พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 2

เมื่อวิทยาศาสตร์ปะทะไสยศาสตร์

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณภายในห้องทำงานรกทึบของกองสืบสวน นิ้วเรียวยาวของนายแพทย์ธันวาหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง ขณะที่สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองรอยหมึกสีแดงสดบนหน้าปกสมุดบันทึกหนังฟอกเก่าคร่ำคร่า รอยเปื้อนนั้นไม่ได้แห้งกรังตามกาลเวลาอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันยังคงชื้นฉ่ำและส่งกลิ่นคาวจางๆ ราวกับเพิ่งถูกแต้มด้วยน้ำยาสีแดงเข้มข้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง "รอยหมึกสด... หรือว่านี่คือการจัดฉากทางจิตวิทยา?" ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ "การใช้องค์ประกอบกระตุ้นความกลัวเพื่อสร้างภาพหลอนหมู่ เป็นเทคนิคพื้นฐานของอาชญากรที่มีความผิดปกติทางจิตประเภทหลงผิดในอำนาจเหนือธรรมชาติ" "อย่าเอาตรรกะทางจิตเวชของคุณมาครอบงำทุกอย่างที่สายตาพยายามบอกความจริง, คุณหมอ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง อัคคีพิงแผ่นหลังกว้างเข้ากับกรอบหน้าต่างที่ปิดสนิท มือหยาบกร้านของพรานอาคมกำลังบรรจงใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเขม่าดินปืนออกจากลำกล้องปืนไรเฟิลคู่ชีพอย่างใจเย็น แววตาคมกราบดั่งเหยี่ยวของเขาไม่ได้มองมาที่สมุดบันทึก แต่กลับกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนเร้นในความมืด ธันวาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน แววตาของจิตแพทย์หนุ่มฉายแววท้าทายอย่างปิดไม่มิด "ผมเชื่อในหลักฐานเชิงประจักษ์และการทำงานของสมองมนุษย์ครับคุณอัคคี รอยหมึกสีแดงนี้อาจเป็นสารเคมีชนิดพิเศษที่ทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศ เพื่อหลอกลวงประสาทสัมผัสของเราให้คิดไปเองว่ามันคือเลือดสดๆ" อัคคีวางปืนลงบนโต๊ะไม้เสียงดังทึบ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวดับแมวป่า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสนามเซอร์ๆ หยุดยืนตรงข้ามกับจิตแพทย์หนุ่ม กลิ่นอายดิบเถื่อนของป่าลึกและควันธูปจางๆ ลอยปะทะจมูกของธันวา พรานอาคมยื่นมือออกไปแตะรอยหมึกสีแดงนั้นอย่างไม่ลังเล ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ก่อนจะดึงกลับมาให้ธันวาดู ปลายนิ้วของอัคคีมีคราบสีแดงติดอยู่จริง และเมื่อเขายกขึ้นมาใกล้จมูก กลิ่นคาวเลือดที่แท้จริงก็โชยเข้าเตะประสาทสัมผัสจนปฏิเสธไม่ได้ "เลือดมนุษย์... และเพิ่งหลั่งออกมาจากร่างที่ยังไม่เย็นเฉียบ" อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ไร้ความตื่นตระหนก ราวกับชายหนุ่มคุ้นเคยกับการเผชิญหน้ากับความตายมาค่อนชีวิต "วิทยาศาสตร์ของคุณอธิบายได้ไหมครับว่า ทำไมสมุดบันทึกที่ถูกเก็บไว้ในตู้ล็อกกุญแจหนาเตอะมานานสามสิบปี ถึงมีเลือดสดๆ ของคนที่เพิ่งตายไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วมาเปื้อนอยู่ได้?" ธันวาขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย สมองส่วนหน้าของเขาประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วเพื่อหาความเป็นไปได้อื่น "อาจจะมีทางหนีทีไล่ มีคนแอบเปิดตู้ หรือมีการปนเปื้อนของตัวอย่างทางชีวภาพจากห้องเก็บศพ... ทุกอย่างมีเหตุผลรองรับเสมอครับ ไม่ใช่เพราะไสยเวทบ้าบออะไรนั่น" "คุณนี่ดื้อด้านเสียยิ่งกว่าควายธนูที่ผมเคยเจอเสียอีกนะครับ" อัคคีหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง "แต่ความดื้อรั้นของคุณกำลังจะทำให้เรากลายเป็นเป้ากระสุน... หรืออาจจะกลายเป็นเครื่องสังเวย หากเรายังมัวแต่เถียงกันเรื่องทฤษฎีในตำราแพทย์" ก่อนที่ธันวาจะได้โต้แย้ง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องที่ตึงเครียดอยู่แล้วกลับยิ่งกดดันหนักหน่วงขึ้นไปอีก อัคคีส่งสัญญาณมือให้ธันวานิ่งเงียบ พรานอาคมชักมีดหมอโบราณออกจากฝักอย่างรวดเร็ว แสงไฟสีนวลจากหลอดไฟฟلูออเรสเซนต์กะพริบไหววูบราวกับกระแสไฟฟ้าขัดข้อง แอด... ประตูห้องสืบสวนถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของสารวัตรประจำคดีที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามวันก่อน เขายืนพิงกรอบประตูด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงไร้แววชีวิต และที่ลำคอมีรอยเขียวช้ำเป็นวงกว้างคล้ายรอยนิ้วมือของยักษ์ "พวกคุณ... ไม่ควรอยู่ที่นี่" เสียงแหบแห้งราดรดด้วยความเจ็บปวดดังลอดออกมาจากลำคอของสารวัตรผู้ล่วงลับ "มัน... กำลังมาแล้ว" ธันวาผุดลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณของการเป็นแพทย์ ความรู้ด้านจิตวิทยาและการแพทย์ฉุกเฉินบอกเขาว่านี่คืออาการของภาวะช็อกอย่างรุนแรงหรือการหลอนประสาทขั้นวิกฤต "คุณสารวัตรครับ ตั้งสติก่อน คุณยังมีชีวิตอยู่ ตั้งสติแล้วเดินมาหาผม..." "ถอยออกมา, หมอ!" อัคคีตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากร่างของธันวาให้หลบไปด้านหลังอย่างแรงในเสี้ยววินาที *ฉับ!* เงาดำทะมึนพุ่งแหวกอากาศผ่านจุดที่ธันวาเคยยืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้วอย่างเฉียดฉิว ร่างของสารวัตรทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีดำทะลักออกจากปากของเขาพร้อมกับร่างที่สลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีเทาในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและกลิ่นอายความอาฆาตมาดร้ายที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง อัคคีหันมามองจิตแพทย์หนุ่มที่ยังคงมีสีหน้าตื่นตะลึงเป็นครั้งแรก ดวงตาคมกราบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา "ทีนี้... คุณยังคิดว่านี่คือภาพหลอนทางจิตวิทยาอยู่ไหมครับ, คุณหมอ?" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามด้วยความเร็วที่ไม่อาจควบคุม แม้สมองจะพยายามปฏิเสธความจริงตรงหน้า แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็กรีดร้องเสียงดังลั่น "เราต้องออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้" ธันวาเอ่ยเสียงเครียด ยอมรับความจริงเป็นครั้งแรกว่า โลกใบนี้มีเรื่องราวที่วิทยาศาสตร์ยังเอื้อมไม่ถึง "สายไปแล้วครับ" อัคคีพยักเพยิดไปที่หน้าต่างกระจกด้านนอก ท่าونيความมืดมิดของยามวิกาล เงาร่างนับสิบค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดของป่าหลังสถานีตำรวจ ดวงตาทุกคู่ส่องประกายสีแดงก่ำด้วยความอาฆาต และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... ทุกร่างต่างสวมชุดเครื่องแบบตำรวจและถือสมุดบันทึกหน้าปกสีเลือดแบบเดียวกันกับที่วางอยู่บนโต๊ะ! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%