กลิ่นสาบสางที่ลอยมากับลมพัดสอบยามโพล้เพล้ในดงพญาเย็น ไม่ใช่กลิ่นเน่าเปื่อยของซากสัตว์ทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นฉุนกึกของยางไม้ผสมกับเครื่องเทศหมักศพชั้นต่ำที่คนโบราณใช้ในการ 'สะกดวิญญาณ'
อัคคีหยุดฝีเท้าลงบนใบไม้แห้งกรอบ เขาไม่ได้ชักปืนลูกซองแฝดที่สะพายอยู่ด้านหลังออกมาทันที แต่กลับย่อตัวลงต่ำ มือขวาที่หยาบกร้านจากการจับมีดอาคมมาค่อนชีวิตเอื้อมไปแตะรอยเลือดบนรากไทรขนาดยักษ์ มันยังอุ่นอยู่... อุ่นจนน่าขนลุก
เขาส่งสัญญาณมือบอกลูกหาบให้ถอยกลับไปตั้งหลัก ในฐานะพรานอาคม อัคคีรู้ดีว่าในรัศมีร้อยเมตรนี้ มีสิ่งที่ธรรมชาติไม่ได้สร้างขึ้นอยู่ตรงหน้า
"ขยับไปทางซ้ายอีกนิดครับคุณพราน แสงตรงนั้นมันทำให้การวิเคราะห์ชั้นดินทำได้ยาก"
เสียงเรียบเฉยที่ดังขึ้นจากด้านหลังไม่ได้ทำให้เขาสะดุ้ง อัคคีหันไปมองชายหนุ่มในชุดลุยป่าสะอาดสะอ้านเกินเหตุ ใบหน้าของหมอธันวาเรียบเฉย แว่นตาทรงกรอบเหลี่ยมสะท้อนแสงไฟฉายคาดหัวจนมองไม่เห็นแววตาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"ที่นี่ไม่ใช่คลินิกจิตเวชหรือห้องแล็บที่หมอจะมานั่งจดบันทึกอุณหภูมินะครับคุณหมอ" อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา "ถ้าไม่อยากให้วิญญาณมันตามกลับไปนอนเฝ้าที่บ้าน ก็ถอยออกไปซะ"
หมอธันวาไม่ได้ถอย แต่นั่งลงบนโคนไม้ใกล้ๆ เขาหยิบสมุดบันทึกหนังปกสีดำออกมา สวมถุงมือยางอย่างช้าๆ ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งผิดกับบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ไสยเวทเป็นเพียงกลไกการป้องกันตัวเองทางจิตวิทยาของมนุษย์ที่หวาดกลัวต่อสิ่งไม่รู้ครับอัคคี สิ่งที่คุณเรียกว่าวิญญาณ สำหรับผมมันคือพลังงานตกค้าง หรือไม่ก็แค่เรื่องแต่งขึ้นเพื่ออธิบายความตายที่หาสาเหตุไม่ได้" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองร่างที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้สูง "ศพนั้น... เขาไม่ได้ตายเพราะไข้ป่าแน่ๆ รอยกรีดที่หน้าอกเป็นรูปดาวห้าแฉกกลับหัวนั่น ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์"
อัคคีขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "คุณหมอพูดเหมือนคนไม่เชื่อ แต่ตากลับเห็นชัดเจนขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
"ผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้" ธันวาเดินเข้ามาใกล้ศพนั้นมากขึ้น เขาใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในโพรงปากของศพที่ถูกเย็บปิดตายด้วยเส้นด้ายสีดำสนิท "ดูนี่สิครับ ปากของเขาไม่ได้ถูกเย็บเพื่อความสะใจ แต่มันถูกเย็บเพื่อ 'กักขัง' อะไรบางอย่างเอาไว้ข้างใน"
อัคคีคว้าข้อมือหมอธันวาไว้แน่นก่อนที่อีกฝ่ายจะยื่นมือเข้าไปแตะรอยเย็บนั้น แรงบีบของพรานหนุ่มมหาศาลจนหมอหนุ่มชะงัก
"อย่าแตะต้องมัน ถ้าไม่อยากตาย!" อัคคีกดเสียงต่ำ
"ความกลัวกำลังทำให้คุณมองข้ามความเป็นเหตุเป็นผลไปนะอัคคี" ธันวาสบตาเขา แววตาของจิตแพทย์คนนี้ไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย มีเพียงความกระหายใคร่รู้ที่น่าสะพรึงกลัว "ถ้าศพนี้คือหลักฐานของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในป่าลึกอย่างที่คุณเชื่อจริง การจะปิดคดีนี้ได้ เราต้องข้ามผ่านความงมงายแล้วมองให้ลึกลงไปในจิตใจของฆาตกร... หรือสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้น"
ทันใดนั้น เสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านยอดไม้ก็เปลี่ยนไป มันกลายเป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ไม่มีที่มา อัคคีชักปืนลูกซองแฝดออกมาประทับบ่าโดยสัญชาตญาณ หมอธันวาเองก็ตัวแข็งทื่อเมื่อเห็น 'สิ่งนั้น'
ศพที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้เริ่มบิดตัว มันไม่ได้ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง แต่มันกำลัง 'ปีน' ขึ้นไปบนกิ่งไม้ด้วยนิ้วที่หักงอผิดรูป
อัคคีสบถเบาๆ ก่อนจะกระชากคอเสื้อหมอธันวาให้หมอบลงกับพื้นหญ้า "หมอครับ... ถ้าสิ่งที่คุณเห็นอยู่ตอนนี้เรียกว่า 'พลังงานตกค้าง' ผมแนะนำให้คุณเลิกทำวิจัย แล้วเตรียมตัวภาวนาถึงพระเจ้าของคุณเถอะ เพราะไอ้สิ่งนี้มันไม่ได้ต้องการคำอธิบายจากวิทยาศาสตร์ แต่มันต้องการ 'เลือด' ของเรา!"
ศพไร้ชื่อบนกิ่งไม้นั้นหันใบหน้าที่ไร้หนังตามาทางพวกเขา มันอ้าปากที่ถูกเย็บจนปริแตกออก กลิ่นเหม็นเน่าพุ่งกระจายราวกับระเบิดก๊าซพิษ แต่สิ่งที่ทำให้หมอธันวาถึงกับหน้าถอดสีไม่ใช่รูปลักษณ์ของศพ หากแต่เป็นสิ่งที่อยู่ในมือนั้น...
มันคือบันทึกเล่มหนึ่งที่เขากำลังตามหามาตลอดสามปี... บันทึกที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับพ่อของเขาที่หายตัวไปในดงพญาเย็นแห่งนี้
บันทึกที่หน้าปกมีตราประทับสีเลือดที่ยังคงสดใหม่ ราวกับเพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปกับผมนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับผม
พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 1
ศพไร้ชื่อกลางดงพญาเย็น
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!