"คุณกำลังบอกผมว่า บันทึกเล่มนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยฆาตกรที่เสียสติ แต่ถูกรจนาโดย 'สถาปนิก' ผู้มีแบบแผนอันแยบยลอย่างนั้นหรือครับหมอ?"
อัคคีวางปืนลูกซองยาวลงบนโต๊ะไม้เก่าที่สั่นคลอนในกระท่อมร้างกลางดอนผีป่า แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดริบหรี่จนเกิดเงาประหลาดทอดตัวยาวไปตามผนังไม้ที่ผุพัง เขาจ้องมองหมอธันวาด้วยสายตาคมกริบราวกับพญาเสือที่กำลังประเมินเหยื่อ
หมอธันวาไม่ได้หลบตา เขาขยับแว่นสายตาที่เปื้อนคราบฝุ่น มือที่สวมถุงมือหนังหยิบสมุดบันทึกหนังมนุษย์ที่ดูสยดสยองขึ้นมาเปิดหน้าสุดท้ายอย่างเบามือ "ไม่ใช่แค่สถาปนิกครับคุณอัคคี แต่เป็นคนที่มีความรู้เรื่องประสาทวิทยาและไสยเวทในระดับที่น่าสะพรึงกลัว ในมุมมองทางจิตวิทยา บันทึกเล่มนี้คือ 'พิมพ์เขียว' ของการเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นภาชนะรองรับดวงวิญญาณ... มันคือวิทยาศาสตร์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยความเชื่ออันบ้าคลั่ง"
"คุณยังเชื่อว่ามันคือเรื่องของสมองอยู่อีกหรือ" อัคคีแค่นยิ้ม เสียงของเขาต่ำและแหบพร่า "คนที่ตายในพื้นที่นี้ไม่ได้แค่สูญเสียการควบคุมทางจิตใจครับ แต่ถูกกระชากเอา 'ตัวตน' ออกไปจากร่างจนเหลือเพียงเปลือกที่รอวันเน่าเปื่อย"
หมอธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสังเกตเห็นรอยเปื้อนสีดำสนิทที่ขอบกระดาษในบันทึก มันไม่ใช่หมึก แต่มันคือคราบเลือดที่แทรกซึมลึกจนกลายเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อกระดาษ "คุณอัคคี... ผมเริ่มคิดว่าเรากำลังไล่ล่าใครบางคนที่ไม่ใช่คนทั่วไป คนผู้นี้ไม่ได้ต้องการแค่ชีวิต แต่เขาต้องการ 'ข้อมูล' จากกระบวนการตาย"
"หมายความว่าอย่างไรครับ?"
"ดูรอยจารึกนี่สิ" หมอธันวาขยับตะเกียงเข้าไปใกล้จนเห็นลวดลายอักขระที่ซ้อนทับกับแผนภูมิสมองมนุษย์ "นี่คือกฎเกณฑ์ของการถ่ายโอนพลังงานจิต เขาใช้ความเจ็บปวดสูงสุดในวินาทีสุดท้ายของชีวิตเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และถ้าผมอ่านไม่ผิด... เขากำลังพยายามสร้าง 'วิญญาณสังเคราะห์' ที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ"
ความเงียบเข้าปกคลุมกระท่อม มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องแข่งกับเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง อัคคีเดินไปที่มุมห้อง เขาขูดเอาคราบดินเหนียวออกจากพื้นไม้เก่าๆ เผยให้เห็นสัญลักษณ์ประหลาดที่ถูกแกะสลักไว้อย่างประณีต
"คนผู้นี้คือใคร?" อัคคีถามขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก
หมอธันวาถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ที่ขาดวิ่น มันเป็นรูปถ่ายขาวดำเก่าๆ ของกลุ่มคณะสำรวจเมื่อสามสิบปีก่อน ในรูปนั้นมีชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังสุด ใบหน้าของเขาสุขุมและดูมีความรู้เกินกว่าคนในคณะสำรวจทั่วไป
"อาจารย์ของผมเองครับ... ศาสตราจารย์เรืองศักดิ์ ผู้ที่ประกาศว่าหายสาบสูญไปในป่าแห่งนี้เมื่อสามทศวรรษก่อน ท่านเป็นคนที่สอนผมว่า 'ความจริงเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น' แต่ดูเหมือนท่านจะไม่ได้แค่สร้างความจริง... ท่านสร้างนรกขุมนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง"
