พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 3

รอยเท้าที่ไร้ที่มา

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นอับชื้นของดินป่าผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืด ท่ามกลางแสงไฟฉายคาดหัวที่วาดผ่านลำต้นไม้ใหญ่จนเกิดเป็นเงาทอดตัวยาวน่าสะพรึงกลัว เบื้องหน้าของอัคคีและหมอธันวาคือความว่างเปล่าที่เพิ่งถูกทิ้งร้างจากกองกำลังเงาร่างในชุดเครื่องแบบตำรวจ เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา ดวงตาสีแดงก่ำนับสิบคู่ที่จ้องมองมาด้วยความอาฆาต และสมุดบันทึกปกสีเลือดเล่มนั้น... มันไม่ใช่ภาพหลอนจากอาการเหนื่อยล้าอย่างแน่นอน อัคคีคุกเข่าลงช้าๆ มือหยาบกร้านดั่งนายพรานผู้ผ่านศึกโชกโชนแตะลงบนพื้นดินร่วนซุย รอยรองเท้าคอมแบทของตำรวจนับสิบ ล้วนประทับทับซ้อนกันจนยุ่งเหยิง แต่สายตาคมกริบของพรานอาคมกลับมองทะลุผ่านความโกลาหลนั้นไปเห็น "ความผิดปกติ" บางอย่าง "รอยพวกนี้ไม่ได้เดินมาตามธรรมชาติครับหมอ" อัคคีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเขาสะท้อนความเยือกเย็นออกมาอย่างชัดเจน "น้ำหนักการลงน้ำหนักที่ส้นเท้ากับปลายเท้าสวนทางกับหลักกายวิภาคของมนุษย์ พวกมัน... ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง" หมอธันวาขยับแว่นสายตา เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟฉายวับวาบ เขายืนกอดอกมองรอยเท้าเหล่านั้นด้วยสีหน้าครุ่นคิด แม้หลักวิทยาศาสตร์จะบอกว่ามนุษย์ทุกคนทิ้งน้ำหนักตามแรงโน้มถ่วงของโลก แต่สมองของจิตแพทย์หนุ่มกลับกำลังประมวลผลไปอีกทิศทางหนึ่ง "ถ้าพูดในมุมมองทางจิตวิทยาฝูงชน... ความเครียดระดับวิกฤต หรืออาการประสาทหลอนร่วมกัน (Folie à plusieurs) สามารถทำให้กลุ่มคนแสดงพฤติกรรมแปลกประหลาดและเดินในรูปแบบที่ผิดเพี้ยนได้เหมือนกันนะฃครับ คุณอัคคี อย่าเพิ่งด่วนสรุปเรื่องเหนือธรรมชาติเลยครับ เรามักหาคำตอบให้สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยข้ออ้างทางไสยศาสตร์เสมอเมื่อสมองมนุษย์จนมุม" อัคคีเงยหน้าขึ้นสบตากับจิตแพทย์หนุ่ม แววตาของพรานรุ่นพี่ฉายประกายเย้ยหยันเล็กน้อยอย่างสุภาพ "หมอยังคงยึดมั่นในตำรากระดาษของหมอเหมือนเคยนะครับ... โลกในห้องตรวจแอร์เย็นฉ่ำกับโลกหลังความตายในป่าอาถรรพ์ ใช้ตรรกะเดียวกันไม่ได้หรอกครับ รอยเท้านี้ไม่ได้เกิดจากคนบ้าเดินพร้อมกัน แต่มันคือรอยเท้าของ 'คนตาย' ที่ถูกเชิดด้วยอาคมสายดำ รอยที่ท่านเห็นอยู่นี้... ลึกลงไปในเนื้อดินถึงสามนิ้ว ทั้งที่ตัวเบาหวิวราวกับขนนก นั่นคือรอยของภูตรับใช้ที่จำแลงกายมา" บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงถนัดตา เสียงหริ่งเรไรในป่าลึกราวกับถูกกลืนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกับเสียงหัวใจเต้นระส่ำ หมอธันวาไม่ตอบโต้ทันที เขาก้มตัวลงใช้ไฟฉายส่องสำรวจรอยเท้าใกล้ๆ อย่างละเอียด นิ้วมือที่สวมถุงยางอนามัยพลาสติกแตะลงบนพื้นดินเบาๆ เพื่อวัดความชื้นและอุณหภูมิ แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องไสยเวท แต่อาชีพแพทย์ก็สอนให้เขารักษาความละเอียดรอบคอบต่อหลักฐานตรงหน้าเสมอ "สมมติว่า... สมมติว่ามันคือศพเดินได้จริงอย่างที่คุณว่า" หมอธันวาเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงความท้าทาย "แล้วเป้าหมายของมันคืออะไร? การส่งสัญญาณเตือน? หรือแค่ต้องการขู่ให้เรากลัวจนถอยทัพกลับไป?" "มันไม่ได้ขู่ครับหมอ" อัคคีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของพรานอาคมทาบทับลงบนร่างของจิตแพทย์หนุ่ม "มันกำลังนำทาง... พวกมันต้องการล่อให้เราเดินตามรอยเท้านี้ลึกลงไปในเขตอาถรรพ์ชั้นใน เพื่อทำพิธีปิดปากพวกเราเหมือนกับตำรวจเจ้าของบันทึกเล่มนั้น" คำพูดของอัคคีทำให้หมอธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของจิตแพทย์หนุ่ม "น่าสนใจดีนี่ครับ... ถ้าเป็นการล่อลวงด้วยจิตวิทยาเชิงรุก มันก็คือกลยุทธ์การสร้างภาพลวงตาเพื่อให้เหยื่อสูญเสียการควบคุมสติ แล้วเดินหลงทางไปตายเองในป่าลึก แต่ในเมื่อเราต่างก็มีเหตุผลที่ต้องเดินหน้าต่อ... ผมคงต้องขออนุญาตพิสูจน์ว่า 'รอยเท้าที่ไร้ที่มา' นี้ จะพาเราไปสิ้นสุดที่จิตใต้สำนึกแบบไหนของคุณอัคคี" อัคคีไม่เอ่ยคำปฏิเสธ เขาเพียงแต่ดึงมีดหมอโบราณออกจากฝักข้างเอว ปลายคมมีดสะท้อนแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้ "ตามผมมาครับหมอ... แต่อย่าห่างจากรัศมีอาคมของผมเกินสามก้าว เพราะถ้าเงาร่างพวกนั้นกลับมาอีกรอบ ผมอาจจะไม่มีเวลามาอธิบายหลักจิตวิทยาให้หมอฟังหรอกนะครับ" ทั้งสองก้าวเดินลึกเข้าไปในความมืดของป่าดิบชื้น รอยเท้าสีเลือดจางๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นดินสลับกับโขดหินราวกับมีใครบางคนเดินนำหน้าอยู่เพียงไม่กี่ก้าว ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและระแวดระวัง เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน จนกระทั่งอัคคีต้องยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หยุดกะทันหัน เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "ต้นไทรใหญ่" อายุกับร้อยปีที่แผ่รากย้อยระโยงระยางลงมาปกคลุมพื้นที่ราวกับม่านกรงขัง และที่โคนต้นไม้นั้น... มีร่างในเครื่องแบบตำรวจนายหนึ่งนั่งคุดคู้หันหลังให้ ร่างนั้นกำลังโยกหัวไปมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงกระซิบพึมพำบางอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ลมพัดโชกแรงหอบเอาความเน่าเฟะของซากศพเข้าปะทะจมูกจนหมอธันวาต้องยกมือขึ้นปิดจมูก อัคคีหรี่ตาลง สัญชาตญาณพรานเตือนภัยขั้นวิกฤต เขารีบดึงตัวหมอธันวาให้หลบหลังพุ่มไม้หนา แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว ร่างในชุดตำรวจที่ควรจะหันหลังให้ก็สะบัดคอหักดังกร๊อบ หันกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยมุมองศาที่มนุษย์ปกติทำไม่ได้ ดวงตาทั้งสองข้างกลายสภาพเป็นรอยควักลึกสีดำสนิท และที่มุมปากฉีกกว้างจนถึงใบหู ส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าเย็นยะเยือกออกมา "เจอ... ตัว... แล้ว..." เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนเดียว แต่มันซ้อนทับกันนับสิบเสียงราวกับมาจากขุมนรก และในวินาทีที่หมอธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมุดบันทึกปกสีเลือดในมือของศพตำรวจนายนั้นก็ดีดเปิดออกเองทีละหน้าอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับร่างนับสิบค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดรอบทิศทาง ปิดตายทุกเส้นทางหนีของพวกเขาอย่างไร้ทางเลือก! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%