คราบเขม่าสีดำบนเปลือกไม้ตะเคียนไม่ได้เกิดจากไฟป่า แต่มันคือร่องรอยของ ‘อาคมทางกระดูก’ ที่ถูกเผาผลาญเพื่อสะกดรอย
อัคคีหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน ส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียวให้หมอธันวาที่เดินตามหลังมาหลายก้าวต้องชะงักตาม พรานหนุ่มผู้ผ่านป่าอาถรรพ์มาโชกโชนหรี่ตาลงมองความผิดปกติบนพื้นดิน ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมขึ้นในเสี้ยววินาที กลิ่นอายจางๆ ของพכרไพรที่ถูกแผดเผาด้วยคาถาอาคมลอยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นธูปหรือกำยานทั่วไป แต่เป็นกลิ่นคาวสนิมเหล็กและกระดูกป่น
“มีอะไรครับคุณอัคคี หรือว่าหมอกลงจัดจนคุณมองทางข้างหน้าไม่เห็น” หมอธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ดวงตาหลังกรอบแว่นจะกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวังไม่แพ้กัน
“หมอกหนาทึบแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรอกครับคุณหมอ” อัคคีตอบเสียงกระซิบต่ำ สายตาไม่ละไปจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า “มันคือม่านอาคม… มีคนกำลังใช้ ‘วิชาพรางเงา’ สะกดรอยตามเรามาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และดูเหมือนเขาจะเข้าใกล้ระยะโจมตีเข้ามาทุกที”
จิตแพทย์หนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นการหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่เต็มไปด้วยการวิเคราะห์ตามสัญชาตญาณนักวิทยาศาสตร์ “อาคมพรางเงา? หรือเป็นแค่จิตวิทยาเชิงกลุ่มหมอกที่ทำให้เราหูแววตาฝาดไปเองจากความเหนื่อยล้าและความกดดันในป่าดิบชื้นแห่งนี้ครับคุณพราน… คุณรู้ตัวไหมว่าคุณมักจะโยนทุกอย่างให้ไสยศาสตร์ เพื่ออธิบายสิ่งที่สมองมนุษย์เหนื่อยล้าจนเกิดภาพหลอน”
อัคคีปรายตามองคู่หูจำเป็น ชั่วขณะหนึ่งแววตาของพรานอาคมฉายความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขบขันและเวทนาในความดื้อรั้นของคนเมือง “ถ้ามันเป็นแค่ภาพหลอนอย่างที่หมอว่าจริงๆ ล่ะก็… รอยไหม้บนต้นไม้เมื่อครู่ คงไม่ได้ส่งกลิ่นคาวเลือดออกมาหรอกครับ”
อัคคีขยับตัวเข้าใกล้ต้นตะเคียน ยกปลายนิ้วขึ้นแตะรอยเขม่าดำแล้วป้ายมาดมเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น “กระดูกพรายกุมาร… ผสมกับน้ำมันพรายตานี สัมผัสแบบนี้คือ ‘อาคมสายดำสายล่างสุดโต่ง’ ผู้ใช้มันไม่ได้ต้องการแค่สะกดรอยเพื่อสอดแนม แต่เขาต้องการ ‘เก็บกวาด’ เราสองคนให้พ้นทางก่อนที่เราจะไปถึงบันทึกศพซ่อนวิญญาณในหุบผาเงาจันทร์”
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงฉับพลัน เสียงหรีดหิวในป่าใหญ่ราวกับถูกกลืนหายไปด้วยความกดอากาศที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว หมอธันวาขยับแว่นเล็กน้อย ความเยือกเย็นและเหตุผลทางจิตวิทยาที่เคยยึดถือเริ่มสั่นคลอน เมื่อความหนยะยะเยือกบางอย่างกำลังคืบคลานเข้าสู่ผิวหนัง ประสาทสัมผัสของจิตแพทย์หนุ่มบอกเขาว่า รอบตัวพวกเขานั้น ‘ไม่ได้มีแค่เราสองคน’ อีกต่อไปแล้ว
“ถ้าเขาต้องการฆ่าเราทำไมไม่ลงมือตั้งแต่เมื่อคืนตอนที่เรานอนพัก” หมอธันวายังคงรักษาโทนเสียงให้มั่นคง แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายตามไรผม “ในทางจิตวิทยาของฆาตกรต่อเนื่องหรือพวกคลั่งลัทธิ การทิ้งร่องรอยและคอยคุกคามเหยื่อให้หวาดกลัว มักเป็นกระบวนการทางจิตวิทยาที่เรียกว่า ‘การบั่นทอนขวัญกำลังใจ’ (Demoralization) พวกเขาต้องการเห็นเหยื่อสติแตกและหวาดระแวงก่อนจะลงมือ เพื่อความสะใจ หรือไม่… ก็เพื่อรอให้เราเดินเข้าไปติดกับดักที่พวกเขาวางไว้เอง”
“คุณหมอวิเคราะห์ได้ยอดเยี่ยมมากครับ” อัคคีกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วทิศทางผ่านม่านหมอกสีขาวขุ่นที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ “แต่น่าเสียดายที่ฆาตกรคนนี้ไม่ได้อ่านตำราจิตวิทยาตะวันตก เขาใช้ ‘มนต์สะกดวิญญาณ’ ควบคุมเหยื่อ และตอนนี้… เขากำลังทำให้เราเดินวนกลับมาที่เดิม”
คำพูดนั้นทำให้หมอธันวาชะงัก เขาหันขวับกลับไปมองทางเดินด้านหลัง เส้นทางที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อสิบนาที่อน ปรากฏว่ามีกองกระดูกสัตว์ป่ากองหนึ่งวางอยู่บนโขดหิน ซึ่งเป็นกองเดียวกับที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อช่วงเช้าตรู่!
นี่ไม่ใช่การเดินหลงป่าธรรมดา แต่นี่คืออาคม ‘เขาวงกตพรางตา’
“เราถูกต้อนเข้ามาในพื้นที่ปิด” อัคคีชักมีดหมอโบราณออกจากฝัก ใบมีดเหล็กน้ำพี้สะท้อนประกายวาววับในความสลัวของหมอกหนา สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวเต็มที่ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งพร้อมปะทะ “เตรียมตัวให้ดีครับคุณหมอ… แขกไม่ได้รับเชิญของเรา มาถึงแล้ว”
สิ้นเสียงของพรานอาคม เงาสีดำทะมึนสายหนึ่งก็พุ่งแหวกม่านหมอกหนาทึบเข้ามาด้วยความเร็วสูง เสียงลมหวีดหวิวปะทะเข้ากับเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด มันไม่ใช่คนธรรมดา และไม่ใช่ภาพหลอนทางจิตวิทยาอย่างที่หมอธันวาพยายามหลอกตัวเองมาตลอดทาง!
อัคคีไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาพุ่งตัวออกไปข้างหน้าพร้อมกับซัดอาคมคุ้มกันออกไปปะทะกับเงาดำนั้นอย่างดุเดือด เสียงระเบิดของพลังไสยเวทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางป่าลึก แรงปะทะทำให้หมอธันวาเซถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงคำรามของพลังอาคมที่หักล้างกัน เงาสีดำอีกสามสายก็ค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากม่านหมอกหนาเบื้องหลังหมอธันวา โดยที่จิตแพทย์หนุ่มยังไม่ทันได้รู้ตัว
ปลายคมมีดอาคมสีดำสนิทจ่ออยู่ที่ต้นคอของหมอธันวา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังขึ้นข้างหู
“หมอ… รู้มากเกินไปแล้วนะ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้นนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 18
เงาสีดำในหมอก
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!