“หมอว่าคนเราตายแล้วไปไหนครับ?”
คำถามนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของอัคคี ท่ามกลางความเงียบงันในห้องพักร้างของโรงพยาบาลสนามหลังภูเขาควาย ร่างของผู้อำนวยการผู้มีรอยเย็บปริแตกกลางหน้าผากยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงสแตนเลส สภาพของเขาไร้ซึ่งลมหายใจอย่างแท้จริงแล้วในตอนนี้ หลังจากที่เงานั้นจางหายไปพร้อมกับเสียงกระซิบที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของธันวา
หมอธันวาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจคราบเลือดสีดำที่ซึมผ่านผ้าปูที่นอน ก่อนจะหันมาสบตากับพรานอาคมรุ่นพี่ผู้ผ่านสมรภูมิความตายมาโชกโชน เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นตามวิสัยของจิตแพทย์ผู้คุ้นเคยกับการรับมือความวิกลจริต
“ในทางวิทยาศาสตร์ ร่างกายมนุษย์ก็เป็นเพียงสสารที่คืนกลับสู่ธรรมชาติครับ” ธันวาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่หนักแน่น “เซลล์หยุดการทำงาน พลังงานความร้อนระเหยหาย สมองหยุดการสั่งการ ไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ มีเพียงความว่างเปล่าที่ไร้การรับรู้”
อัคคีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นลูบรอยแผลเป็นลึกที่พาดผ่านลำคอหนาของตนเอง ช้าๆ ดวงตาคมกุบสีสนิมเหล็กทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพเงาของความมืดมิดยามวิกาล
“ความว่างเปล่าอย่างนั้นหรือครับ... น่าอิจฉาจังนะ” อัคคีพึมพำ “สำหรับผม คนตายไม่เคยว่างเปล่าเลยสักคน พวกเขาแค่เปลี่ยนที่อยู่ จากหลุมฝังศพในดิน... มาสร้างบ้านหลังใหญ่ไว้ในความทรงจำของเราต่างหาก”
บรรยากาศในห้องแคบๆ นั้นพลันอึดอัดขึ้นมาถนัดตา กลิ่นอายของฟอร์มาลีนผสมผสานกับกลิ่นธูปเก่าๆ ที่ลอยมาจากไหนไม่ทราบ ชวนให้จิตใต้สำรวจของมนุษย์เริ่มทำงาน รอยต่อระหว่างเหตุผลทางวิทยาศาสตร์กับความเชื่อโบราณกำลังถูกกัดเซาะทีละน้อย
ธันวาสังเกตเห็นมือข้างที่ถือมีดอาคมของอัคคีสั่นเทาเล็กน้อย มันเป็นอาการเกร็งของกล้ามเนื้อที่เกิดจากความเครียดสะสม หรือบางที... อาจเป็นเพราะความทรงจำที่กำลังกัดกินจิตใจของพรานหนุ่มผู้นี้อยู่
“คุณกำลังพูดถึงคนที่คุณสูญเสียไปในป่าลึกสินะครับ” ธันวาเลือกที่จะรุกคืบด้วยหลักจิตวิทยาเชิงวิเคราะห์ “คนที่คุณพยายามใช้ไสยเวทและอาคมขลังเพื่อปกป้อง แต่สุดท้ายก็พบว่า... อำนาจลี้ลับเหล่านั้นไม่เคยช่วยอะไรได้เลยนอกจากเพิ่มพูนความรู้สึกผิด”
คำพูดนั้นเฉียบคมราายมีดผ่าตัด มันกรีดลึกลงไปตรงกลางปมปัญหาในใจของอัคคีพอดี พรานอาคมชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับเกร็งแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผืนน้ำยามไร้ลมไหว บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้มานานแรมปี
“หมอคิดว่าตัวเองเข้าใจผมดีสินะครับ” อัคคีหันขวับมามอง ธันวาไม่หลบสายตาคู่นั้น ความนิ่งสงบของจิตแพทย์หนุ่มคือเกราะกำบังชั้นดี “หมอที่นั่งอยู่แต่ในห้องตรวจ แอร์เย็นๆ อ่านตำราฝรั่ง แล้วก็ตัดสินทุกอย่างว่าเป็นภาพหลอนทางจิตเวช... คุณไม่มีทางเข้าใจหรอกว่า กลิ่นของความตายที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร”
“ผมอาจจะไม่เคยเดินเข้าป่าอาถรรพ์แบบที่คุณทำหรอกครับ” ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบแหลมไม่แพ้กัน ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะผ่าตัดอีกนิดเพื่อลดระยะห่าง “แต่ผมเห็นความตายในรูปแบบที่น่าสลดใจไม่แพ้กันเลย... ความตายของจิตวิญญาณมนุษย์ที่ค่อยๆ แหลกสลายลงจากความรู้สึกผิด ความหวาดระแวง และการโทษตัวเองในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้”
อัคคีจ้องหน้าจิตแพทย์หนุ่มเขม็ง ไม่มีใครยอมหลบตาใคร แรงดึงดูดประหลาดระหว่างสองขั้วความคิดกำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบในห้องสี่เหลี่ยมนี้ คนหนึ่งยึดมั่นในมีดหมอและคาถาอาคมเพื่อควบคุมสิ่งเหนือธรรมชาติ อีกคนยึดมั่นในตรรกะและเหตุผลเพื่ออธิบายความมืดมิดของจิตใจมนุษย์
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กำแพงความแข็งกร้าวของอัคคีก็ค่อยๆ พังทลายลง พร้อมกับการถอนหายใจยาวนานที่เต็มไปด้วยความระโหยโรยแรง
