด็กเหลือขอที่พ่อแม่ตายจาก..." "หุบปากซะ" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพญาเสือดาวดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ลู่ถิงจวินที่ยืนนิ่งเงียบอยู่มุมห้องมานาน ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าเพียงก้าวเดียว ทว่าแรงกดดันมหาศาลจากนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกลับแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุ รังสีสังหารที่น่าสะพรึงกลัวทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่ในกลุ่มญาติถึงกับหน้าซีดเผือด เขากวาดสายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองทุกคนในห้องช้าๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนน่ากลัว "ภรรยาของผม... ผมเป็นคนดูแล หากใครกล้าขึ้นเสียงใส่เธออีกแม้แต่คำเดียว อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจศักดิ์ศรีความเป็นญาติ" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ลุงสามที่ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาที่สุดในกลุ่ม ก็ยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น หลินว่านเฉียวปรายตามองสามีหนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเหล่าญาติจอมโลภต่อ นางสะบัดข้อมือเบื้องหน้า สมุดบัญชีเล่มเก่าที่นางแอบค้นเจอจากก้นหีบเมื่อเช้าถูกโยนลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปึก!* "ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ฉันไม่ได้จะมาทวงเงินคืนหรอกนะคะ เพราะรู้ว่าคนอย่างพวกท่านคงไม่มีปัญญาหามาคืนให้... แต่ที่ฉันเอามันออกมา ก็เพื่อให้พวกท่านได้ตาสว่างกันเสียที" นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้ากระดาษที่จดบันทึกตัวเลขไว้อย่างเป็นระเบียบ "ปี 1971 คูปองแป้งสาลีของฉัน 30 ชั่ง ท่านอ้างว่าเอาไปฝากผู้ใหญ่เพื่อหาทางช่วยให้ฉันได้งานในโรงงาน แต่สุดท้ายมันไปตกอยู่ในท้องของลูกชายท่านที่เอาไปกินเล่น" "ปี 1972 เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่พ่อแม่ฉันทิ้งไว้ให้ 50 หยวน ท่านบอกว่ายืมไปรักษาอาการป่วยของลุงใหญ่ แต่ความจริงคือท่านเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกสาวท่านใส่ไปงานแต่งในอำเภอ!" "ปี 1973..." น้ำเสียงของหลินว่านเฉียวราบเรียบแต่มั่นคง ทุกตัวเลขที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบเปรียบเสมือนหมัดเหล็กที่ชกเข้าที่ใบหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนจากสีแดงก่ำด้วยความโกรธ กลายเป็นสีซีดขาวราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอ "หนะ... นังเด็กนี่! แกแต่งเรื่องขึ้นมาเองชัดๆ!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายและหวาดกลัว นางพยายามจะพุ่งเข้ามาปัดสมุดบัญชีนั้นทิ้ง แต่มือหนาของลู่ถิงจวินกลับคว้าข้อมือของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บีบจนอีกฝ่ายต้องร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด "ถ้ายังไม่อยากให้ผมแจ้งกองสารวัตรทหารข้อหาบุกรุกเคหสถานและรีดไถทรัพย์สิน..." ลู่ถิงจวินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาดำมืดไร้ซึ่งความปรานี "ก็ไสหัวออกไปจากบ้านของผมซะ" เหล่าญาติที่เหลือเมื่อเห็นท่าไม่ดี ต่างพากันขยับถอยกรูดไปที่ประตูอย่างลุกลน พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าสะใภ้รองตระกูลลู่ที่เคยหัวอ่อนและยอมให้รังแกมาตลอด จะกลายเป็นปีศาจสาวที่ถือหลักฐานมัดตัวแน่นหนาเช่นนี้ ป้าสะใภ้ใหญ่ถูกสะบัดมือออกจนเซถลาล้มพامไปกองกับพื้น ก่อนจะถูกลูกหลานช่วยกันพยุงลากถูออกไปจากบ้านอย่างทุลักทุเลท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของเพื่อนบ้านที่แอบมามุงดูเหตุการณ์อยู่รอบนอก เมื่อความวุ่นวายสงบลง ห้องโถงกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง หลินว่านเฉียวยืนถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ นางหันกลับมามองสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตั้งใจจะเอ่ยปากขอบคุณสักคำ ทว่ายังไม่ทันได้อ้าปาก ลู่ถิงจวินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัว ร่างสูงใหญ่โอบกอดเอวบางของนางเข้ามาแนบอกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของนาง "เหนื่อยไหม..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהกระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้หัวใจของหลินว่านเฉียวเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ "ภรรยาของผมเก่งที่สุดแล้ว... ต่อไปนี้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มารังแกเธออีก" ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม ทำให้ความตึงเครียดทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น หลินว่านเฉียวหลับตาลงผ่อนคลายในอ้อมแขนนั้น ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะเคลิ้มไปกับความอ่อนโยน จู่ๆ ปลายจมูกของนางก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นแปลกประหลาดโชยออกมาจากมุมห้องครัว ลอยอบอวลแทรกซึมผ่านม่านอากาศเข้ามาเตะจมูก กลิ่นหอมของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวกับเนื้อสัตว์ชั้นดี ที่เข้มข้น รัญจวนใจ และยั่วยวนน้ำลายเสียจนแม้แต่คนที่อิ่มท้องมาแล้วก็ยังต้องกลืนน้ำลาย ดวงตาคู่งลมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ นางจำกลิ่นนี้ได้ดี... มันคือกลิ่นของ "ไก่ตุ๋นโสมพันปี" เมนูระดับจักรพรรดิที่นางเพิ่งทดลองปรุงทิ้งไว้ในหม้อวิเศษภายในมิติฟาร์มเมื่อคืนนี้! แต่ปัญหาคือ... นางไม่ได้เปิดมิติฟาร์มทิ้งไว้ และที่สำคัญที่สุด ประตูห้องครัวถูกล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนาจากด้านใน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%