พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 21

พิธีกรรมต้องห้าม

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
“ผมไม่ได้ต้องการฟังนิทานกล่อมเด็กก่อนนอนนะครับคุณอัคคี หากคุณคิดจะใช้จิตวิทยาแบบตื้นๆ เพื่อปั่นหัวให้ผมเสียสมาธิ บอกไว้ตรงนี้เลยว่ามันไม่ได้ผล” หมอธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของป่าลึก แสงไฟฉายจากมือเขาตวัดวูบไปมา ตัดกับความมืดมิดที่ดูราวกับมีชีวิต เขาพยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองรบขณะจ้องมองร่างบนกิ่งไม้นั้น—ร่างที่สวมชุดพราวป่าแบบเดียวกับที่เขาใส่เป๊ะๆ ใบหน้าเน่าเฟะจนจำเค้าเดิมไม่ได้ หากแต่เครื่องรางห้อยคอสีเงินรูปทรงประหลาดนั่น คือสิ่งที่เขาเพิ่งได้รับมาจากมือของอัคคีเมื่อเช้านี้เอง อัคคีไม่ตอบในทันที พรานหนุ่มค่อยๆ วางปืนลูกซองยาวลงกับพื้นดินชื้นแฉะ เขาหยิบยาสูบขึ้นมาจุด ควันสีเทาจางๆ ลอยฟุ้งกระจายในอากาศที่เย็นจัดราวกับตู้แช่แข็ง “จิตวิทยามีไว้ใช้กับคนที่ยังเชื่อมั่นในตรรกะเหตุผลครับหมอ แต่ป่านี้... มันไม่สนว่าคุณจะเรียนจบด็อกเตอร์มาจากไหน หรือถอดรหัสพันธุกรรมได้แม่นยำเพียงใด” อัคคีเดินไปหยุดที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น พลางใช้มีดอาคมเคาะไปที่โคนต้น เสียงก้องสะท้อนกลับมาไม่ใช่เสียงไม้ แต่เป็นเสียงที่แห้งสนิทราวกับเคาะลงบนกระดูก “ดูนี่” อัคคีขยับไฟฉายส่องเข้าไปในโพรงรากไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้พุ่มเฟิร์นหนา หมอธันวาขยับเข้าไปใกล้ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อภาพเบื้องหน้าปรากฏชัดแก่สายตา ไม่ใช่แค่ร่างบนกิ่งไม้ แต่ที่พื้นดินเบื้องล่าง มันคือลานดินวงกลมที่ถูกปรับแต่งให้เป็นแท่นพิธีกรรม เศษกระดูกสัตว์เรียงรายเป็นอักขระโบราณที่หมอธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน ตรงกลางวงมีหลุมลึกที่เต็มไปด้วยของเหลวหนืดสีดำสนิท ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน “พิธีกรรม ‘สืบชะตาเงา’...” อัคคีพึมพำ ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบๆ อย่างระแวดระวัง “คนทำไม่ได้ต้องการฆ่าคุณหมอหรอกครับ แต่มันต้องการ ‘ตัวตายตัวแทน’ เพื่อยืดอายุขัยของบางอย่างที่ถูกขังอยู่ในป่านี้มานับร้อยปี และเงื่อนไขที่มันกำหนดไว้... คือสามวันนับจากที่คุณก้าวเท้าเข้าเขตอาถรรพ์” หมอธันวาคุกเข่าลงข้างหลุมเลือดนั้น มือที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปแตะรอยจารึกที่พื้น เขาหยิบแว่นขยายออกมาตรวจสอบด้วยสัญชาตญาณมืออาชีพ “รอยแกะสลักนี้... มันคือสารเคมีบางอย่างที่ทำปฏิกิริยากับความชื้น ไม่ใช่แค่ไสยศาสตร์ อัคคี... นี่คือการจัดฉากของมนุษย์ที่มีความรู้เรื่องมานุษยวิทยาชั้นสูง” “จะเรียกว่าอะไรก็ช่างเถอะครับ” อัคคีขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดัน “แต่สิ่งที่คุณหมอต้องรู้คือ ในพิธีนี้ ‘ผู้สังเกตการณ์’ จะต้องกลายเป็น ‘ส่วนหนึ่งของพิธี’ เสมอ” ทันใดนั้น เสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านยอดไม้ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบจากคนหลายร้อยชีวิต หมอธันวาชะงัก สายตาเขาเหลือบไปเห็นเศษกระดาษชิ้นหนึ่งที่ถูกทับไว้ใต้ก้อนหินตรงกลางแท่นบูชา เขาดึงมันออกมาด้วยความระมัดระวัง มันเป็นหน้ากระดาษที่ขาดออกมาจาก ‘บันทึกศพ’ เล่มนั้น... บันทึกที่เขาพยายามตามหามาตลอด ลายมือบนหน้ากระดาษนั่นช่างคุ้นตาอย่างประหลาด มันเป็นลายมือของเขาเอง *‘ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการเริ่มต้นของกระบวนการวิวัฒนาการที่ไร้ขอบเขต การกลายเป็นศพคือการทิ้งอัตตา เพื่อให้วิญญาณได้หลอมรวมกับความมืดมิด’* “นี่มันอะไรกัน...” หมอธันวาพึมพำ มือไม้สั่นเทาจนบันทึกในมือแทบร่วง “ผม... ผมไม่เคยเขียนอะไรแบบนี้” “บางทีคุณหมออาจจะไม่ได้เขียนด้วยมือตัวเอง แต่เขียนด้วย ‘จิตใต้สำนึก’ ที่กำลังถูกครอบงำ” อัคคีเดินเข้ามาใกล้ ถือมีดอาคมแน่นพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะโผล่ออกมาจากความมืด “หมอครับ มองไปที่เงาของตัวเองสิครับ” ธันวาเงยหน้ามองเงาบนพื้นดินที่ทอดยาวผ่านแสงไฟฉาย แต่แทนที่จะเป็นรูปร่างของเขาเงาบนพื้นกลับขยับไหวไปมาด้วยท่วงท่าที่แตกต่าง มันดูคล้ายกับคนที่กำลังกรีดร้องอย่างทรมาน และที่สำคัญ... เงาของเขากำลังถือมีดสั้นเล่มเดียวกับที่วางอยู่บนแท่นพิธีกรรม! “อย่าขยับตัว” อัคคีสั่งเสียงต่ำ มือคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของหมอธันวา “มีบางอย่างที่หมอต้องเห็น... ไม่ใช่ด้วยตา แต่มันคือการเตือนภัยจากวิญญาณที่ถูกฝังอยู่ที่นี่” อัคคีเอื้อมมือไปคว้าก้อนหินข้างๆ แล้วขว้างออกไปนอกวงพิธีกรรม เสียงกระแทกดังเปรี้ยง! ทันทีที่หินพ้นอาณาเขต ลานดินรอบข้างก็สั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์กำลังพุ่งตรงมาที่พวกเขาจากความมืดมิดหลังต้นไม้ใหญ่ หมอธันวาหันไปมองตามเสียงนั้น ดวงตาสีอ่อนของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่โผล่ออกมา—มันไม่ใช่ผีหรือวิญญาณ แต่มันคือชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำสนิทที่ใบหน้าสวมหน้ากากทำจากหนังมนุษย์ และในมือของมัน... กำลังถือเข็มฉีดยาขนาดใหญ่ที่มีสารสีเขียวเรืองแสง “หมอธันวา... ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที” ชายคนนั้นเอ่ย เสียงของมันแหบพร่าและคุ้นหูอย่างน่าประหลาด “ขอบคุณที่เดินเข้ามาในกับดักด้วยตัวเอง... ความรู้ทางการแพทย์ของคุณ จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ทำให้ผมเป็นอมตะ” ชายในหน้ากากถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ทำให้หมอธันวาต้องตัวแข็งทื่อ... ใบหน้าของชายผู้นั้น คือใบหน้าของเขาทุกประการ ราวกับส่องกระจกเงา หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความลับที่เพิ่งเปิดเผยนะครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของผมเสมอมาครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%