กลิ่นน้ำหอมกลิ่นสนอ่อนเจือกลิ่นฝนแรกจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูก ทำให้หัวใจของหลินว่านเฉียวกระตุกวูบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่าน
ไม่ใช่เพราะความตกใจกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนของฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาโอบประคองรอบเอวของนางไว้อย่างทะนุถนอมในความมืดสลัวของห้องเก็บฟืนต่างหาก ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่ข้างใบหูทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันโดยอัตโนมัติ
“ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว ไยภรรยาถึงยังไม่อาจข่มตานอน หรือว่าตื่นมาเพราะคิดถึงสามีคนนี้กันแน่คะ?”
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเรียบเฉยเมื่ออยู่ต่อหน้าคนนอก บัดนี้กลับเจือด้วยความแหบพร่าและรอยยิ้มเจือจางในความมืด ลู่ถิงจวินโน้มใบลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับพวงแก้มเนียนของนาง ปลายนิ้วหยาบกร้านตามประสาชายชาติทหารเกลี่ยปอยผมที่หลุดรุ่ยออกจาก
ว่านเฉียบตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ นางเม้มริมฝีปากแน่น สมองที่ปกติฉับไวและคำนวณต้นทุนกำไรในมิติฟาร์มได้รวดเร็วดั่งติดสปีด กลับรวนเรจนประมวลผลไม่ถูก
“ปล่อยนะ…” นางเอ่ยเสียงเบาหวิว พยายามขยับตัวถอยหนี แต่เอวบางกลับถูกวงแขนแข็งแกร่งรัดตรึงไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม “นี่ท่าน… แอบดูฉันผ่านหน้าจอระบบตั้งแต่เมื่อหัวค่ำแล้วใช่ไหมคะ?”
ในฐานะเชฟมือหนึ่งผู้ผ่านสมรภูมิครัวภัตตาคารใหญ่มานับไม่ถ้วน นางย่อมรู้ดีว่าการถูกจับตามองโดยไร้ซุ่มเสียงนั้นน่ากลัวเพียงใด ยิ่งคนคนนั้นคือสามีในนามผู้มีเบื้องหลังลึกลับและอนาคตไกลในกองทัพด้วยแล้ว ความลับเรื่อง “มิติฟาร์ม” ของนางคงไม่อาจซ่อนเขาได้มิดชิดอย่างที่คิด
ลู่ถิงจวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและชวนให้ใจสั่นสะท้าน เขายังคงไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังขยับเข้ามาแนบชิดขึ้นจนแผ่นอกกว้างแนบแผ่นหลังบางของนาง
“หากพี่ไม่คอยดูแลและกันท่าพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อให้เจ้า ป่านนี้ภรรยาตัวน้อยคงเหนื่อยสายตัวแทบขาดไปแล้ว… เรื่องของเจ้า อะไรที่เป็นของเจ้า พี่ล้วนรู้หมดนั่นแหละว่านเฉียว”
น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่จริงจัง แฝงความคลั่งรักและหวงแหนไว้อย่างเต็มเปี่ยม จนว่านเฉียวรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า นางหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับในความมืด
“ใครเป็นภรรยาคุณกันคะ? แล้วนี่อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ! คุณรู้เรื่องมิติฟาร์มตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ลู่ถิงจวินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดู เขายกมือขึ้นลูบศีรษะภรรยาเบาๆ ราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กดื้อ
“รู้ตั้งแต่วันแรกที่เจ้าตื่นขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ… คนที่เสกแป้งสาลีเนื้อดีและเนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมออกมาได้กลางยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ หากไม่ใช่เพราะภรรยาของลู่ถิงจวินเป็นเซียนแปลงกายลงมาโปรด แล้วจะเป็นใครได้เล่า?”
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาว่านเฉียวถึงกับพูดไม่ออก นางอ้าปากพะงาบๆ อยู่หลายที ประเด็นไม่ใช่แค่ว่าเขาจับได้ แต่เขารู้มาโดยตลอด… และที่สำคัญที่สุดคือ *เขาไม่เคยคิดจะเปิดโปงนางเลยสักครั้ง* ซ้ำยังคอยเก็บกวาดอุปสรรคและระแวดระวังภัยให้เงียบๆ มาตลอดทาง!
ในยุค 70 ที่ผู้คนหวาดระแวงเรื่องการค้าขายเสรีและการสะสมทรัพย์สิน การมีสามีเป็นถึงนายทหารหนุ่มคอยเป็นเกราะกำบังให้อย่างไร้เงื่อนไข ย่อมเทียบเท่ากับมีโล่ทองคำคุ้มกาย
“ท่าน… ไม่กลัวว่าฉันจะเป็นภัยต่อหน้าที่การงานของคุณหรือไงคะ?” ว่านเฉียวถามเสียงแผ่ว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความซาบซึ้งใจที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ลู่ถิงจวินโน้มใบหน้าลงมา หน้าผากชิดติดกับหน้าผากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกันจนแยกไม่ออก
“หน้าที่การงานของพี่ มีไว้เพื่อปกป้องประเทศชาติ… แต่ชีวิตของพี่ มีไว้เพื่อปกป้องเจ้าและครอบครัวของเราต่างหาก” เขากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนหัวใจของว่านเฉียวสั่นไหวอย่างรุนแรง “คืนนี้เจ้าจะเอาสินค้าล็อตแรกไปส่งที่ตลาดมืดใช่ไหมคะ? ให้สามีคนนี้ทำหน้าที่เป็นแรงงานขนของและบอดี้การ์ดส่วนตัวให้ดีไหม?”
