พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 24

รอยสลักปริศนา

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
คราบดินสีแดงเข้มผสมยางไม้โบราณบนแผ่นศิลาทรายไม่ใช่อุปสรรคสำหรับคนที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่อัคคีรู้ดีว่าสิ่งที่ยากยิ่งกว่าการขูดคราบตะไคร่นับพันปี คือการรักษาความนิ่งสงบภายในจิตใจ ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นของถ้ำลึกที่อบอวลด้วยกลิ่นซากอินทรีย์และธูปหอมโบราณที่มอดดับ แสงจากตะเกียงเจ้าพายุส่องกระทบรอยสลักรูปอสุรกายคายยันต์บนแผ่นศิลา มันเป็นภาษาขอมโบราณที่ผูกร้อยด้วยอักขระคาถาอาคมสายดำ ซึ่งถูกบันทึกไว้ในสมุดขอมดำของตระกูลพรานอาคมเมื่อหลายร้อยปีก่อน "คุณกำลังใช้จิตวิทยาแบบไหนมาปลอบใจตัวเองอยู่หรือครับ หมอธันวา" อัคคีเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากรอยสลัก นิ้วหยาบกร้านลูบไปตามร่องลึกที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง หมอธันวาซึ่งยืนกอดอกอยู่ห่างออกไปสองก้าว ชำเลืองมองแผ่นศิลาด้วยแววตาที่วิเคราะห์อย่างเฉียบคม แสงสีส้มวับแวมจากตะเกียงสะท้อนกรอบแว่นสายตาของจิตแพทย์หนุ่ม ปิดบังร่องรอยความตื่นตะลึงภายใต้ท่าทีเยือกเย็น "ผมไม่ได้กำลังปลอบใจตัวเองครับผู้กอง... อ่า ขออภัย ผมชักจะติดปากเรียกตามชาวบ้านแถวนี้เสียแล้ว พรานอัคคี" ธันวาแก้ไขคำเรียกด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยชั้นเชิง "ผมแค่มองว่า รอยสลักพวกนี้ไม่ได้สะท้อนถึงภูตผีปีศาจที่ไหน แต่มันคือโครงสร้างทางความคิดของมนุษย์ที่ป่วยทางจิตขั้นรุนแรง คนที่เขียนรักษ์ความเจ็บปวดไว้ด้วยสัญชาตญาณดิบ และใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือควบคุมคนอื่น" อัคคีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นชา ราวกับลมหนาวที่พัดผ่านยอดไม้ในป่าดิบชื้น "หมอเชื่อมั่นในตำราแพทย์ตะวันตกมากเกินไป จนมองข้ามสัจธรรมข้อหนึ่ง... มีบางสิ่งในป่าแห่งนี้ที่เก่าแก่เกินกว่าที่จิตวิทยาของหมอจะอธิบายได้ และคมกริบเกินกว่าจะรักษาด้วยยาเม็ด" พรานหนุ่มหันกลับมาสบตา ประกายในดวงตาคมกริบดั่งเสือพรานจ้องเหยื่อ "ศิลาแผ่นนี้ไม่ได้ถูกสลักขึ้นด้วยความหวาดกลัว แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขัง 'วิญญาณ' ของคนที่เคยมีตัวตนจริงๆ เมื่อสามร้อยปีก่อน" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำที่ดังเป็นจังหวะราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง ธันวาเดินเข้ามาใกล้แผ่นศิลาอีกก้าว กลิ่นอายเฉพาะตัวของพรานป่าทั้งกลิ่นใบไม้ ใบยา และกลิ่นสาปสรางจางๆ ลอยปะทะจมูก แต่มันไม่ได้ทำให้จิตแพทย์หนุ่มถอยหลัง เขากลับสนใจรอยบากบนศิลามากกว่าเดิม นิ้วเรียวยื่นเข้าไปใกล้แต่หยุดไว้เพียงไม่กี่มิลลิเมตร "ถ้ามันคือการกักขังวิญญาณจริงอย่างที่คุณว่า ทำไมรอยสลักตรงมุมขวาจึงมีลักษณะเหมือนรหัสผ่านทางคณิตศาสตร์โบราณ..." ธันวาตั้งข้อสังเกต ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ดูระยะห่างระหว่างอักขระแต่ละตัวสิครับ มันไม่ใช่การเขียนตามความเชื่อทางไสยเวท แต่มันคือการคำนวณ... การคำนวณเพื่อปิดผนึกอะไรบางอย่างที่ไม่ให้ออกไปสู่โลกภายนอก" อัคคีนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองตามนิ้วของหมอธันวาที่ชี้ไปยังรอยบากลึกลับ ความตระหนักรู้บางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในสมอง พรานอาคมผู้ยึดมั่นในคาถาอาคมมาตลอดชีวิต กลับมองข้าม "ตรรกะ" ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเชื่อไปเสียสนิท ในขณะที่จิตแพทย์ผู้ปฏิเสธเรื่องลี้ลับ กลับมองเห็น "โครงสร้างทางปัญญา" ที่ซ่อนอยู่ในไสยเวท ความขัดแย้งทางความคิดของคนทั้งสองกำลังหลอมรวมกันโดยไม่รู้ตัว ก่อเกิดเป็นพลังดึงดูดประหลาดที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างปฏิเสธไม่ได้ว่า... ลำพังความรู้แขนงเดียวไม่มีทางไขปริศนาในคดีนี้ได้สำเร็จ "หมอพูดไม่ผิด..." อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แสดงถึงความยอมรับในมุมมองที่เหนือคาด "บันทึกในสมุดขอมดำบอกไว้ว่า ผู้สร้างศิลาแผ่นนี้คียบรมครูไสยเวทผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ ท่านไม่ได้ใช้แค่คาถาอาคม แต่ใช้ 'กลไกแห่งจิตใจ' ของผู้ถูกกระทำมาเป็นตัวแปรในการล็อกรหัส หากไขรหัสนี้ผิดพลาดแม้แต่ตัวอักษรเดียว พลังงานที่ถูกสะสมไว้จะย้อนกลับมาทำลายจิตประสาทของผู้ไขจนแหลกสลาย" ธันวายิ้มรับ คำเตือนนั้นไม่ได้ทำให้เขากลัว กลับยิ่งกระตุ้นความท้าทายในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจมนุษย์ "ถ้าเช่นนั้น เราคงต้องมาดูกันครับว่า ระหว่าง 'อาคม' ของบรรพบุรุษคุณ กับ 'ตรรกะ' ของผม อย่างไหนจะอ่านใจคนโบราณคนนี้ได้ทะลุปรุโปร่งกว่ากัน" ธันวาก้มลงเพ่งพินิจอักขระขอมแต่ละตัวอย่างละเอียด สมองของเขาประมวลผลรูปแบบการเรียงตัว อัตราส่วน และน้ำหนักของการสลัก มันคือรหัสที่สะท้อนถึงปมจิตวิทยาขั้นสุดยอด ความรู้สึกผิด ความโกรธแค้น และความต้องการที่จะถูกจดจำ "อักขระตัวแรก... แทนความรู้สึกผิดบาปที่ฝังรากลึก" ธันวาพึมพำกับตัวเอง "ตัวที่สอง... คือความปรารถนาที่จะแก้แค้น และตัวที่สาม... คือการยอมจำนนต่อโชคชะตา" มือของจิตแพทย์หนุ่มเอื้อมไปแตะที่รอยสลักบนศิลาตามลำดับที่วิเคราะห์ไว้ อัคคีไม่ได้ห้ามปราม แต่ร่างกายกลับเกร็งตัวพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น มือขวาเอื้อมกุมด้ามมีดหมออาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่น สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องเสียงดัง *คลิก...* เสียงกลไกหินโบราณเคลื่อนตัวดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วถ้ำ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหลยาวนาน แผ่นศิลาทรายขยับแยกออกจากกันทีละน้อย เผยให้เห็นช่องลับมืดมิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง กลิ่นอับชื้นโบราณพวยพุ่งออกมาพร้อมกับความเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงขั้วกระดูก อัคคีรีบดึงตัวหมอธันวาถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ตะเกียงในมือส่องสว่างไปยังเบื้องหน้า ภายในช่องลับนั้น ไม่มีสมองทองคำหรืออัญมณีล้ำค่าอย่างที่นักล่าสมบัติใฝ่ฝัน... มีเพียง "สมุดบันทึกหนังมนุษย์" ที่เย็บด้วยเส้นผม และกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่สลักชื่อเหยื่อทุกรายในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังตามหาเรียงรายอยู่เต็มผนัง และที่น่าขนลุกที่สุดคือ บนหน้ากระดาษแผ่นแรกของสมุดบันทึกนั้น มีลายมือที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งเป็นลายมือเดียวกับรายงานการแพทย์ของโรงพยาบาลจิตเวชในยุคปัจจุบัน... ลายมือของจิตแพทย์หนุ่มผู้ยืนอยู่ข้างกายเขาในเวลานี้เอง ธันวาหน้าถอดสี แว่นตาเกือบหล่นร่วงจากดั้งจมูก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสั่นระริกเมื่อจ้องมองลายมือของตนเองที่ไม่มีวันเขียนขึ้นในชาตินี้อย่างแน่นอน "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้..." ธันวาพึมพำเสียงสั่น อัคคีหันขวับมาจ้องหน้าจิตแพทย์หนุ่ม นัยน์ตาคมกริบฉายแววอันตรายและคำถามนับร้อยที่พรั่งพรูขึ้นมาในพริบตาเดียว ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%