พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 14

ฝูงสัตว์คลั่ง

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นสาบสุนัขป่าและคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะนาสิกทันทีที่ปลายรองเท้าบูทหนังของอัคคีเหยียบลงบนรากไม้ใหญ่ที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียวเข้ม บรรยากาศรอบตัวในยามโพล้เพล้ของผืนป่าดิบชื้นแห่งนี้ไม่ได้เงียบสงบอย่างที่มันควรจะเป็น ความเงียบงันของพงไพรลึกมักซ่อนความอัปลักษณ์เอาไว้เสมอ เช่นเดียวกับเสียงคำรามต่ำในลำคอที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า—เสียงที่เต็มไปด้วยความกระหายอยากและการสูญเสียสติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิง "คุณธันวา... ถอยหลังไปสามก้าว แล้วอย่าส่งเสียงดังแม้แต่แอะเดียว" อัคคีเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำและราบเรียบ ดวงตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกปีกกว้างกวาดมองไปทั่วความมืดมิดเบื้องหน้า มือขวาของเขาจับด้ามมีดหมออาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น เนื้อตัวของพรานหนุ่มเต็มไปด้วยร่องรอยการเดินทางผ่านเขตอาถรรพ์ แต่ความนิ่งสงบของเขากลับสวนทางกับสถานการณ์อันตรายตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง หมอธันวาขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าเล็กน้อยจากความชื้นในอากาศ แม้ลมหายใจจะหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินเท้าหลายชั่วโมง แต่สายตาของจิตแพทย์หนุ่มกลับฉายแววอยากรู้อยากเห็นมากกว่าความหวาดกลัว เขาปรายตามองอัคคีเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคง "ผมเป็นแพทย์ครับคุณอัคคี หน้าที่ของผมคือการเยียวยา ไม่ใช่การถอยหนี... แต่เอาเถอะ ถ้าคุณบอกว่าสัญชาตญาณพรานของคุณกำลังบอกว่าพวกมันไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา ผมยินดีจะเชื่อคุณสักครั้ง" ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่าย "ว่าแต่... อาการคลุ้มคลั่งแบบที่ส่งเสียงคำรามเหมือนมนุษย์ผสมเดรัจฉานในตำนานพื้นบ้านที่คุณเล่าให้ฟัง มันคือโรคทางจิตเวชรูปแบบไหนในทฤษฎีของคุณกันล่ะ?" "เลิกวิเคราะห์ทางจิตวิทยาในเวลาแบบนี้เถอะครับหมอ" อัคคีตอบกลับเสียงเรียบโดยไม่หันกลับมามอง "เพราะสิ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเราตอนนี้ ไม่ได้สนใจหรอครับว่าทฤษฎีของฟรอยด์จะอธิบายความก้าวร้าวของพวกมันว่าอย่างไร พวกมันสนใจแค่กระดูกชิ้นไหนในร่างกายของเราที่จะเคี้ยวได้อร่อยที่สุดต่างหาก" สิ้นคำพูดของพรานหนุ่ม พุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้าก็ไหวสะเทือนอย่างรุนแรง กิ่งไม้หักดังกรอบแสมท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่เงาร่างมหึมาหลายร่างจะพุ่งทะยานออกมาด้วยความเร็วสูงเกินกว่าสัตว์ป่าทั่วไปจะทำได้ ดวงตาสัตว์ร้ายทุกคู่เปล่งประกายสะท้อนแสงไฟฉายคาดหัวเป็นสีแดงฉาน น้ำลายเหนียวข้นย้อยหยดลงจากเขี้ยวคมที่แยกเขี้ยวขู่คำราม ฝูงสุนัขป่าและสัตว์ป่าเบ็ดเตล็ดนับสิบตัวพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกัน พวกมันมีรูปร่างบิดเบี้ยว กล้ามเนื้อปูดโปนจนน่ากลัว และที่สำคัญที่สุดคือร่องรอยของรอยสักอักขระโบราณที่เรืองแสงจางๆ ใต้ชั้นผิวหนังของพวกมัน นั่นคือหลักฐานเด่นชัดว่าพวกมันตกอยู่ภายใต้ "อาคมสะกดจิตสัตว์" ของใครบางคน "หมอ! หมอบลง!" อัคคีตวาดลั่นพร้อมกับชักมีดหมอออกจากฝัก แสงสีขาวนวลจากอาคมที่เคลือบอยู่บนคมมีดสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิด พรานหนุ่มพุ่งตัวเข้าใส่จ่าฝูงตัวที่ใหญ่ที่สุดที่กระโจนเข้าใส่หมอธันวาอย่างแม่นยำ ปลายมีดตวัดวาดเป็นวงโค้งกลางอากาศ ปะทะเข้ากับกรงเล็บแหลมคมจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นลั่นป่า ในขณะเดียวกัน หมอธันวาแม้จะตกใจจนหัวใจเต้นรัวระส่ำ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความนิ่งในยามวิกฤตของแพทย์สนามก็ทำงานทันที เขาไม่ได้วิ่งหนีอย่างไร้ทิศทางอย่างที่คนทั่วไปทำ แต่เลือกที่จะทิ้งตัวลงหมอบต่ำพิงโคนไม้ใหญ่ มือคว้าเอากระเป๋าอุปกรณ์แพทย์ออกมาเปิดอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดมองพฤติกรรมของสุนัขป่าตัวรองที่พยายามอ้อมมาด้านข้าง "พวกมันไม่ได้ไร้สติ..." ธันวาพึมพำกับตัวเองขณะสังเกตดวงตาที่เบิกกว้างและน้ำลายที่ฟูมปาก "ม่านตาขยายตัวสูงสุด กล้ามเนื้อเกร็งค้าง... นี่ไม่ใช่โรคพิษสุนัขบ้า แต่เป็นภาวะกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกอย่างรุนแรงด้วยสิ่งเร้าบางอย่าง... สารเคมี? หรือว่า... คลื่นความถี่เสียง?" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สุนัขป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่หมอธันวาหมายจะตะปบเข้าที่ลำคอ ธันวาไม่ลังเล เขาคว้ากระบอกฉีดยาบรรจุสารละลายระงับประสาทแรงสูงที่เตรียมไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน พุ่งสวนปลายเข็มเข้าที่เส้นเลือดใหญ่บริเวณคอของมันอย่างแม่นยำราวกับจับวาง สัตว์ร้ายชะงักกึก ดวงตาที่เคยแดงก่ำเริ่มพร่ามัว ก่อนที่ร่างกายมหึมาจะทรุดฮวบลงนอนแน่นิ่งไปกับพื้น อัคคีที่จัดการฟาดฟันกับจ่าฝูงจนมันถอยร่นไปหลายก้าว หันมาเห็นเหตุการณ์พอดี นัยน์ตาคมปนความทึ่งฉายแววขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ขนของซากสัตว์ที่หมอธันวายาสลบไว้ "หมอ... มาดูนี่สิครับ" อัคคีเรียกเสียงเข้ม พรานหนุ่มใช้ปลายมีดเขี่ยขนบริเวณลำคอของสุนัขป่าตัวที่นอนสลบอยู่ให้แยกออกจากกัน เผยให้เห็นรอยแผลเป็นเก่าที่ถูกเย็บด้วยด้ายดิบสีดำสนิท และตรงกลางแผลนั้นฝัง "ตะปูตอกฝาโลง" ขนาดเล็กที่ขึ้นสนิมเขอะเอาไว้ ธันวานั่งคุกเข่าลงข้างซากสัตว์ เขาสวมถุงมือยางแล้วใช้มือสัมผัสผิวหนังรอบๆ ตะปูนั้นอย่างระมัดระวัง ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากโลหะชิ้นนั้นทำให้จิตแพทย์หนุ่มถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ในหัวเริ่มสั่นคลอน เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังของซากสัตว์ราวกับมันยังมีชีวิตอยู่ "ฝังโลหะอาคมไว้ใต้ผิวหนัง เพื่อควบคุมระบบประสาทและกระตุ้นความดุร้าย..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับอัคคี แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยที่ผสมผสานความตื่นตะลึง "นี่คือการใช้ไสยเวทเป็นตัวกลางในการควบคุมพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตอย่างเป็นระบบ... มันไม่ใช่แค่เรื่องงมงาย แต่มันคือการทดลองทางจิตวิทยาและไสยศาสตร์ที่บิดเบี้ยวที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา" "ถูกต้องครับหมอ" อัคคีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตากวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวดระวังยิ่งกว่าเดิม "และคนที่ทำแบบนี้ได้ ไม่ใช่แค่พรานป่าธรรมดา... แต่เป็นคนที่มีความรู้ทั้งศาสตร์มืดและจิตวิทยาขั้นสูง" ท่ามกลางความเงียบงันที่เริ่มปกคลุมผืนป่าอีกครั้ง เสียงฝีเท้าฝีหนักหลายคู่ก็ดังแว่วมาจากความมืดเบื้องลึก มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่าสี่ขา แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทที่ย่างก้าวอย่างมั่นคงและเชื่องช้า ราวกับกำลังเดินมาต้อนรับผู้บุกรุกเข้าสู่เขตอาณาจักรของตนเอง อัคคีชูมีดหมอขึ้นพร้อมรับมือ หมอธันวากวาดสายตามองไปในความมืดด้วยความระทึก และในวินาทีนั้นเอง แสงไฟฉายสาดส่องกระทบเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า—ร่างของชายชราในชุดพรานโบราณ ที่รอบคอห้อยกระดูกสัตว์ร้อยเรียงกันเป็นพวง และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ใบหน้าของชายคนนั้น มีรอยสักรูปดวงตาที่สามเบิกกว้างอยู่กลางหน้าผาก ซึ่งเป็นรอยสักเดียวกับที่อัคคีเคยเห็นใน "บันทึกศพซ่อนวิญญาณ" ของคดีฆาตกรรมปริศนาในเมืองหลวง! "ยินดีต้อนรับสู่แดนลับแลครับ... คุณพรานผู้รั้น และคุณหมอผู้โง่เขลา" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้นจากชายชราคนนั้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่เผยให้เห็นฟันสีดำสนิท "พวกคุณตามหาความจริง... แต่ความจริงกำลังจะกลายเป็นหลุมศพของพวกคุณเอง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้นนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%