เงาสลัวที่ทาบทับอยู่หลังพุ่มไม้หน้าต่างเมื่อครู่ มลายหายไปราวกับภาพลวงตา เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของหลินว่านเฉียวที่สะท้อนอยู่ในความเงียบงันของห้องโถงเก่าคร่ำคร่า
นิ้วเรียวบางที่กำลังกำตะหลิวไม้ในมือกำชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด... สายตานั้นไม่ใช่สายตาของชาวบ้านทั่วไปที่แวะเวียนมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน แต่มันคือสายตาของ "นักล่า" ที่กำลังประเมินเหยื่อ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไม่มีเงาของชายคนนี้อยู่เลยแม้แต่น้อย เขาน่าจะเป็นคนแปลกหน้าที่เข้ามาป้วนเปี้ยนในหมู่บ้านหงсинแห่งนี้ด้วยจุดประสงค์บางอย่างที่สกปรกโสมمอย่างแน่นอน
"ว่านเฉียว? มีอะไรหรือเปล่า"
เสียงทุ้มต่ำกังหันดังขึ้นจากทางประตูหลังบ้าน ดึงสติของหญิงสาวให้หลุดออกจากภวังค์ ลู่ถิงจวินก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแนบไปกับแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อลอนงาม เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและลาดไหล่หนาที่สะท้อนแสงไฟตะเกียงรางๆ กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นดินและกลิ่นแดดจางๆ ลอยมาแตะจมูก ทำให้หัวใจของเชฟสาวมือหนึ่งกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
ให้ตายเถอะ... สามีคนนี้ ต่อให้มองจากมุมไหนก็ชวนให้ใจสั่นเสียจริง
"เปล่าค่ะ... แค่รู้สึกว่าแถวนี้เริ่มมีแมลงวันน่ารำคาญบินมาป้วนเปี้ยนมากเกินไปหน่อย" หลินว่านเฉียววางตะหลิวลงแล้วหันไปยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมประกายความเยือกเย็นวับหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน "คุณพักก่อนเถอะค่ะ ทำงานกลางแดดมาตั้งแต่เช้า ดื่มน้ำอุ่นนี่ก่อน"
นางยื่นแก้วน้ำที่ผสมน้ำทิพย์จากมิติฟาร์มเจือจางลงไปเล็กน้อยให้เขา ลู่ถิงจวินรับมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันมลายหายไปราวกับปลิดทิ้ง ความรู้สึกอัศจรรย์ใจฉายชัดขึ้นในดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่ม เขามองภรรยาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความหลงใหลที่ยากจะปิด
ตั้งแต่วันที่ภรรยาฟื้นขึ้นมาจากไข้คราวนั้น นางก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ไม่มีแม้แต่ความเงียบงันหงิมๆ หรือแววตาหวาดกลัวเขาอีกต่อไป กลับกัน นางทั้งเฉียบคม เก่งกาจเรื่องการทำอาหาร และให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับบ้าน... บ้านที่เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้สัมผัส
"บ้านใกล้จะซ่อมเสร็จแล้วครับ" ลู่ถิงจวินวางแก้วลง น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความมุ่งมั่น "หน้าต่างบานที่แตกผมเปลี่ยนให้ใหม่แล้ว คานไม้ด้านบนที่ผุก็เสริมโครงเหล็กเข้าไปแล้วด้วย รับรองว่าต่อให้มีพายุเข้า หน้าบ้านเราก็จะไม่สั่นสะเทือนแน่นอน"
หลินว่านเฉียวเดินตามเขาออกไปสำรวจผลงานที่หน้าบ้าน ภาพของบ้านดินชั้นเดียวที่เคยทรุดโทรม ตอนนี้ได้รับการซ่อมแซมจนดูมั่นคงเป็นสัดเป็นส่วน หน้าต่างไม้ถูกขัดจนเรียบเนียน รอยรั่วตามหลังคาถูกซ่อมแซมอย่างประณีตด้วยฝีมือช่างไม้จำเป็นที่ทั้งแข็งแกร่งและใส่ใจในทุกรายละเอียด แม้ภายนอกจะยังคงความเรียบง่ายตามวิถีชนบท แต่โครงสร้างภายในกลับถูกยกระดับให้ปลอดภัยและน่าอยู่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หัวใจของหญิงสาวพลိုက်อุ่นวาจาขึ้นมาอย่างประหลาด ในโลกยุค 70 ที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและการกดขี่จากคนรอบข้าง การมีผู้ชายคนนี้ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง คอยปกป้องและลงมือทำทุกอย่างด้วยสองมือโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ... ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรงพลังและน่าพึ่งพาเสียจริง
