พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 23

คืนจันทร์ดับ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"ถ้าคุณยังก้าวพลาดอีกแค่ก้าวเดียว หมอ... ผมคงต้องเป็นคนฝังกลบคุณด้วยมือตัวเอง ไม่ใช่เพราะอยากให้เกียรติ แต่เพราะไม่อยากให้วิญญาณคุณเร่ร่อนอยู่ในดงพญาไฟแห่งนี้" เสียงกระซิบของอัคคีแหบพร่าและเย็นเยียบ เจืออยู่ในสายลมยามค่ำคืนที่พัดพาเอาไอเย็นเยือกของป่าดิบชื้นเข้ากระดูกดำ ภายใต้ท้องฟ้าไร้ดาวและแสงจันทร์ เนื่องจากคืนนี้คือคืนจันทร์ดับสนิท แสงสว่างเดียวที่พวกเขามีคือเปลวไฟริบหรี่จากคบเพลิงชุบน้ำมันยางนาที่ส,ั่นไหวตามแรงลม ในอุโมงค์ถ้ำโบราณที่ลึุกเข้าไปในเขตอาถรรพ์ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอับชื้นของซากศพ ดินโคลน และกลิ่นสาปสรางที่ชวนให้อาเจียน หมอธันวาหอบหายใจถี่กระชั้น แผ่นหลังพิงแนบไปกับผนังถ้ำที่เย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งกำสเตทสโคปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ที่ยับยู่ยี่แน่นราวกับมันคือเครื่องรางคุ้มภัย ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในหลักวิทยาศาสตร์และเหตุผลมาตลอดชีวิต บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัว—ความจริงที่ว่าจิตวิทยาและตำราแพทย์แผนปัจจุบันไม่หลงเหลือพื้นที่ให้ยืนหยัดอีกต่อไป "ผม... ผมไม่คิดว่ามันจะกว้างและซับซ้อนขนาดนี้" ธันวาเอ่ยเสียงสั่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือไปตามความหวาดกลัวที่กัดกินขั้วหัวใจ สายตาเหลือบมองไปเบื้องล่าง—เหวลึกมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ซึ่งมีเพียงเสียงน้ำหยดกระทบหินและเสียงกระซิบประหลาดคล้ายภาษามนุษย์ก้องสะท้อนขึ้นมา อัคคีไม่ตอบ เขายังคงยืนตระหง่านอยู่ปากทางลาดชัน ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อผ้าสนามสีเข้มสะท้อนแสงไฟสลัว มือข้างหนึ่งกำด้ามมีดหมออาคมลงอักขระแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว สายตาคมกริบดั่งพรานป่าผู้ผ่านศึกมาโชกโชนกวาดมองไปรอบผนังถ้ำที่มีรอยขูดขีดและอักขระโบราณลึกลับ "คุณมองโลกด้วยกรอบของเหตุผลมาตลอด หมอ" อัคคีพูดขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง "คุณคิดว่าทุกอย่างในโลกถูกขับเคลื่อนด้วยปฏิกิริยาเคมีในสมอง และความกลัวคือภาพหลอนจากจิตใต้สำนึก... แต่วินาทีนี้ ที่ไม่มีแม้แต่แสงดาว คุณยังกล้าพูดคำเดิมอยู่ไหมว่าสิ่งที่เราเจอคืออาการประสาทหลอนหมู่?" ธันวากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก รสชาติฝาดเฝื่อนกระจายทั่วปาก ความอีโก้และความดื้อรั้นในฐานะจิตแพทย์ผู้ปราดเปรื่องถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ยอมรับตามตรงว่าในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ ศักดิ์ศรีไม่ได้มีค่าอะไรเลยเทียบกับลมหายใจ "ผมยอมรับว่าผมผิด..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ยอมจำนนต่อสถานการณ์ "สมองของผมตอนนี้ไม่ได้ประมวลผลด้วยตรรกะแพทย์อีกต่อไปแล้วครับ มันกำลังสั่งการให้ผมรอดชีวิตออกไปให้ได้... และสารภาพตามตรง ผมพึ่งพาตัวเองไม่ได้ในนรกขุมนี้" อัคคีเหลือบหันกลับมามองจิตแพทย์หนุ่ม แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยอคติเจือความอ่อนลงชั่วพริบตา เขารู้ดีว่าความตายในป่าอาถรรพ์แห่งนี้ไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าใครเป็นพรานหรือใครเป็นหมอ "ความจริงใจของคุณในตอนนี้มีค่ามากกว่าตำราแพทย์ทุกเล่มในห้องทำงานของคุณ, หมอ" อัคคีผ่อนลมหายใจยาว เหยียดมือหนาหยาบกร้านออกไปเบื้องหน้า "จับมือผมไว้... ในป่าดงพญาไฟและคืนจันทร์ดับนี้ ไม่มีใครรอดได้ด้วยตัวคนเดียวหรอกครับ" ธันวาลังเลอยู่เสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่ทิฐิเฮือกสุดท้ายพยายามขัดขวาง