เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบแตกกระจายดังสนั่นลั่นห้องโถงบ้านตระกูลลู่ เศษอาหารปนน้ำแกงกระ็นกระเด็นเปรอะเปื้อนขากางเกงผ้าฝ้ายสีซีดของลู่ถิงจวิน แต่ใบหน้าคมสันกลับไร้รอยสะดุ้งสะเทือน นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองผู้เป็นป้าสะใภ้ที่กำลังยืนท้าวสะเอวแผดเสียงแหลมสูงด้วยความดูแคลน
"พวกแกสองคนมันอกตัญญู! แต่งงานเข้าบ้านมายังไม่ทันครบปี กล้าดียังไงถึงคิดจะแยกบ้าน! เงินเดือนทหารของถิงจวินกับปันส่วนอาหารของนังตัวดีนี่ ต้องเอาเข้ากองกลางของตระกูลทั้งหมด ไม่อย่างนั้นพวกแกก็ไสหัวออกไปตัวเปล่า!"
หลินว่านเฉียวปรายตามองเศษชามแตกบนพื้นด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดเฉือนเนื้อร้ายทิ้ง นางค่อยๆ วางตะเกียบในมือลงอย่างใจเย็น เสียงกระทบโต๊ะไม้เบาหวิวแต่กลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตา
"ป้าสะใภ้ใหญ่พูดจาให้เกียรติสมองของตัวเองหน่อยนะคะ" ว่านเฉียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเนื้อหาช่างเชือดเฉือน "เงินเดือนของสามีฉัน เป็นหยาดเหงื่อแรงงานที่เขาแลกมาด้วยหยดเลือดบนสนามฝึกซ้อมและเกียรติยศในกองทัพ ส่วนปันส่วนอาหารของฉัน ทางรัฐบาลจัดสรรให้ตามสิทธิพลเมือง ทำไมคะ? หรือว่าพวกท่านคิดจะกวาดต้อนทุกอย่างไปจุนเจือลูกชายแท้ๆ ที่วันๆ เอาแต่เล่นการพนันจนเป็นหนี้ท่วมหัว?"
ใบหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความโกรธจัด นางชี้หน้าสะใภ้รองตัวแสบเนื้อตัวสั่นเทา "นัง... นังปากดี! แกกล้าด่าว่าลูกชายฉันเหรอ!"
"ฉันไม่ได้ด่าค่ะ ฉันแค่พูดความจริงตามหลักฐาน" ว่านเฉียวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีกดดันบางเบาแผ่ออกมาจากตัวหญิงสาวผู้ผ่านโลกมาแล้วถึงสองภพ นางก้าวเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้ใหญ่ทีละก้าว สายตากวาดมองสมาชิกตระกูลลู่สายรองที่นั่งหลบตาอยู่มุมห้อง "ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ข้าวสารในถังบ้านเราหมดลงเพราะใคร? หมูสามชั้นที่ฉันอุตส่าห์แลกซื้อมาด้วยคูปอง ถูกขโมยไปต้มกินกันจนเกลี้ยงหม้อโดยไม่เคยเหลือให้สามีฉันที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจฝึกซ้อมเลยสักชิ้น แบบนี้เขาไม่เรียกว่า 'แยกบ้าน' หรอกค่ะ... เขาเรียกว่า 'ขับไล่โจรปล้นเสบียงออกจากชีวิตต่างหาก'"
ลู่ถิงจวินขยับตัวลุกขึ้นยืนเคียงข้างภรรยา ไหล่กว้างของนายทหารหนุ่มบังร่างเพรียวบางของนางไว้มิดชิด ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่มโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านความมั่น
"ที่ภรรยาผมพูด ทุกคำคือความจริง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น กดทับความอวดดีของคนตระกูลลู่จนแทบหายใจไม่ออก "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บ้านตระกูลลู่สายรองและพวกเรา ได้ทำการ 'ตัดขาด' และ 'แยกทะเบียนบ้าน' อย่างเป็นทางการ เอกสารลงลายมือชื่อจากผู้ใหญ่บ้านและคอมมิวนิตี้อยู่ในมือผมแล้ว"
สิ้นคำพูดของลู่ถิงจวิน เขาก็กระดาษแผ่นหนึ่งออกมาตบลงบนโต๊ะไม้ เสียงปึกหนักแน่นทำเอาหัวใจของคนตระกูลลู่กระตุกวูบ ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด รีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดูก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าในเอกสารระบุชัดเจนว่าทรัพย์สินทุกอย่างที่พวกนางเคยฮุบไว้ต้องถูกส่งคืน และไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องส่วนแบ่งใดๆ ทั้งสิ้นอีก