"เก่งมากค่ะ สามีของฉันนี่สารพัดประโยชน์จริงๆ" นางเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มพราวระยับในดวงตา จงใจหยอกเย้าให้ใบหูของนายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู
ลู่ถิงจวินชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าคมคายที่มักจะนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นปรากฏรอยคลื่นความเขินอายจางๆ เขากระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ก่อนจะเอ่ยเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เย็นนี้คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ ผมไปขุดหน่อไม้ที่ท้ายหมู่บ้านมาได้ชุดหนึ่ง แล้วก็มีปลาแม่น้ำตัวโตที่ลุงข้างบ้านเอามาแบ่งให้"
"หน่อไม้กับปลาแม่น้ำหรือคะ..." ดวงตาของเชฟมือหนึ่งเป็นประกายขึ้นมาทันที วัตถุดิบธรรมชาติสดๆ เหล่านี้คือสวรรค์ของคนรักการทำอาหาร "เยี่ยมเลยค่ะ! เดี๋ยวฉันจะทำ 'ปลาต้มผักกาดดองรสแซ่บ' ซดน้ำร้อนๆ ให้คล่องคอ แล้วก็ 'หน่อไม้ผัดพริกแห้งกับเนื้อสามชั้น' หอมๆ รับรองว่าคุณกินเกลี้ยงหม้อแน่"
บรรยากาศความตึงเครียดจากเหตุการณ์เงาดำเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายของความเป็นครอบครัวอย่างรวดเร็ว ทั้งสองช่วยกันจัดเตรียมวัตถุดิบในครัวอย่างรู้ใจ หลินว่านเฉียวจัดการหั่นหมูสามชั้นและหน่อไม้ด้วยความคล่องแคล่ว เสียงคมมีดกระทบเขียงดังสม่ำเสมอเคล้ากับเสียงหัวเราะและบทสนทนาเบาๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตแต่งงานของคนทั้งคู่
ไม่นานนัก กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและเนื้อสัตว์ที่ถูกผัดจนได้ที่ก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้รุนแรงเสียจนลอยไปตามสายลมยามเย็นทะลุรั้วบ้านออกไปยังทางเดินหลักของหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องหยุดฝีเท้า กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ด้วยความหิวโหย
บ้านของลู่ถิงจวินที่เคยเงียบเหงาและถูกมองว่าเป็นจุดอับของหมู่บ้าน บัดนี้กลับมีควันไฟลอยกรุ่นและเสียงหัวเราะอบอวล ช่างเป็นภาพที่บาดตาบาดใจพวกตระกูลหลินและบรรดาคนอิจฉาตาร้อนยิ่งนัก!
ทว่า... ในขณะที่ความสุขกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันภายในห้องครัวที่อบอุ่น
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่กลับเยียบเย็นและผิดจังหวะจนทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินว่านเฉียวแข็งค้างไปในทันที
ลู่ถิงจวินขมวดคิ้วมุ่น วางตะหลิวในมือลงทันที ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับพยัคฆ์พร้อมขย้ำเหยื่อ เขาก้าวเท้าเดินไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยฝีมือหนักแน่น ขณะที่หลินว่านเฉียวเดินตามหลังมาติดๆ พร้อมกับหยิบไม้พายไม้เนื้อแข็งติดมือมาด้วยเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ
แสงไฟสลัวจากตะเกียงสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของบุคคลผู้มาเยือน... ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านที่ดูผิดแปลกจากชาวบ้านทั่วไป ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาพรานล่าเหยื่อกำลังมองตรงมาที่หลินว่านเฉียวด้วยความเสน่หาและความกระหายใคร่รู้
"พี่เขย... พี่สาว... ผมเองครับ คนคุ้นเคยของตระกูลหลิน... ที่พวกท่านอาจจะลืมไปแล้วว่า 'ความลับ' ระหว่างเรามันหอมหวานแค่ไหน"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางกลางวันแสกๆ ร่างของลู่ถิงจวินสะท้อนรังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว ขณะที่หลินว่านเฉียวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อความทรงจำสีดำมืดส่วนลึกที่เจ้าของร่างเดิมพยายามจะลืมเลือน... ผุดวาบขึ้นมาในหัวสมองอย่างชัดเจน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอนะคะ
มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 7
ซ่อมแซมบ้านและเติมเต็มหัวใจ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!