เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบอีนาเมลสั่นสะเทือน น้ำชาสีเข้มกระฉอกเปรอะเปื้อนพื้นไม้กระดานที่เพิ่งเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมของร้านอาหารเล็กๆ หน้าตลาดมืด ลำตัวหนาทึบและกลิ่นตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้าฉุนกึกของ “หลินเฉิง” ทำให้ลูกค้าสองโต๊ะสุดท้ายที่กำลังซดบะหมี่รีบวางตะเกียบแล้วลุกหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
“หลินว่านเฉียว! นังลูกอกตัญญู! เปิดร้านขายดิบขายดีจนร่ำรวย ปล่อยให้พ่อแม่และพี่ชายต้องอดอยากปากแห้งอยู่ที่หมู่บ้าน ถึงกับไม่ยอมกลับไปกราบไหว้บรรพบุรุษ แบบนี้มันอกตัญญูฟ้าผ่า!”
เสียงตะโกนแหบแห้งแต่แฝงด้วยความกร่างของญาติผู้พี่ฝั่งตระกูลหลินเรียกร้องความสนใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาหน้าตรอกอย่างตั้งใจ หลินเฉิงในชุดเสื้อแจ็กเกตสีมอมแมม ดวงตาแดงก่ำจากการดื่มสุราตั้งแต่หัววัน กวาดสายตามองไปรอบร้านด้วยความโลภที่ฉายชัดผ่านรอยยิ้มเยาะ บนเคาน์เตอร์ไม้มีกล่องไม้ใส่เงินสดที่เพิ่งรับมาจากลูกค้ากลุ่มใหญ่ตั้งอยู่ เขาหมายตาเจ้าสิ่งนั้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามา
หลินว่านเฉียวที่กำลังยืนใช้ผ้ากันเปื้อนเช็ดมือ ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ใบหน้ารูปไข่ที่มักจะแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มต้อนรับลูกค้า บัดนี้กลับเรียบเฉย เย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงหลายองศา เธอมองญาติผู้พี่ที่ถือวิสาสะเอื้อมมือคว้ากล่องเงินบนโต๊ะด้วยหางตา
“พี่ใหญ่หลิน... เงินในกล่องนี้ไม่ใช่เศษทานที่ฉันจะโยนให้ใครก็ได้ อยากได้หรือคะ? ลองหยิบมันขึ้นมาดูสิ เผื่อว่ามือข้างนั้นจะได้หลุดติดมือกลับบ้านไปด้วย” น้ำเสียงของหญิงสาวนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ
หลินเฉิงชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะกล่องไม้ เขาส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว “นังนี่! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ ตั้งแต่แต่งงานกับไอ้ใบ้นั่นแล้วไปอยู่กินกันในเมือง เธอกล้าอวดดีกับฉันผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ เชียวหรือ? แกอย่าลืมนะว่าสายเลือดตระกูลหลินไหลเวียนอยู่ในตัวแก ถ้าไม่มีตระกูลหลิน ป่านนี้แกคงเป็นผีเฝ้าแปลงนาไปนานแล้ว เอาเงินมาห้าสิบหยวนค่าเลี้ยงดู ไม่อย่างนั้นฉันจะแหกปากประจานให้พวกคอมมิวนิสต์ประจำเขตมาตรวจค้นร้านเถื่อนของแกข้อหากำไรเกินควร!”
การข่มขู่ระดับพื้นๆ ของอันธพาลท้องถิ่นไม่ได้ทำให้หลินว่านเฉียวสะเทือนใจแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ต่างจากบรรยากาศรอบตัวที่ถูกกดดันด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากมุมมืดของห้องครัว
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเขียวเข้มของทหารปลดประจำการก้าวออกมาจากหลังร้านอย่างเงียบเชียบ ราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่เคลื่อนไหวในยามวิกาล ลู่ถิงจวินไม่ได้ส่งเสียงเอะอะโهاกเฮก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม แววตาดำสนิทคู่นั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เขาย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนขวางระหว่างภรรยากับญาติผู้พี่ตัวแสบ แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนในกองทัพมาอย่างโชกโชนแผ่ขยายออกไปจนหลินเฉิงถึงกับผถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ
“แก... แกจะทำอะไร ไอ้นายทหารพิการไร้ค่า!” หลินเฉิงละล่ำละลักเอ่ยออกไป แม้ปากจะเก่งแต่ขาสั่นเทาจนแทบทรุด
ลู่ถิงจวินไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาขนาดใหญ่ราวกับคีมเหล็กพุ่งไปคว้าที่ปกเสื้อแจ็กเกตของหลินเฉิงอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ แรงกระชากเพียงครั้งเดียวทำให้ร่างท้วมของหลินเฉิงลอยหวือขึ้นจากพื้นก่อนจะถูกกระแทกเข้ากับผนังไม้หน้าร้านอย่างแรง เสียงกระดูกกระทบกับไม้ดังทึบตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความจุก
“ที่นี่... ร้านของภรรยาฉัน” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยไอสังหารที่ทำเอาหลินเฉิงหน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีขาว “แกไม่มีสิทธิ์มาเหยียบ และไม่มีสิทธิ์มาตะโกนเสียงดังใส่เธอ”
“ช่วยด้วย! ทหารรังประชาชน! คนตระกูลลู่รังแกญาติ—” หลินเฉิงพยายามแหกปากร้องโวยวายหวังเรียกความสนใจจากชาวบ้าน แต่ยังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดจากลำคอทั้งหมด ลู่ถิงจวินก็ใช้มืออีกข้างบีบเข้าที่ต้นคอของเขาเบาๆ แต่หนักหน่วงจนเสียงร้องอู้อี้กลืนหายลงคอไปทันที