“คืนนั้น... เดือนดับสนิท” อัคคีเริ่มเปิดปากเล่า เสียงของเขาแผ่วเบาลงจนแทบกลืนหายไปกับเสียงลมพัดนอกหน้าต่าง “พวกเราเข้าไปลึกเกินกว่าเขตที่บรรพบุรุษเตือนไว้ บันทึกศพเล่มนั้น... มันนำพาเราไปพบกับบางสิ่งที่ไม่อาจนิยามได้”
ธันวาเงียบตั้งใจฟัง ไม่ขัดจังหวะ นี่คือข้อมูลเชิงลึกที่เขาตามหา และในขณะเดียวกัน มันก็คือบันทึกแผลเป็นในใจของอัคคี
“ริน... เธอเป็นทั้งคนรักและผู้ช่วยในพิธีกรรม เธอฉลาดและกล้าหาญกว่าผมเสียด้วยซ้ำ” อัคคีหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์สยองขวัญที่ฉายซ้ำ “แต่ในคืนที่หมอกลงจัดจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วมือ เสียงกระซิบในหัวก็เริ่มดังขึ้น... มันไม่ใช่เสียงผีสางที่ไหนหรอกครับหมอ แต่มันคือเสียงความกลัวที่อยู่ก้นบึ้งในใจของพวกเราเอง”
“คุณกำลังบอกว่า... สิ่งที่หลอนพวกคุณ ไม่ใช่สิ่งลี้ลับภายนอก แต่เป็นจิตใต้สำรวจของพวกคุณเองที่สร้างมันขึ้นมา?” ธันวาอดไม่ได้ที่จะโยงเข้าสู่ทฤษฎีทางจิตวิทยา
“ถ้ามันเป็นแค่จิตใต้สำรวจจริง... ทำไมรอยแผลที่คอของเธอถึงปรากฏขึ้นมาทั้งๆที่ไม่มีใครแตะต้องเธอเลยล่ะครับหมอ?” อัคคีลืมตาโพรงขึ้นมามอง นายแพทย์หนุ่มชะงักไป “ทำไมเลือดของเธอถึงไหลนองออกมาจากแผ่นกระดานไม้ ทั้งที่ร่างของเธอยังนอนอยู่บนตักผม? หมอจะอธิบายหลักการทางจิตวิทยาข้อไหนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาแบบนั้น?”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ธันวาขยับแว่นอีกครั้ง สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาล หากตัดเรื่องไสยเวทออกไป มันคืออาการอุปาทานหมู่ขั้นรุนแรงที่ส่งผลต่อระบบประสาทจนเกิดอาการเลือดออกตามผิวหนัง (Stigmatization) หรือไม่... นี่อาจเป็นปรากฏการณ์ทางจิตที่วิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาคำตอบได้
แต่อัคคีไม่ได้รอให้ธันวาหาข้อแก้ตัวทางวิทยาศาสตร์มาหักล้าง พรานหนุ่มก้มลงหยิบบันทึกปกหนังมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารเก่าบนโต๊ะขึ้นมา วางมันลงตรงหน้าจิตแพทย์หนุ่มด้วยมือที่มั่นคงขึ้น
“ผมไม่ได้เล่าเรื่องนี้เพื่อให้หมอมานั่งวินิจฉัยผมเหมือนคนไข้โรคประสาทหรอกนะครับ” อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง นัยน์ตาสีสนิมเหล็กสะท้อนแสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมัน “แต่ผมเล่าเพื่อให้หมอรู้ว่า... บันทึกเล่มนี้ ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึก แต่มันถูกเขียนขึ้นด้วยชีวิตของคนที่พยายามจะไขความลับของมัน”
ธันวาก้มมองบันทึกเล่มหนา ปกหนังสีคล้ำดูเก่าแก่จนแทบจะเปื่อยยุรัทร์ แผ่นกระดาษด้านในส่งกลิ่นอายอับชื้นของกาลเวลา เขาเอื้อมมือออกไปเตรียมจะเปิดหน้าแรกเพื่อตรวจสอบหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเชื่อมโยงคดีทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนสันปกหนังเย็นเยียบนั้นเอง
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูไม้สนด้านหลังห้องดังขึ้นแผ่วเบา ลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงไหววับเกือบดับลง ทั้งอัคคีและธันวาชะงักกึกพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย สัญชาตญาณของคนทั้งคู่ร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง
ไม่มีใครควรอยู่ที่นี่ นอกจากพวกเขา
ธันวาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากบันทึกศพ สายตาคมกริบกวาดมองไปทางประตูที่เปิดแง้มไว้ ความมืดมิดภายนอกทางเดินว่างเปล่าไร้เงาผู้คน แต่ทว่า... มีรอยเท้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำสีดำสนิท ลากยาวจากหน้าประตู ตรงดิ่งเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างโต๊ะผ่าตัดที่ร่างของผู้อำนวยการนอนอยู่!
และก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว เสียงกระซิบที่แหบแห้งจนคุ้นหูกติดตรึงประสาทก็ดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังพวกเขา
“ยินดีต้อนรับสู่บทที่เจ็ด... หมอธันวา และคุณพรานผู้โง่เขลา ตอนนี้... พวกคุณหนีไม่พ้นเงื้อมมือของบันทึกเล่มนั้นแล้วล่ะครับ”
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ร่วมกันครับ
- เพชรตาเสือโบราณ -
พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 7
อดีตที่ฝังกลบ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!