“นิ่งเสียหมอ... ถ้าไม่อยากให้พิษมันแล่นเข้าสู่หัวใจจนขยับไม่ได้ไปตลอดชีวิต”
เสียงทุ้มต่ำของอัคคีแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจสั่งการ ท่ามกลางความมืดสลัวภายในกระท่อมไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่กลางดงดิบ กลิ่นสาบของสมุนไพรสดโชยเตะจมูกผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ธันวานอนตัวแข็งทื่ออยู่บนแคร่ไม้ไผ่ เหงื่อกาฬเม็ดโป้งผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด ความเจ็บปวดจากการถูกคมเขี้ยวปริศนาถากเข้าที่หัวไหล่เปรียบเสมือนไฟที่กำลังแผดเผาเส้นประสาทของเขาให้มอดไหม้
ธันวากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมที่มักจะใช้มองโลกผ่านเลนส์ของเหตุผลและวิทยาศาสตร์บัดนี้เริ่มพร่าเลือน “คุณ... ใช้วิธีอะไรของ... คุณ” เขาเค้นเสียงถาม มือที่ว่างอยู่กำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่
อัคคีไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ชายหนุ่มวางมือหยาบกร้านที่ผ่านการกรำศึกและจับมีดอาคมมานับครั้งไม่ถ้วนลงบนบาดแผลของอีกฝ่าย นิ้วยาวแกร่งกดลงบนจุดชีพจรเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของเลือด ก่อนจะหยิบเอาตลับยาสมุนไพรที่บดจนละเอียดเป็นสีเขียวคล้ำขึ้นมา
“วิทยาศาสตร์ของหมอสอนให้สู้กับสิ่งที่เห็น แต่ในป่าแห่งนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสิ่งที่เรามองไม่เห็น” อัคคีป้ายยาสมุนไพรลงบนบาดแผลช้าๆ ทว่าหนักแน่น “จิตของหมอแข็ง แต่ตอนนี้มันกำลังแตกสลายเพราะความกลัว... จงเพ่งสมาธิไปที่การหายใจ อย่าให้ความเจ็บปวดครอบงำความคิดได้ หากใจหมอแกว่ง พรานอาคมอย่างผมก็ช่วยอะไรไม่ได้”
ธันวาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างที่ถูกสั่ง แม้ในใจจะค้านว่านี่เป็นเพียงกลไกทางจิตวิทยาที่อัคคีใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด แต่เขากลับปฏิเสธไม่ได้ว่า กลิ่นของสมุนไพรนั้นให้สัมผัสที่แปลกประหลาด มันเย็นเยียบจนถึงกระดูกและทำให้สมองที่หมุนคว้างเริ่มสงบลงอย่างประหลาด
“คุณกำลังบอกว่า... การรักษาของคนป่า คือการควบคุมจิตใต้สำนึกงั้นหรือ?” ธันวาถามขณะที่พยายามลดจังหวะหัวใจที่เต้นรัว
อัคคีเงยหน้าขึ้นมองสบตาอีกฝ่าย ดวงตาของพรานหนุ่มเป็นสีน้ำตาลเข้มที่ดูเหมือนจะอ่านความนึกคิดได้ทะลุปรุโปร่ง “สำหรับผม มันคือการต่อรอง... ระหว่างเจตจำนงของมนุษย์กับอำนาจลี้ลับที่สิงสถิตอยู่ในผืนป่า หมอใช้ทฤษฎีเพื่ออธิบายความเป็นไปของมนุษย์ ส่วนผมใช้ศรัทธาเพื่อเอาชีวิตรอด... เราสองคนต่างก็แสวงหาความจริงเหมือนกัน เพียงแต่ความจริงในมุมของหมออาจจะไม่มีพื้นที่ให้กับวิญญาณก็เท่านั้น”
บรรยากาศในกระท่อมเงียบงันลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงไฟในตะเกียงน้ำมันก๊าดที่เต้นระบำ และเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องอยู่ภายนอก อัคคีเริ่มลงมือถอนพิษด้วยกรรมวิธีที่ไร้ซึ่งเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ เขาใช้ปลายมีดอาคมที่ผ่านการลนไฟจนแดงก่ำ จี้ลงไปใกล้ปากแผลเพื่อไล่ไอเย็นที่พุ่งออกมาจากแผลนั้น