แต่เมื่อเสียงกรีดแหลมเล็กดังแว่วมาจากความมืดเบื้องล่าง พร้อมกับแรงลมพายุหมุนขนาดย่อมที่พัดกระโชกจนคบเพลิงเกือบดับวูบ เขากดความหยิ่งทะนงทั้งหมดลงไปในหลุมศพ แล้วเอื้อมมือไปคว้าฝ่ามือที่แข็งกระด้างและอุ่นจัดของพรานอาคมไว้แน่น สัมผัสจากมือของอัคคีให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่การจับมือเพื่อพยุงตัว แต่มันคือการถ่ายทอดพลังงานทางจิตวิญญาณและความเด็ดเดี่ยวท่ามกลางความสิ้นหวัง "ดีมาก..." อัคคีออกแรงกระชากเบาๆ ดึงร่างของจิตแพทย์หนุ่มให้ก้าวพ้นจากขอบเหวอันตราย มายืนเคียงบ่าเคียงไหล่บนแผ่นหินที่มั่นคงขึ้น "ตอนนี้เราเหลือเวลาอีกไม่มาก ก่อนที่พิธีกรรมเบื้องล่างจะสมบูรณ์แบบ ศพพวกนั้นกำลังจะลุกขึ้นมาเดินอีกครั้ง" "ศพพวกนั้น... หมายถึงบันทึกศพซ่อนวิญญาณที่คุณเคยพูดถึงหรือครับ?" ธันวาถามเสียงพร่า ขณะสายตาดึงกลับมามองแผ่นหินจารึกตรงหน้า ซึ่งเริ่มมีรอยร้าวและคราบของเหลวสีดำไหลซึมออกมาเป็นทาง "ใช่ครับ" อัคคีหรี่ตาลง มองสำรวจแผ่นศิลาโบราณที่สลักชื่อของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย "คนที่สร้างมันขึ้นมาไม่ได้ต้องการแค่ชีวิต เขาต้องการกักขัง 'จิตวิญญาณ' และ 'ความทรงจำ' ของคนตายไว้เป็นทาสรับใช้ในอาณาจักรแห่งความมืด... และถ้าเราไม่หาทางทำลายเสาหลักของมันในคืนนี้ วิญญาณของเหยื่อทุกราย รวมทั้งร่องรอยคดีที่คุณตามหา จะหายสาบสูญไปตลอดกาล" บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของทั้งสองคนสะท้อนก้องในโสตประสาท ความต่างขั้วระหว่างศาสตร์ไสยเวทและจิตวิทยา หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างจำยอมภายใต้เงื้อมเงาของความตาย อัคคีหยิบห่อผ้าดิบสีดำเล็กๆ ออกมาจากย่าม ส่งให้ธันวาถือไว้ "ถือสิ่งนี้ไว้ตลอดเวลา... นี่คือผงพุทธคุณผสมว่านยาอาคม มันจะช่วยกันไม่ให้ไสยดำเข้าครอบงำจิตใต้สำนึกของคุณ ส่วนผมจะเปิดทางไปต่อเอง" ธันวารับห่อผ้าดิบนั้นมากุมไว้แน่น ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือ ขจัดความหนบหนาบงงงวยในสมองให้จางลงไปบ้าง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าวิทยาศาสตร์และไสยเวทไม่ได้อยู่คนละฝั่งโลก แต่มันคือเครื่องมือสองชนิดที่มนุษย์ใช้ต่อกรกับความจริงอันโหดร้ายของจักรวาล "ขอบคุณครับ... อัคคี" ธันวาเอ่ยชื่ออีกฝ่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรก ด้วยน้ำเสียงที่ปราศจากความเย่อหยิ่ง อัคคีพยักหน้ารับเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก ก่อนที่สายตาคมจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาร่างนับสิBกำลังขยับเขยื้อนและส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ทว่า ในวินาทีที่ทั้งคู่เตรียมก้าวเดินหน้าต่อไปเพื่อเข้าสู่ใจกลางคูหาพิธี เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่คุ้นหูอย่างประหลาด ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง—จุดที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่ *กริ๊ก...* เสียงกลไกเหล็กบางอย่างถูกปลดล็อก พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องตรงมาที่แผ่นหลังของทั้งสองคน "คิดว่าจะหนีพ้นจากก้นบึ้งแห่งนี้ไปได้ง่ายๆ งั้นหรือครับ... ท่านพรานผู้ทรงคุณธรรม และคุณหมอผู้ปราดเปรื่อง" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนก อัคคีและธันวาชะביكฝีเท้าทันที ชายหนุ่มทั้งสองหันขวับกลับไปมองผู้มาเยือนอย่างพร้อมเพรียง และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบหยุดสะดุด— ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและพิสูจน์ความจริงไปด้วยกันนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%