มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 15

ค่ำคืนใต้แสงดาวและการเปิดใจ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
"เก็บมันไว้... อย่าให้ใครเห็นจนกว่าฉันจะบอก" เสียงทุ้มต่ำของลู่ถิงจวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องอาหาร ร่างสูงใหญ่ของเขากดกระดาษบันทึกบัญชีลับนั้นไว้ใต้ฝ่ามือ ก่อนจะส่งสายตาเป็นเชิงสั่งให้ลู่ถิงเฟิงเก็บมันลงในกระเป๋าเสื้อ ความตึงเครียดที่อบอวลอยู่เมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย แต่ลู่ถิงจวินกลับหันมามองหลินว่านเฉียวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความเย็นชาที่เขาใช้รับมือกับศัตรูมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและแววตาที่สะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยเปิดเผย "ไปกันเถอะว่านเฉียว... ค่ำคืนนี้ เราควรจะมีเรื่องที่ต้องคุยกันให้ชัดเจนกว่าการยืนเถียงกับคนประเภทนั้น" มือหนาหยาบกร้านจากการจับปืนและงานหนักในค่ายทหารเอื้อมมาคว้ามือเรียวบางของภรรยา หลินว่านเฉียวสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือของเขา ในวินาทีที่ก้าวพ้นประตูห้องอาหารออกมา สายลมยามค่ำคืนของยุค 70 ก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ความวุ่นวายของตลาดมืดที่พึ่งผ่านพ้นไปดูไกลแสนไกลเหลือเกิน ระหว่างทางกลับบ้าน ลู่ถิงจวินไม่ได้พูดอะไร เขาพาเธอเดินลัดเลาะไปตามทางเดินดินมุ่งหน้าสู่กระท่อมหลังเล็กปลายนา ท้องฟ้าเบื้องบนไร้ซึ่งมลพิษ ดวงดารานับพันประดับประดาพร่างพราวราวกับผงเพชรที่ถูกโปรยลงบนกำมะหยี่สีดำสนิท เมื่อถึงบ้าน เขาไม่รีรอที่จะจุดตะเกียงน้ำมันก๊าด แสงสีส้มสลัวขับเน้นใบหน้าคมเข้มของสามีให้ดูนุ่มนวลขึ้น หลินว่านเฉียวถอนหายใจแผ่วเบา ขณะกำลังจะเดินไปหยิบกะละมังน้ำมาเช็ดตัวให้เขา ทว่ามือแกร่งกลับรั้งแขนเธอไว้เบาๆ "อย่าเพิ่งไปเลย" ลู่ถิงจวินเอ่ยเสียงพร่า เขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงไม้เก่าๆ แล้วดึงภรรยาให้มานั่งลงข้างๆ "วันนี้... เธอเหนื่อยมากไหม? ที่ต้องมาเจอกับคนพวกนั้น เพราะผมแท้ๆ ที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องไม่สงบสุข" หลินว่านเฉียวชะงักไปเล็กน้อย เธอหันไปมองใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี แววตาของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่งอย่างที่ใครต่อใครเข้าใจ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างลึกซึ้ง "คุณคิดอะไรอยู่คะ?" เธอถามเสียงนุ่ม มือที่ว่างอยู่ลูบหลังมือของเขาอย่างปลอบโยน "ผมเฝ้ามองเธอมาตลอด... ตั้งแต่วันที่เธอเปลี่ยนไป ทั้งเฉลียวฉลาด กล้าหาญ และทำอาหารที่แสนอร่อยเหล่านั้น" ลู่ถิงจวินเว้นจังหวะ สายตาที่เขามองเธอเหมือนกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต "ผมรู้ว่าเธอมีเรื่องมากมายที่ยังไม่ได้บอก แต่ว่านเฉียว... ผมแค่อยากให้เธอรู้ว่า ไม่ว่าโลกข้างนอกจะเป็นอย่างไร หรือตระกูลลู่สายรองจะคิดคดโกงอย่างไร ผมจะเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดให้เธอเอง" คำพูดของเขาไม่ใช่คำหวานเลี่ยน แต่มันคือคำสัญญาที่หนักแน่นดั่งขุนเขา หลินว่านเฉียวรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วหัวใจ เธอรู้ดีว่าในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงและความอดอยากนี้ การมีคนอย่างลู่ถิงจวินอยู่เคียงข้างคือโชคลาภที่ยิ่งใหญ่ที่สุด "คุณไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวหรอกนะคะ" เธอขยับเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงหน้าเขา "ตระกูลลู่สายรองที่คิดจะลอบกัดเรา... พวกเขาประเมินเราต่ำเกินไป และประเมินคุณต่ำเกินไปด้วย" ลู่ถิงจวินยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่หาดูได้ยากนัก เขาขยับตัวเข้าไปประชิดแล้วสวมกอดเธอไว้หลวมๆ กลิ่นอายความเป็นบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นดินหอมๆ ยามค่ำคืนทำให้หลินว่านเฉียวรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด "ถ้าคืนนี้เราไม่ได้ออกไปไหน..." ลู่ถิงจวินกระซิบข้างใบหู "ผมอยากจะลองทำบางอย่าง... สิ่งที่เธอเคยสอนผมเมื่อวันก่อน... การทำหม้อไฟสูตรพิเศษที่เธอบอกว่ามันช่วยฮีลใจคนทำงานหนักได้ดีนัก" หลินว่านเฉียวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบตะกร้าผักสดที่ซ่อนไว้ในมิติด้านในออกมาอย่างแนบเนียน ผักกาดขาวหวานกรอบ เห็ดหอมที่เก็บจากมิติฟาร์ม และเนื้อหมูสามชั้นแล่บางเฉียบวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ทั้งคู่ช่วยกันเตรียมอาหารอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเข้าใจ การหั่นผัก การล้างถ้วยชาม และการเฝ้าหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือดปุดๆ กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศสูตรลับกระจายตัวออกไปทั่วกระท่อม ลบเลือนความเหนื่อยล้าของวันวานไปจนหมดสิ้น ลู่ถิงจวินมองภรรยาที่กำลังละเมียดละไมปรุงน้ำจิ้มด้วยความใส่ใจ เขาตระหนักได้ในใจว่า ต่อให้วันพรุ่งนี้โลกจะโหดร้ายเพียงใด หรือขั้วอำนาจในตระกูลลู่จะสั่นคลอนแค่ไหน แต่ตราบใดที่ยังมีหญิงสาวคนนี้อยู่ตรงนี้ บ้าน... ก็คือที่แห่งเดียวที่เขาต้องการจะกลับมาพักพิง ทว่า... ในขณะที่คีบเนื้อชิ้นสุดท้ายจุ่มลงในน้ำซุปที่หอมกรุ่นจนน้ำลายสอ ลู่ถิงจวินก็นึกถึงกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาได้ เขาจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ "ว่านเฉียว... หลังจากคืนนี้ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม" เขาวางตะเกียบลง ดวงตาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง "เพราะจดหมายที่เธอเห็นในห้องอาหารนั่น... มันไม่ได้มีแค่ชื่อของคนในตระกูลลู่สายรองเท่านั้น แต่มันยังมี 'ตราประทับลับ' ของคนจากเขตปกครองส่วนกลางที่น่าจะไม่มีวันยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้... ซึ่งนั่นหมายความว่า แผนการลักลอบค้าเสบียงของพวกเขา อาจจะมีคนจาก 'เบื้องบน' หนุนหลังอยู่จริง!" หลินว่านเฉียวชะงักมือที่กำลังคีบผัก ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นในใจเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แล่นผ่านสันหลัง หรือว่าเรื่องนี้จะใหญ่โตกว่าที่เธอคาดคิดไว้มากนัก? ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูที่รุนแรงและรัวเร็วดังขึ้นกลางดึก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนล้อมรอบกระท่อมไม้หลังน้อย พร้อมกับเสียงตะโกนที่คุ้นหูอย่างยิ่งของคนในตระกูลหลินที่โวยวายขึ้นว่า "ลู่ถิงจวิน! ออกมาเดี๋ยวนี้! แกขโมยทรัพย์สินของหลวงไปขายที่ตลาดมืด พวกเรามีหลักฐานพร้อมแล้ว!" - ไป๋เป่าเปาของแม่ - ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงบทที่ 15 นะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเรื่องในครั้งนี้ค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%