ธันวาตัวกระตุกเฮือก ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่างคล้ายสายฟ้าฟาด แต่น่าประหลาดที่ความรู้สึกนั้นไม่ได้ทำให้เขาหมดสติ กลับกัน มันทำให้สติของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด เขาเริ่มเห็น... เห็นภาพเลือนรางของเส้นใยพลังงานสีดำที่กำลังสลายตัวออกจากบาดแผลของเขา
“เห็นอะไรไหมหมอ?” อัคคีถามเสียงเรียบแต่แฝงความนัย
“ผมเห็น... แสงที่ผิดปกติ” ธันวาตอบเสียงแผ่ว “มันอาจจะเป็นอาการทางประสาทสัมผัสเนื่องจากความเจ็บปวดรุนแรง”
อัคคีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความเย้ยหยันแต่กลับดูเศร้าสร้อย “การปฏิเสธความจริงที่อยู่ตรงหน้า คือกลไกป้องกันตัวที่ยอดเยี่ยมของมนุษย์จริงๆ ครับหมอ... แต่ถึงหมอจะเรียกมันว่าอะไรก็ตาม สิ่งที่หมอกำลังเห็น คือความจริงที่บันทึกเล่มนั้นพยายามซ่อนไว้”
พรานอาคมหยิบสมุดบันทึกหนังเก่าแก่ที่ธันวาพกติดตัวตลอดเวลาขึ้นมาเปิดหน้าสุดท้าย ลายมือหวัดๆ ของคนตายเมื่อหลายสิบปีก่อนปรากฏแก่สายตา ทั้งคู่จ้องมองข้อความที่เขียนทับซ้อนกันเหมือนคนเสียสติ
“ทำไม... ทำไมบันทึกเล่มนี้ถึงมีชื่อผม?” ธันวาถามพลางขมวดคิ้วแน่น เมื่อเห็นชื่อของตัวเองถูกเขียนด้วยหมึกสีเลือดในหน้าถัดไป
อัคคีชะงักมือที่กำลังพันแผล ใบหน้าสุขุมนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นตึงเครียด เขาหันไปมองประตูไม้ไผ่ที่ปิดสนิท แสงจันทร์ข้างนอกถูกบดบังด้วยก้อนเมฆทมิฬที่เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ
“หมอไม่ได้เป็นคนเลือกที่จะเข้ามาในป่านี้หรอกครับ” อัคคีกล่าวเสียงต่ำพลางเอื้อมมือไปคว้าปืนลูกซองยาวที่พิงไว้ข้างแคร่ “มีบางอย่างที่หมอติดตัวมาตั้งแต่เกิด... บางอย่างที่บันทึกเล่มนี้รอคอยมานาน”
ขณะที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากถาม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—ก็ย่ำลงบนใบไม้แห้งภายนอกกระท่อม เสียงนั้นเชื่องช้า มั่นคง และทิ้งน้ำหนักลงที่หน้าประตูพอดี ตามด้วยเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังสะท้านเข้าไปถึงจิตวิญญาณ
*ปัง... ปัง... ปัง...*
อัคคีส่งสัญญาณให้ธันวาเงียบด้วยสายตา เขาขยับตัวเข้ามุมมืดของกระท่อม มือซ้ายแตะมีดอาคมที่เอว ส่วนมือขวากระชับปืนลูกซองแน่น เมื่อประตูไม้ไผ่ค่อยๆ แง้มออกเองช้าๆ โดยไม่มีลมพัดผ่าน เงาร่างสีดำสนิทที่สูงใหญ่ผิดมนุษย์มนาค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาในรัศมีแสงไฟ พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่โชยมาเตะจมูกจนธันวาต้องกลั้นหายใจ
“นั่นไม่ใช่คน...” อัคคีกระซิบข้างหูเขา “และดูเหมือนว่า... มันมาเพื่อเอาสิ่งที่หมอถืออยู่ไป”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานและลึกลับนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - เพชรตาเสือโบราณครับ
พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 19
การรักษาด้วยสมุนไพรและสมาธิ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!