"นั่นไม่ใช่คน..." อัคคีกระซิบข้างหูเขา “และดูเหมือนว่า... มันมาเพื่อเอาสิ่งที่หมอถืออยู่ไป”
ความเย็นเฉียบของน้ำเสียงนั้นไม่ได้มาจากอุณหภูมิในป่าทึบยามราตรี แต่มันแผ่ซ่านออกมาจากความตึงเครียดที่ขึงตึงระหว่างคนทั้งคู่ สมุดบันทึกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังในมือของนายแพทย์หนุ่มหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ธันวาหันขวับไปมองพรานอาคมรุ่นพี่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะฉายแววเคลือบแคลงอย่างไม่ปิดบัง ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม อัคคีกลับเลือกที่จะใช้มันเป็นเครื่องมือทดสอบความเชื่อของเขาเสียอย่างนั้น
"คุณกำลังเล่นตลกอะไร อัคคี" ธันวาเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน พยายามควบคุมเสียงสั่นพร่าของตัวเองไม่ให้แสดงความหวาดกลัวออกมา "คุณสร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีไสยเวทบ้าๆ ของคุณงั้นสิ บันทึกเล่มนี้เป็นแค่หลักฐานทางการแพทย์... เป็นบันทึกของหมอจิตเวชที่บ้าคลั่งคนหนึ่ง ไม่ใช่คัมภีร์เวทมนตร์อะไรทั้งสิ้น"
อัคคีไม่ตอบในทันที ดวงตาคมดุของพรานเฒ่ากวาดมองไปในความมืดมิดเบื้องหน้า ท่ามกลางแมกไม้รกทึบที่เงาใบไม้ไหววูบตามแรงลม ราวกับมีฝูงสัตว์ป่าไร้ร่างกำลังเคลื่อนตัวเข้าโอบล้อมพวกเขา นิ้วหยาบกร้านของเขาแตะลงบนด้ามมีดหมออาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างระแวดระวัง
"หมอเชื่อในสิ่งที่หมออยากเชื่อเสมอ... นั่นคือข้อบกพร่องที่อันตรายที่สุดของนักวิทยาศาสตร์" อัคคีกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบเหลือบกลับมามองหน้าจิตแพทย์หนุ่มชั่วครู่ "ถ้าคิดว่าผมโกหก ถ้าคิดว่าเสียงฝีเท้าและเงาตะคุ่มเมื่อครู่เป็นแค่ภาพหลอนทางจิตวิทยา... งั้นก็ก้าวออกไปจากแนวเขตอาคมตรงนี้สิครับ แล้วหมอจะรู้ว่าสิ่งที่ผมเตือนมันแลกมาด้วยอะไร"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจระทึกของธันวาที่ดังสะท้อนอยู่ในอก เขาก้มลงมองสมุดบันทึกในมือ ในฐานะจิตแพทย์ เขาถูกฝึกมาให้มองทะลุผ่านความกลัวและค้นหาความจริงเบื้องหลังจิตใจมนุษย์ แต่บรรยากาศรอบตัวในคืนนี้ กลิ่นอายสาบสางที่ลอยมาตามลม และความรู้สึกกดดันราวกับถูกจ้องมองจากสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น มันกำลังกัดกร่อนกำแพงแห่งเหตุผลที่เขาสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต
รอยร้าวเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจของธันวา ความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่ออัคคีเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขามองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน—ความเคารพในฐานะผู้เชี่ยวชาญป่าดงดิบกำลังปะทะกับความระแวงว่า อัคคีอาจจะเป็นผู้บงการเรื่องราวลึกลับทั้งหมดนี้ขึ้นมาเพื่อปิดบังความลับบางอย่างเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่พวกเขากำลังตามหา
"คุณซ่อนอะไรไว้อีก อัคคี" ธันวาถามย้ำ น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในใจ "ทำไมคุณถึงอยากได้บันทึกเล่มนี้นักหนา ตั้งแต่เราเริ่มเดินทางร่วมกัน คุณคอยชักใยให้ผมเดินตามเกมของคุณตลอดเวลา ตกลงแล้วคุณเป็นใครกันแน่... พรานผู้ปกป้องป่า หรือฆาตกรที่ใช้ไสยเวทอำพรางคดี"
อัคคีชะงักไปเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดลุยป่าเข้มขืนนิ่งสนิท ดวงตาที่เคยราบเรียบฉายแววไหววูบเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของพรานอาคม
"ถ้าผมเป็นฆาตกร... หมอคงตายตั้งแต่คืนแรกที่เราเหยียบเข้ามาในเขตป่าอาถรรพ์นี้แล้วล่ะครับ" อัคคีตอบเสียงทุ้มต่ำแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่ถ้าหมอยังดื้อดึงที่จะแบกความอีโก้ทางวิทยาศาสตร์ไว้เหนือความจริงตรงหน้า... คนที่จะไม่ได้เดินออกจากป่านี้ จะไม่ใช่ผม... แต่จะเป็นหมอนั่นแหละ"
