มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 12

อุปสรรคจากหัวหน้างานผู้ริษยา

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
เศษเสี้ยวของรอยยิ้มเย้ยหยันยังไม่ทันจางหายไปจากมุมปากของว่านเฉียว แสงไฟฉายสาดส่องที่กระชั้นชิดเข้ามาก็ราวกับคมมีดที่กรีดผ่าความมืดมิดในยามวิกาลให้แยกออกจากกัน เงาร่างสูงใหญ่ของเฉินกั๋วเฉียงปรากฏเด่นชัดขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ ของโรงงานแปรรูปอาหารแห่งรัฐ กลิ่นเหล้าขาวและกลิ่นเหงื่อไคลสาบสางโชยปะทะลมหนาวมาแตะจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน ดวงตาของอันธพาลประจำถิ่นหรี่แคบลงอย่างเจ้าเล่ห์ ยามที่เขาป้องมือมองลอดผ่านความมืดมายังร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า โดยมีลู่ถิงจวินก้าวออกมาบังร่างของภรรยาเอาไว้ครึ่งหนึ่งด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง “โอ้โห… นึกว่าเป็นใคร ที่แท้ก็คือ ‘พี่สาว’ คนสวยผู้ใจจืดใจดำ ที่แม้แต่ญาติสนิทมิตรสหายก็ยังกล้าตัดหางปล่อยวัดนี่เอง” เสียงแหบพร่าเจือความเมามายดังขึ้นทำลายความเงียบ “ประกาศิตตัดขาดตระกูลดังลั่นหมู่บ้าน แต่ลับหลังกลับมาลับๆ ล่อๆ ในยามวิกาลกับชายหนุ่มแปลกหน้า… หึ ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูคณะกรรมการสหกรณ์ หรือหัวหน้าแผนกของสามีเธอเข้า ภาพลักษณ์ทหารผู้รักความถูกต้องคงพังไม่เป็นท่าแน่ ใช่ไหมล่ะครับ… ท่านรองหัวหน้าลู่?” คำพูดที่เต็มไปด้วยการข่มขู่คุกคามนี้ไม่ได้ทำให้ลู่ถิงจวินสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงราบเรียบราวน้ำแข็งพันปี ดวงตาสีเข้มฉายแววดูแคลนระคนสมเพชอย่างไม่ปิดบัง ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะชายตาแลมองหน้าอันธพาลตรงๆ ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงฝุ่นผงที่ติดอยู่ข้างรองเท้าบูทของตนเท่านั้น “พูดจบแล้วหรือยัง?” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่กดดันจนเฉินกั๋วเฉียงเผลอผอยถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “ถ้าสติยังไม่ดีพอกลับไปนอนซะ อย่ามาเห่าหอนเรี่ยราดในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพ” ว่านเฉียวที่ยืนอยู่ด้านหลังยื่นมือเรียวไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของสามี เป็นสัญญาณเตือนว่านางควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังหยาบคายจัดการกับเศษสวะเช่นนี้ หญิงสาวก้าวพ้นเงาร่างของสามีออกมาเผชิญหน้ากับลูกพี่ลูกน้องจอมกะล่อนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นพินิจพิเคราะห์สภาพยับเยินของเฉินกั๋วเฉียงอย่างรู้เท่าทัน เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยและกลิ่นเหล้าฉุนกึกเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ชายผู้นี้ไม่ได้บังเอิญเดินผ่านมาแถวนี้อย่างแน่นอน แต่มีใครบางคน… ‘ว่าจ้าง’ หรือ ‘ส่งข่าว’ ให้มาขัดขวางจังหวะชีวิตของพวกเขาในคืนก่อนการประกาศผลเลื่อนขั้นตำแหน่งสำคัญอย่างแน่นอน “เฉินกั๋วเฉียง แกนี่มันสุนัขรับใช้ที่เชื่องเสียจริงนะ” ว่านเฉียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกระจ่างแต่เชือดเฉือนถึงกระดูก “ใครโยนเศษกระดูกให้หน่อยก็วิ่งหางจุกตูดมาเห่าตามคำสั่งทันที เงินสินบนกี่หยวนกันล่ะที่ทำให้แกกล้าบุกรุกเข้ามาในเขตกองกำลังสำรองยามวิกาลแบบนี้? หรือคิดว่าคุกของมณฑลยังต้อนรับแขกไม่พอ?” คำว่า ‘เงินสินบน’ และ ‘บุกรุกเขตกองกำลังสำรอง’ ทำเอาเฉินกั๋วเฉียงหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ความเมามายสร่างซาลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อสมองเริ่มประมวลผลได้ว่า เขากำลังหาเรื่องใส่ตัวในพื้นที่ของทหาร หาใช่การรังแกชาวบ้านในชนบททั่วไป