หยาดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมของหญิงสาว ทว่าหลินว่านเฉียวหาได้สนใจไม่ สายตาคมกริบของเธอกวาดมองโครงสร้างไม้ผุกร่อนตรงหน้าอย่างพิจารณา บ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างหลังนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนตระกูลหลินพยายามกรอกหูชาวบ้านเพื่อขับไล่พวกเธอให้พ้นทาง—มันคืองานไม้สักเก่าที่โครงสร้างหลักยังแข็งแกร่ง เพียงแต่ขาดการดูแลและถูกฝุ่นหนาเตอะปกคลุมเท่านั้น
"ถิงจวินคะ ช่วยยกคานไม้นี้ขึ้นอีกนิดค่ะ ตรงมุมเสานั้นมีรอยแยก เดี๋ยวฉันจะใช้ดินเหนียวผสมฟางข้าวที่หมักไว้ในมิติอุดรูรั่วพวกนี้ให้หมด ลมหนาวช่วงนี้พัดแรง ถ้าไม่จัดการตอนนี้ คืนนี้เราคงได้นอนรับลมธรรมชาติกันพอดี"
เสียงหวานกังวานเอ่ยสั่งการอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวบางที่เคยจับตะหลิวทองคำในภัตตาคารระดับมิชลิน บัดนี้กำลังสวมถุงมือผ้าฝ้ายหยาบ ลงมือขัดถูคราบสกปรกบนผนังปูนเก่าด้วยความมุ่งมั่น ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ขยับตัวไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นต่อไป อ้อมแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กของสามีก็โอบกอดเข้าที่เอวบางจากด้านหลังเสียก่อน
ลู่ถิงจวินไม่พูดพร่ำทำเพลง ใบหน้าคมคายที่มักจะนิ่งขรึมและเย็นชาต่อผู้คนยามเมื่อยามอยู่ข้างนอก บัดนี้กลับซุกซบลงกับลาดไหล่มนของภรรยา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนหลินว่านเฉียวสะกิดใจวาบ "เหนื่อยไหมครับ... เอ๊ย เหนื่อยไหมคะภรรยา" ชายหนุ่มรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าภรรยาเคยกำชับนักหนาเรื่องสรรพนาม
หลินว่านเฉียวหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ เธอกลับตัวในอ้อมกอดของเขา ใช้หลังมือที่เปื้อนฝุ่นเขี่ยจมูกโด่งรั้นของสามีอย่างหมั่นเขี้ยว "คุณนี่นะคะ... พูดผิดอีกแล้วนะระวังเถอะค่ะ จะโดนฉันลงโทษไม่ให้กินมื้อเย็นฝีมือฉันซะหรอก"
"ยอมจำนนทุกประการครับ... เอ๊ย ค่ะ" ลู่ถิงจวินแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาคมกริบที่ฉายแววเหี้ยมเกรียมยามเผชิญหน้ากับพวกอันธพาลในกองทัพหรือญาติจอมปลอม ตอนนี้กลับทอประกายอ่อนโยนและคลั่งรักจนแทบจะละลาย หลอมรวมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและการเริ่มต้นใหม่ให้มลายหายสิ้นในพริบตา "ผมแค่เป็นห่วงคุณ มือเรียวๆ คู่นี้ควรจะได้จับแต่พู่กันหรือเครื่องประดับ ไม่ใช่มาแบกหามอิฐหินแบบนี้... รอผมปลูกบ้านหลังใหม่ให้เสร็จก่อนเถอะครับ นะคะคนดี"
"บ้านหลังใหม่น่ะต้องสร้างแน่ค่ะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ การที่เราย้ายมาอยู่เรือนหลังน้อยท้ายหมู่บ้านแบบนี้แหละ คือก้าวแรกของการตบหน้าพวกที่รอดูความฉิบหายของเรา" หลินว่านเฉียวหรี่ตาลง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างมีชั้นเชิง "พวกตระกูลหลินคงคิดว่าเราจะอดอยากปากแห้งจนต้องคลานกลับไปกราบกรานขอเศษเงิน อาหารหมูจากพวกมัน... ฝันไปเถอะค่ะ!"