ว่านเฉียวมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของนางอยู่ข้างใน ความลังเลใจทั้งหมดถูกปัดเป่าจนหมดสิ้น นางแย้มรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกอย่างจริงใจ
“ถ้าอย่างนั้น… ค่าจ้างแรงงานในคืนนี้ ฉันจะอนุญาตให้คุณกินบะหมี่ฝีมือฉันได้เต็มที่หนึ่งชามใหญ่เลยค่ะ!”
ปฏิบัติการลับยามวิกาลเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่าเปี่ยมด้วยพลังใจอันล้นปรี่
ภายในมิติฟาร์ม แสงไฟนวลตาจากหลอดไฟพลังงานแสงอาทิตย์ส่องสว่างกระทบกับกองสินค้าที่จัดเตรียมไว้ ทั้งแป้ง우유 (แป้งสาลีเนื้อละเอียด) ไข่ไก่สดคัดเกรด และขวดโหลแก้วบรรจุซอสพริกสูตรลับเฉพาะตัวที่หอมหวลยวนใจ ลู่ถิงจวินในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวเข้มแบบนายทหารร่างสูงสง่า เขายกกระสอบสินค้าขึ้นบ่าด้วยท่าทีสบายราวกับมันเป็นเพียงขนนก กล้ามเนื้อแผ่นอกภายใต้ร่มผ้าขยับไหวตามจังหวะการเดินที่มั่นคงและทรงพลัง
ว่านเฉียวเดินเคียงข้างเขา มือเรียวถือกระไฟฉายส่องนำทาง ท่ามกลางสายลมอ่อนยามดึกที่พัดโชยกลิ่นหอมกรุ่นของดินและแปลงผักสมุนไพรในมิติฟาร์ม บรรยากาศรอบตัวช่างอบอุ่นและปลอดภัยเสียจนนางเผลอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว
ลู่ถิงจวินเหลือบมองมือเล็กที่กำชายเสื้อตนไว้ เขายิ้มละมุนที่มุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือใหญ่มาคว้าฝ่ามือเย็นเฉียบของนางเข้าไปกุมไว้แน่นในอุ้งมืออุ่นจัดของเขา
“เดินระวังหน่อยค่ะ พื้นดินค่อนข้างชื้น” เขาเอמהเสียงทุ้มเตือนด้วยความห่วงใย
ว่านเฉียวไม่ได้ชักมือกลับ นางเพียงแต่กระชับมือที่กุมกันไว้นั้นให้แน่นขึ้น หัวใจดวงน้อยพองโตจนคับอก ความเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้กับบรรดาญาติจอมโลภในตระกูลหลินและอุปสรรคในยุคสมัยนี้ราวกับถูกชะล้างจนสะอาดหมดจดด้วยความใส่ใจและอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของสามีคลั่งรักผู้นี้
ใช้เวลาไม่นานนัก ทั้งสองก็เดินทางมาถึงจุดนัดหมายหลังตรอกซอกซอยมืดทึบของตลาดมืดในอำเภอ ลู่ถิงจวินวางกระสอบสินค้าลงอย่างเบามือ สายตาดุจพญาอินทรีคอยกวาดตามองรอบบริเวณเพื่อความปลอดภัยอย่างรัดกุม ทุกการเคลื่อนไหวของเขามีความเฉียบขาดและแม่นยำตามสไตล์นายทหารหน่วยรบพิเศษ
“ตรงนี้ปลอดภัยดี พี่จะยืนเฝ้าให้ที่ปากตรอก เจ้าจัดการเจรจาตามสบายเลยค่ะ” เขากระซิบเบาๆ พร้อมกับยื่นยันต์ป้องกันตัวที่มักพกติดตัวให้ภรรยาถือไว้เพื่อความอุ่นใจ
ว่านเฉียวพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ นางสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้งเตรียมพร้อมเปิดฉากการค้าขายสร้างเนื้อสร้างตัวล็อตแรก ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในเงาดำของตลาดมืด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมตึกฝั่งตรงข้ามเสียก่อน!
เงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนกำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาทางนี้ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดออกมาในความมืด
“ฮ่าๆๆ ดึกดื่นปานนี้ยังมีหนุ่มสาวคู่ไหนกล้ามาเดินลับๆ ล่อๆ แถวนี้อีกวะเนี่ย? หรือว่าแอบเอาของหนีภาษีมาขาย หืม... สะใภ้ตระกูลลู่คนสวย?”
รอยยิ้มมั่นใจของว่านเฉียวแข็งค้างไปในทันที เมื่อแสงไฟฉายจากฝั่งตรงข้ามสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งที่เดินนำหน้ามา รอยแผลเป็นที่หางคิ้วซ้ายและสายตาเจ้าเล่ห์ที่จ้องมองมาทำให้นางจำได้ทันที—เขาคือ “เฉินกั๋วเฉียง” อันธพาลประจำถิ่นผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องจอมอันธพาลของบ้านเดิมที่นางเพิ่งประกาศตัดขาดไปเมื่อไม่กี่วันก่อน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "ไป๋เป่าเปาของแม่" เสมอมานะคะ!
มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 11
สามีสายซัพพอร์ตตัวจริง
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!