อัคคีชะงักไป ดวงตาของพรานอาคมวูบไหวราวกับเปลวเทียนต้องลม "คนที่คุณตามหามาตลอดสามปี คือคนที่ทิ้งร่องรอยให้คุณเดินเข้ามาในป่าเพื่อเป็น 'หนูทดลอง' ชิ้นสุดท้ายอย่างนั้นหรือครับ"
หมอธันวายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความร่าเริง แต่เปี่ยมไปด้วยความรวดร้าวที่ถูกเก็บซ่อนไว้ "ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วครับว่าผมตามหาเขา หรือเขาเป็นคน 'คัดเลือก' ผมมาตั้งแต่ต้น"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากภายนอก ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหนังที่กระทบพื้นดินอย่างเป็นจังหวะจะโคนและเยือกเย็น มันเดินวนรอบกระท่อมทีละก้าว... ราวกับเจ้าของเสียงกำลังรับชมละครที่จัดฉากไว้เป็นอย่างดี
อัคคีคว้าปืนขึ้นประทับบ่าทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มข้นขึ้นในความมืด เขาหยิบเม็ดข้าวสารอาคมขึ้นมาอมไว้ในปากแล้วเป่าพรวดไปยังประตูไม้ที่กำลังถูกดันเข้ามาอย่างช้าๆ
*ปัง!*
ประตูไม้ถูกถีบออกจนพังกระจาย แสงจากตะเกียงดับลงฉับพลันในวินาทีนั้น ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงกลิ่นธูปอบอวลและไอเย็นที่กดทับลงมาจนหายใจแทบไม่ออก
ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างประหลาดดังขึ้นจากมุมมืด... มันเป็นเสียงของชายชราที่แหบพร่า ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจลึกลับที่ทำให้แม้แต่พรานอาคมผู้กล้าหาญยังต้องขนลุกชัน
"ธันวา... หลานชายผู้มีความสงสัยเป็นสรณะ เธอพาสหายมาพบข้าช้าไปหนึ่งก้าว... และที่สำคัญ เธอกำลังจะตายในแบบที่เธอเกลียดที่สุดเสียด้วย"
หมอธันวานิ่งสนิท เขาไม่ได้กรีดร้องหรือขยับตัว เสียงของเขาดังขึ้นในความมืดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคม "การตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องเผชิญครับอาจารย์ แต่การได้รู้ว่าความลับทั้งหมดซ่อนอยู่ที่ไหน... ผมว่ามันคุ้มค่าที่จะแลก"
อัคคีสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอาคมที่กำลังปะทะกันในอากาศ เขาเงยหน้าขึ้นมองเห็นร่างเงาในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ตรงปากประตู มือของชายชราผู้นั้นถือ 'มีดอาคม' ที่ทำจากกระดูกมนุษย์เปล่งแสงสีม่วงหม่นออกมา
ความจริงที่น่าสะพรึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง แต่มันอยู่ที่... บันทึกในมือของหมอธันวาเริ่มสั่นสะเทือนและแผ่พลังงานความร้อนจนผิวหนังของเขามอดไหม้
"อย่าดูมันธันวา!" อัคคีตะโกนสุดเสียง แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะสายเกินไป เมื่อตัวหนังสือในบันทึกเริ่มลอยออกมาจากหน้ากระดาษและพุ่งเข้าสู่ดวงตาของหมอธันวาทุกตัวอักษร!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านป่าอาถรรพ์ไปพร้อมกับผมนะครับ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความลับที่ถูกเปิดเผยครับ
เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 22
ความจริงที่น่าสะพรึง
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!