หญิงสาวผละออกจากอ้อมกอดชั่วคราว ก่อนจะส่งจิตเข้าไปใน "ฟาร์มมิติ" ที่เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเธอ แสงสีทองเรืองรองวาบขึ้นในม่านตาของเธอเพียงเสี้ยววินาที ข้าวสารชั้นดี ไข่ไก่สดจากฟาร์มระบบปิด และสมุนไพรหายากปรากฏขึ้นบนโต๊ะไม้เก่าๆ ที่เพิ่งเช็ดทำความสะอาด
ด้วยความช่วยเหลือจากระบบฟาร์ม และมันสมองระดับเซียนการค้าของหลินว่านเฉียว บ้านไม้ทรุดโทรมหลังนี้จึงค่อยๆ แปลสภาพกลายเป็น "ฐานทัพลับ" ที่อบอุ่นและร่ำรวยอย่างเงียบเชียบ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนก็โชยฟุ้งทะลุผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่า ออกไปตามสายลมยามบ่ายที่พัดโชยเข้าสู่เขตหมู่บ้าน
กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นเข้มข้น รat ชวนน้ำลายสอเสียจนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงัก พวกเขาต่างสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความงุนงง—นี่มันกลิ่นเนื้อตุ๋นอะไรกัน? ในยุคข้าวยากหมากแพงที่แม้แต่แป้งหยาบยังหายาก คนบ้านรองตระกูลลู่ที่เพิ่งถูกขับไล่ออกมาด้วยตัวเปล่า เอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อสัตว์ชิ้นโตขนาดนี้?!
ทางด้านหลินว่านเฉียวหาได้สนใจสายตาสอดรู้สอดเห็นของชาวบ้านไม่ เธอกำลังบรรจงตัก "ซุปหมูตุ๋นเห็ดหอมมิติ" ใส่ชามดินเผาใบใหญ่ ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ผสานกันอย่างลงตัว สามีหนุ่มของเธอนั่งมองภรรยาด้วยสายตารักใคร่สุดซึ้ง พร้อมกับช่วยจัดโต๊ะอาหารอย่างแข็งขัน
"ทานให้อร่อยนะคะสามี คืนนี้เรายังมีงานใหญ่ต้องทำ... ฉันจะพาคุณไปเปิดตลาดมืดในเมือง เพื่อระบายสินค้าล็อตแรกจากฟาร์มของเรา รับรองว่างานนี้มีคนกระเป๋าฉีกแน่ค่ะ" หลินว่านเฉียวเอ่ยพลอยส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่ม
ทว่า... ในจังหวะที่ตะเกียบไม้กำลังจะคีบชิ้นเนื้อเข้าปากนั้นเอง เสียงทุบประตูก็พังโครมลงมาอย่างรุนแรง!
พายุอารมณ์ภายนอกซัดสาดเข้ามาทันที ร่างอ้วนท้วนของป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลินพุ่งพรวดเข้ามาในบ้าน พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความริษยา "นังหลานอกตัญญู! พวกแกซ่อนของดีอะไรไว้ในบ้าน ถึงได้กล้าแอบกินเนื้อสัตว์หอมฟุ้งรบกวนชาวบ้านแบบนี้ ส่งเงินและอาหารทั้งหมดมาให้ตระกูลหลินเดี๋ยวนี้!"
หลินว่านเฉียวชะงักมือเล็กน้อย เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอกกลับ ร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงจวินก็ก้าวออกไปบังหน้าภรรยาไว้ ใบหน้าคมคายเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่กดดันจนป้าสะใภ้ผู้หิวเงินถึงกับผงถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
ทว่า... สิ่งที่ทำให้หลินว่านเฉียวต้องขมวดคิ้วมุ่น ไม่ใช่เสียงโวยวายของป้าสะใภ้ตัวแสบ หากแต่เป็นเงาสลัวของชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยืนแอบอยู่หลังพุ่มไม้หน้าต่าง สายตาของมันที่มองตรงเข้ามาในบ้าน... เต็มไปด้วยความโลภและความลับที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างที่แม้แต่ในความทรงจำเดิมก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความฟินและความสตรองของแม่หญิงว่านเฉียวกับพี่ถิงจวินนะคะ! หวังว่าจะชอบตอนนี้ค่ะ!
มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 6
เริ่มต้นชีวิตใหม่ในเรือนหลังน้อย
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!