หลินว่านเฉียวเดินเข้าไปใกล้สามี เธอเอื้อมมือเรียวไปแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าอย่าเพิ่งลงมือรุนแรงเกินกว่าเหตุในที่สาธารณะ ลู่ถิงจวินผ่อนแรงลงเล็กน้อยตามคำขอของภรรยา แต่ดวงตาคมกลาดยังคงจ้องมองหลินเฉิงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฟังให้ดีนะพี่ใหญ่” หลินว่านเฉียวโน้มตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่กำลังหอบหายใจโยนความหวาดกลัวเข้าใส่ “เรื่องที่พวกคุณเคยสูบเลือดสูบเงินจากเจ้าของร่างเดิม ฉันถือว่าเราทดแทนบุญคุณกันหมดสิ้นไปตั้งแต่วันที่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลลู่แล้ว ส่วนเงินหสิบหยวนที่ว่า... อย่าว่าแต่ห้าสิบหยวนเลย แม้แต่เหรียญเหมาเดียว คุณก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องจากฉัน”
เธอยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ก่อนจะหยิบเข่งใส่ผักสดจากมิติฟาร์มที่เพิ่งเก็บเกี่ยวออกมาวางกระแทกบนโต๊ะ กลิ่นหอมสดชื่นของผักออร์แกนิกและสมุนไพรทิพย์ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จนหลินเฉิงที่กำลังหวาดกลัวยังต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว
“ถ้าคุณยังกล้ามาเหยียบหน้าร้านของฉันอีก หรือกล้าเอาชื่อฉันไปพูดจาเสียหายที่ไหน อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” หลินว่านเฉียวหยิบซาลาเปาไส้หมูสับร้อนๆ ที่เพิ่งนึ่งเสร็จออกจากซึ้ง เนื้อแป้งนุ่มฟูส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนใจ เธอกัดคำหนึ่งให้เห็นต่อหน้าต่อตา “ซาลาเปาล็อตนี้ ฉันตั้งใจทำขายให้ลูกค้าที่สุภาพและเห็นคุณค่า ส่วนคุณ... ไสหัวออกไปจากร้านฉันเดี๋ยวนี้!”
สิ้นคำพูด หลินถิงจวินก็ออกแรงเหวี่ยงร่างของหลินเฉิงออกไปนอกร้านอย่างไม่ใยดี จนชายวัยกลางคนกลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นถนนฝุ่นตลบ ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่เริ่มมุงดูแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากกิตติศัพท์ความดุดันของนายทหารตระกูลลู่เป็นที่เลื่องลือในย่านนี้ หลินเฉิงลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล ใบหน้าเขียวช้ำด้วยความอับอาย เขาชี้หน้าอาฆาตมาดร้ายแต่ไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงออกมาอีก ก่อนจะวิ่งเตลิดเปิดเปิงหายลับไปในมุมถนนอย่างไม่คิดชีวิต
บรรยากาศหน้าร้านกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง กลิ่นหอมกรุ่นของซาลาเปานึ่งและน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี่ยวจนเข้มข้นเริ่มดึงดูดให้ลูกค้ากลุ่มใหม่เดินเข้ามาต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ หลินว่านเฉียวคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้มหันไปสบตากับสามีหนุ่มที่ยืนนิ่งสงби่อยู่ข้างกาย ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของหญิงสาวเมื่อเห็นสายตาที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยและคลั่งรักจนปิดไม่มิด
“เหนื่อยไหมภรรยา?” ลู่ถิงจวินกระซิบถามเสียงทุ้มต่ำ พร้อมกับใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเหงื่อบนหน้าผากให้เธออย่างทะนุถนอม
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ถ้ามีคุณคอยจัดการพวกแมลงน่ารำคาญให้แบบนี้” หลินว่านเฉียวตอบพร้อมกับหัวسเสียงใส เธอหยิบซาลาเปาร้อนๆ อีกชิ้นป้อนใส่ปากสามีเพื่อเป็นรางวัลสำหรับความเด็ดขาดในวันนี้
ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ดังขึ้นที่ปากซอกตรอก พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยสำเนียงท้องถิ่นที่คุ้นเคยดังแว่วมา—มันคือเสียงของแม่สามีจอมเจ้าเล่ห์และบรรดาญาติฝั่งสามีที่ตามสมคบคิดกันมาเพื่อทวงส่วนแบ่งกิจการฟาร์ม!
และในจังหวะนั้นเอง ม่านหมอกหนาทึบที่อยู่ๆ ก็ลอยปกคลุมหน้าร้านอย่างผิดฤดูกาล พร้อมกับเสียงกระดิ่งลมโบราณที่ดังขึ้นสามครั้งในมิติลับในหัวของหลินว่านเฉียว... ระบบฟาร์มแจ้งเตือนภารกิจลับฉุกเฉิน: *“ตรวจพบผู้บุกรุกระดับสูงที่มีรหัสพันธุกรรมเชื่อมโยงกับความลับของมิติ พลังงานฟาร์มกำลังถูกดูดกลืน... โปรดระวังตัว!”*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงบทที่ 17 นะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเรื่องในครั้งนี้ค่ะ!
มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 17
การแก้แค้นของตระกูลเก่าที่ไร้ผล
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มท่านอ๋อง: ทวงคืนชีวิตใหม่ในยุค 70 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!