ทว่า… ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกชุดหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมตึกฝั่งตรงข้าม พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องตรงเข้ามายังจุดเกิดเหตุอย่างจงใจ “เกิดอะไรขึ้นตรงนั้น! ทำไมเสียงดังเอะอะโวยวายกันในยามวิกาล!” เสียงหอบเหนื่อยและทรงอำนาจของ ‘รองหัวหน้าเผิง’ หัวหน้าแผนกบุคคลผู้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจในการชิงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารของลู่ถิงจวินดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าในดวงตาเล็กหยีคู่นั้นกลับประกายความสมใจอยากไว้อย่างมิดชิด ด้านข้างของเขามี ‘เกาจื้อเฉียง’ ลูกน้องคนสนิทผู้มักจะคอยตามเลียแข้งเลียขาและหาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีลู่ถิงจวินอยู่เสมอเดินตามติดมาด้วย เมื่อรองหัวหน้าเผิงกวาดสายตามาเห็นภาพตรงหน้า—ลู่ถิงจวินยืนประจันหน้ากับชายหนุ่มสภาพมอมแมมกลิ่นเหล้าคลุ้ง โดยมีภรรยาหน้าตาสะสวยยืนอยู่เคียงข้าง—รอยยิ้มมุมปากที่พยายามซ่อนไว้ก็เกือบจะหลุดออกมา “โอ้ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย… สหายลู่!” รองหัวหน้าเผิงแสร้งทำเป็นอุทานด้วยความตกใจระคนผิดหวัง “นี่มันดึกดื่นค่ำคืนแล้ว ทำไมถึงมามั่วสุมทะเลาะวิวาทกับอันธพาลนอกรีตได้ แถมภรรยาของคุณยังมาอยู่ในสถานที่อโคจรแบบนี้อีก… ช่างเสื่อมเสียเกียรติของนายทหารผู้ทรงเกียรติเสียจริง!” เกาจื้อเฉียงรีบเสริมทัพทันทีด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด “นั่นสิครับหัวหน้าเผิง ช่วงนี้ยิ่งเป็นช่วงพิจารณาเรื่องการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายใหญ่อยู่ด้วย พฤติกรรมส่วนตัวที่บกพร่องและมีความสัมพันธ์พัวพันกับคนนอกคอกเช่นนี้ เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อคะแนนประเมินความประพฤติอย่างร้ายแรงนะครับ!” บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ลมหนาวพัดโชยนำพาความเย็นเยียบเข้ามาปะทะผิวกาย แต่แววตาทั้งคู่ของสองสามีภรรยาตระกูลลู่กลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ว่านเฉียวปรายตามองรองหัวหน้าเผิงและเกาจื้อเฉียงที่ประสานสายตากันอย่างรู้กัน นางแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวกับกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด “รองหัวหน้าเผิงนี่หูไวตาไวเสียจริงนะคะ…” ว่านเฉียวเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มพิมใจ แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีด “พวกเราสามีภรรยาแค่ออกมาเดินตรวจความเรียบร้อยของโกดังสินค้าตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่กลับบังเอิญเจออันธพาลจรจัดเมาสุราเดินเร่ร่อนเข้ามาสร้างความวุ่นวาย… น่าแปลกเสียจริงนะฃคะ ที่คนระดับหัวหน้าแผนกอย่างท่าน ถึงได้บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ‘ประจวบเหมาะ’ ในจุดอับสายตานี้ได้พอดี ราวกับว่า… ทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะมีละครฉากนี้ให้ดูอย่างนั้นแหละค่ะ” คำพูดแทงใจดำทำเอารองหัวหน้าเผิงหน้าตึงขึ้นมาทันที แววตาที่มองมาฉายแววโกรธเกรี้ยว “คุณสหายสะใภ้ลู่! อย่ามาพูดจาเลอะเลือนไร้สาระนะ! ผมมาตรวจตราความเรียบร้อยตามรอบเวรยามปกติ ใครจะไปรู้ว่าสามีคุณจะสร้างเรื่องงามหน้าขึ้นมา!” “รอบเวรยามปกติงั้นหรือคะ?” ลู่ถิงจวินที่นิ่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นบ้าง น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังทำให้ทุกคนต้องหันมามอง ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบราวเหยี่ยวจ้องมองตรงไปยังรองหัวหน้าเผิง “เวรตรวจตราของฝ่ายบริหารคือช่วงสองทุ่มถึงสี่ทุ่ม