สิ้นคำพูดของอัคคี บรรยากาศรอบกายก็ยิ่งทวีความอึดอัด เสียงลมพัดผ่านยอดไม้กู่ร้องราวกับเสียงโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อน ธันวากัดฟันแน่น ความโกรธและความกลัวตีรวนอยู่ในอกจนแยกไม่ออก เขายกสมุดบันทึกขึ้นมาแนบอก เจตนาที่จะพิสูจน์ความจริงผุดขึ้นเป็นพลังผลักดันให้เขาอยากก้าวเดินต่อไป แม้จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ก็ตาม
"งั้นเราลองพิสูจน์กันดู..." ธันวาเชิดหน้าขึ้น สบตากับพรานอาคมอย่างไร้ความเกรงกลัว "ถ้าข้างหน้านั่นมีอะไรบางอย่างรออยู่จริง... เราไปดูกันว่ามันต้องการสมุดเล่มนี้ หรือมันต้องการหัวใจของเรากันแน่"
อัคคีมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของนายแพทย์หนุ่ม แววตาของพรานเฒ่าฉายแววประสมประสานระหว่างความไม่พอใจและความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มคนนี้ดื้อรั้นเกินกว่าจะยอมจำนนใครง่ายๆ และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด... แต่ก็ชวนให้หลงใหลที่สุดเช่นกันในยามที่ต้องเผชิญภัยร่วมกัน
"ตามใจหมอครับ..." อัคคีพึมพำ พร้อมกับชักมีดหมอออกจากฝัก แสงเรืองรองจางๆ จากอักขระโบราณที่สลักบนใบมีดสะท้อนเข้ากับดวงตาของเขา "แต่อย่าหาว่าผมไม่เตือน... ถ้าสมุดเล่มนั้นเปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างในอาจน่ากลัวกว่าผีสางในป่านี้หลายร้อยเท่า"
ทั้งสองคนเคลื่อนตัวไปข้างอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความมืดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง อัคคีเดินนำหน้าด้วยฝีเท้ามั่นคงและระแวดระวัง ขณะที่ธันวาก้าวตามหลังกระชั้นชิด มือขวาถือไฟฉายส่องทาง มือซ้ายกำสมุดบันทึกแน่นจนเหงื่อชุ่มฝ่ามือ สัญชาตญาณเตือนภัยในสมองของจิตแพทย์หนุ่มร้องเตือนดังลั่นว่า ทุกย่างก้าวที่ผ่านไป พวกเขากำลังเดินเข้าใกล้ความจริงที่อาจทำลายสติสัมปชัญญะของมนุษย์ให้พังทลายลงไปตลอดกาล
ทว่า... ในวินาทีที่พวกเขาเดินลึกเข้ามาถึงลานโล่งกลางป่า ซึ่งล้อมรอบด้วยต้นไม้ยักษ์โบราณอายุนับร้อยปี กลิ่นอายประหลาดก็โชยปะทะจมูก กลิ่นหอมหวานคล้ายดอกไม้ป่าที่เน่าเปื่อยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ อัคคีชูมือขึ้นเป็นสัญญาณหยุดกั้น ท่าทางของพรานเฒ่าตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัวราวกับเตรียมพร้อมปะทะ
"หยุด..." อัคคีกระซิบเสียงต่ำแทบเป็นเสียงลม
ธันวาหยุดชะงัก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เขากวาดสายตาไปตามลำแสงไฟฉายที่สาดส่องออกไปเบื้องหน้า และในวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของนายแพทย์หนุ่มก็สะดุดกึก ภาพที่ปรากฏอยู่กลางลานโล่งทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจ
ร่างไร้วิญญาณของใครคนหนึ่งกำลังห้อยต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่เหนือศีรษะ ศีรษะห้อยพับลงมาด้านล่าง ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยแววตาว่างเปล่า และที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าสิ่งใด... บนหน้าอกของศพนั้น มีรอยกรีดด้วยมีดเป็นสัญลักษณ์ประหลาดที่ตรงกับรวดลายบนปกสมุดบันทึกในมือของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
ไม่เพียงเท่านั้น... ศพดังกล่าวยังส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าออกมาจากลำคอที่ขาดรุ่งริ่ง ทั้งที่สภาพร่างกายควรจะตายมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน!
"นั่น..." ธันวาหน้าซีดเผือด มือที่ถือสมุดสั่นเทารุนแรงจนเกือบหลุดมือ
“นั่นไม่ใช่ศพใครที่ไหนหรอกครับหมอ...” อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างบนกิ่งไม้ “แต่มันคือตัวหมอเอง... ในอีกสามวันข้างหน้า”
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 20
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!