"ไม่! ฉันไม่เซ็น! พวกแกมันพวกเนรคุณ!" ป้าสะใภ้ใหญ่พยายามฉีกกระดาษทิ้ง แต่มือของลู่ถิงจวินไวกว่า เขาคว้าข้อมือนั้นไว้ด้วยแรงมหาศาลจนนางร้องโอดครวญ
"ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงมือตำรวจกองกำลังรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ข้อหาลักทรัพย์สินและกรรโชกทรัพย์ทหารนอกประจำการ ก็เชิญฉีกตามสบายครับ" ลู่ถิงจวินเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาจริงจังจนน่ากลัว
ว่านเฉียวยืนมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความสะใจลึกๆ นางสะบัดชายเสื้อแล้วหันหลังกลับ พร้อมเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงกังวานใส "งั้นก็ตามนี้นะคะ เชิญพวกท่านเก็บข้าวของออกจากเรือนพักฝั่งตะวันตกภายในวันนี้ เพราะฉันกับสามีจะทำการ 'รีโนเวท' พื้นที่ตรงนั้นเพื่อทำโรงเรือนเพาะเห็ดและห้องครัวใหม่... หวังว่าจะไม่ทิ้งขยะชิ้นใหญ่ไว้ให้พวกเราต้องเหนื่อยทำความสะอาดนะคะ"
เมื่อสองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันออกมาจากบ้านหลังใหญ่ บรรยากาศภายนอกก็ถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของดินหลังฝนและกลิ่นจางๆ ของมิติฟาร์มที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ว่านเฉียวสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในมิติฟาร์มตอนนี้ ข้าวสาลีล็อตแรกกำลังสุกงอมเหลืองอร่าม และเนื้อหมูตุ๋นยาจีนที่นางแอบเคี่ยวทิ้งไว้ในหม้อตุ๋นแรงดันไฟฟ้าก็ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนทะลุมิติออกมาเตะจมูก
"เหนื่อยไหมครับ?" เสียงทุ้มของลู่ถิงจวินเอמהนุ่มนวลข้างหู ขณะที่มือหนายื่นผ้าสะอาดมาซับเหงื่อบนหน้าผากเนียนให้ภรรยาอย่างเบามือ
ว่านเฉียวเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรักและความคลั่งไคล้ นางยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ สามีสายซัพพอร์ตของฉันเก่งขนาดนี้... ว่าแต่ เย็นนี้เราฉลองการแยกบ้านด้วย 'หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรลับ' กับ 'ซุปไก่ตุ๋นโสมมิติฟาร์ม' ดีไหมคะ รับรองว่ากลิ่นต้องหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนพวกคนตระกูลลู่กลืนน้ำลายแทบไม่ลงแน่ๆ"
ลู่ถิงจวินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี โอบเอวบางเข้าหาตัวแนบชิด "ตามใจภรรยาที่สุดอยู่แล้วครับ"
ทว่า ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่เขตบ้านพักใหม่ของตนเอง เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่พัสดุประจำหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ หอบหายใจจนตัวโยน
"พี่ถิงจวิน! พี่ว่านเฉียว! แย่แล้วค่ะ! มีพัสดุตีตราด่วนพิเศษจากเมืองหลวงส่งมาถึงบ้านพวกพี่... และคนที่มาส่งไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ธรรมดา แต่เป็น... รถจี๊ปทหารติดธงแดงของนายพลหลี่!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาตบเกรียนตัวร้ายและฟินไปกับความคลั่งไคล้ของพี่ถิงจวินนะคะ! หวังว่าจะชอบตอนนี้ค่ะ!
มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 5
ประกาศแยกบ้านครั้งใหญ่
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!