แต่นี่มันเลยเวลาเที่ยงคืนมาครึ่งชั่วโมงแล้ว รองหัวหน้าเผิงมาทำอะไรที่โกดังเก็บวัตถุดิบแปรรูปอาหารฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่นอกเหนือเขตความรับผิดชอบของฝ่ายท่านถึงสองกิโลเมตรกันล่ะครับ?” คำถามเดียว… พลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือทันที! รองหัวหน้าเผิงอ้าปากพะงาบๆ เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมเต็มหน้าผาก ชายวัยกลางคนหันไปถลึงตาใส่เกาจื้อเฉียงที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตก เพราะความสะเพร่าในการนัดแนะเวลาและสถานที่ ทำให้พวกเขาตกหลุมพรางที่สองสามีภรรยาขุดรอไว้แล้วอย่างแนบเนียน “ผม… ผมแค่นอนไม่หลับ เลยเดินตรวจตราเผื่อแผ่มาถึงโซนนี้…” รองหัวหน้าเผิงอ้างน้ำขุ่นๆ สีหน้าเริ่มไปไม่เป็น “นอนไม่หลับหรือว่าร้อนตัวกลัวความลับจะรั่วไหลกันแน่คะ?” ว่านเฉียวไม่รอให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งหลัก นางสะบัดข้อมือเบาๆ ขณะที่ในมิติลับของฟาร์ม นิ้วเรียวเพิ่งกดสั่งการทำงานของอุปกรณ์บันทึกเสียงยุค 70 ที่แอบเปิดใช้งานไว้ในกระเป๋าเสื้อตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้ยินเสียงฝีเท้า หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปใกล้กลุ่มของหัวหน้างานผู้ริษยาอีกก้าว ใบหน้างملฟลุ้งไปด้วยรอยยิ้มที่งงงันแต่เฉียบขาด “ในเมื่อท่านรองหัวหน้าเผิงอุตส่าห์ลงทุนมาดูละครฉากนี้ด้วยตัวเองทั้งที งั้นเรามาดูบทสรุปที่แท้จริงกันหน่อยดีไหมคะ… ว่าตกลงแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นคนจ้างวานอันธพาลเฉินกั๋วเฉียง ให้มาสร้างหลักฐานเท็จเพื่อใส่ร้ายสามีของดิฉัน!” สิ้นเสียงหวานใส ว่านเฉียวก็เอื้อมมือไปกระชากปกเสื้อของเฉินกั๋วเฉียงที่ยืนตัวสั่นงกด้วยความกลัวขึ้นมาอย่างแรง พร้อมกับตบกระเป๋าเสื้อด้านในของอันธพาลหนุ่มจนสิ่งของชิ้นหนึ่งร่วงหล่นลงสู่พื้นซีเมนต์! *กริ๊ง…* ธนบัตรใบละสิบหยวนปึกใหญ่ พร้อมกับ ‘จดหมายลงนามลับ’ ที่มีลายมือคุ้นตาของใครบางคนกระเด็นออกมาต่อหน้าต่อตาทุกคนในที่นั้น แสงไฟฉายสาดส่องลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างชัดเจน ปรากฏชื่อและลายเซ็นของ ‘เกาจื้อเฉียง’ ที่ระบุยอดเงินมัดจำก้อนโตสำหรับการว่าจางให้มาป้ายสีลู่ถิงจวินในคืนนี้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! เกาจื้อเฉียงหน้าซีดเผือดจนแทบไม่เหลือสีเลือด เขาล้มพับลงไปกองกับพื้นทันทีด้วยความสิ้นหวัง ส่วนรองหัวหน้าเผิงถึงกับเข่าอ่อน เซถอยหลังไปชนผนังโกดังจนส่งเสียงดังลั่น ลู่ถิงจวินก무มองภาพตรงนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะก้มลงโอบเอวบางของภรรยาเข้ามาแนบชิดอย่างทะนุถนอม พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “ภรรยาผมนี่เก่งจริงๆ จัดการคนพวกนี้ได้โดยที่ผมแทบไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด” ว่านเฉียวช้อนตาขึ้นมองสามีพร้อมรอยยิ้มพึงใจ “เรื่องแค่นี้เองค่ะคุณสามี… แต่ดูท่าทางค่ำคืนนี้ ของว่างยามดึกที่เราตั้งใจจะทำกินกันเอง คงต้องเปลี่ยนเป็นเสิร์ฟ ‘ชุดใหญ่’ ให้คณะกรรมการสอบวินัยพิจารณากันแทนเสียแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวปรายตามองกลุ่มคนหน้าซีดเป็นไก่ต้มเบื้องหน้า ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ยามเอ่ยประโยคสุดท้ายออกไปเบาๆ “ว่าแต่… กลิ่นหอมกรุ่นของ ‘บะหมี่เนื้อตุ๋นยาจีนร้อนๆ’ ที่ฉันเพิ่งเคี่ยวเสร็จและเก็บไว้ในหม้อตุ๋นแรงดันพิเศษในมิติฟาร์มตอนนี้… ดูท่าทางว่าน้ำซุปเคี่ยวเค็มๆ มันๆ กำลังเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวจนน่าจะทำให้คนหิวโซแถวนี้ น้ำลายสอจนทนไม่ไหวแล้วกระมังคะ?” — ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%