พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 8

ภาพหลอนในสมาธิ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
“ถ้าหมอยังหลับตาแล้วหายใจเข้าลึกอีกแค่สามครั้ง... สิ่งที่หมอพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิต จะเดินมาจับมือกับหมอถึงหน้าเตียงนะครับ” เสียงทุ้มต่ำของอัคคีดังลอดผ่านความมืดของค่ำคืนในกระท่อมกลางไพร กลิ่นอายของธูปหอมโบราณและยางไม้สนป่าลึกคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันพارสสั่นไหวตามแรงลมที่พัดลอดช่องไม้ไผ่ ทอดเงายาวน่ากลัวทาบทับบนผนังห้อง หมอธันวานั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อกกเก่าๆ ร่างกายและจิตใจที่เคยยึดมั่นในหลักการทางจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขากำลังทำสมาธิเชิงลึกตามคำแนะนำของพรานอาคม เพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ว่า “บันทึกศพซ่อนวิญญาณ” เล่มนั้น ไม่ได้มีอาถรรพ์ใดๆ นอกเสียจากภาพหลอนทางจิตวิทยาที่อุปาทานกันไปเอง แต่วินาทีนี้... ทฤษฎีที่หมอหนุ่มร่ำเรียนมาหลายปีจากรั้วมหาวิทยาลัยตะวันตก กลับเริ่มพังทลายลงทีละน้อย “ผมเป็นจิตแพทย์ครับพรานอัคคี” ธันวาลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า ลมหายใจหอบกระชั้น “สมองมนุษย์เราสร้างภาพหลอนได้เมื่อเผชิญกับความเครียดและกลิ่นของสมุนไพรพวกนี้ สิ่งที่ผมเห็น... เสียงที่ผมได้ยินในหัวเมื่อครู่ มันก็แค่ปฏิกิริยาเคมีในสมอง ไม่ใช่ผีสางหรือวิญญาณอะไรทั้งสิ้น” อัคคีหันมามองแพทย์หนุ่มด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกปีกกว้างสะท้อนเปลวไฟสีส้ม พรานหนุ่มหยิบไปป์ไม้เก่าขึ้นมาจุด สูบเข้าปอดลึกก่อนจะพ่นควันสีเทาจางออกทางจมูกอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมและเยือกเย็นตัดกับความตื่นตระหนกของธันวาอย่างสิ้นเชิง “หมอเก่งมากนะครับที่หาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาปลอบใจตัวเองได้รวดเร็วขนาดนี้” อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แฝงรอยยิ้มจางที่มุมปาก “แต่ในป่าลึกแห่งนี้ ความรู้จากตำราแพทย์แผนปัจจุบันของหมอ เป็นเพียงกระดาษชำระเช็ดก้นยามที่หมอต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่บรรพบุรุษของผมทิ้งไว้... หมอแน่ใจเหรอครับว่า เมื่อกี้หมอแค่ ‘คิดไปเอง’?” ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เขาจำความรู้สึกเมื่อครู่ได้ดี ในตอนที่หลับตาลงและนับลมหายใจ ภาพของห้องตรวจในโรงพยาบาลที่คุ้นเคยไม่ได้ปรากฏขึ้น แต่กลับกลายเป็นภาพของโถงถ้ำมืดทึบ กลิ่นคาวเลือด และร่างไร้วิญญาณหลายสิบร่างที่ถูกฝังไว้ใต้รากไม้โบราณ และที่สำคัญที่สุด... เขา ‘ได้ยิน’ เสียงกระซิบที่เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เป็นเสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด “มันเป็นแค่ภาพสะสมจากคดีที่เรากำลังสืบสวนอยู่...” ธันวาพยายามเถียง แม้เสียงของตัวเองจะเริ่มสั่นพร่า “ผมเห็นแฟ้มคดี อ่านบันทึก และจมอยู่กับมันทั้งวัน สมองก็เลยเอามาประมวลผลตอนที่ผมเคลิ้ม เป็นเรื่องปกติของกระบวนการทางจิตวิทยาที่เรียกว่า... Reminiscence phenomenon” “ถ้ามันเป็นแค่วิทยาศาสตร์... แล้วทำไมรอยมือที่เปื้อนเลือดบนไหล่ขวาของหมอ ถึงยังอุ่นอยู่ล่ะครับ?” คำพูดเรียบๆ ของอัคคีทำให้ธันวาชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน จิตแพทย์หนุ่มหันขวับไปมองไหล่ขวาของตนเองทันที ความมืดสลัวและแสงไฟวับแวมทำให้เขาไม่เห็นอะไรชัดเจน นอกจากความว่างเปล่า แต่ความรู้สึกกดทับและความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในผิวหนังบริเวณนั้น... มันชัดเจนเสียจนเขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไป “คุณพูดอะไร... ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น” ธันวาปฏิเสธเสียงแข็ง มือซ้ายยกขึ้นปัดป่ายที่ไหล่ขวาราวกับจะปัดเป่าความรู้สึกประหลาดนั้นออกไป “บางที... ความจริงก็เจ็บปวดเกินกว่าที่คนมีการศึกษาแบบหมอจะยอมรับนะครับ” อัคคีวางไปป์ลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย ขยับตัวเข้ามาใกล้ธันวาช้าๆ สายตาคมปลาบจับจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของจิตแพทย์หนุ่ม “บันทึกเล่มนั้นไม่ได้บันทึกแค่ตัวอักษร แต่มันบันทึก ‘ลมหายใจ’ ของคนที่ตายไปแล้ว และตอนนี้... มันกำลังเลือกหมอให้เป็นส่วนหนึ่งของหน้ากระดาษต่อไป” บรรยากาศในกระท่อมเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมจากภายนอกและความดังของจังหวะหัวใจของธันวาที่เต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความดื้อรั้นและอีโก้ทางวิชาการที่ธันวายึดถือมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาไม่ใช่นักไสยเวท แต่ประสาทสัมผัสของเขากำลังบอกว่า... มีบางอย่างกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่จากมุมมืดของห้อง ธันวากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขาหันไปมองโต๊ะทำงานตัวเล็กที่มุมห้อง ซึ่งมี “บันทึกศพซ่อนวิญญาณ” ปกหนังเก่าคร่ำคร่าถูกวางทับไว้ด้วยสมุดบันทึกของเขาเอง ในความเงียบงันนั้นเอง... เสียงกระดิ่งทองเหลืองโบราณที่แขวนไว้หน้าประตูกระท่อมก็ดังขึ้น ‘กริ๊ง...’ แผ่วเบา ทั้งอัคคีและธันวาชะงักกึกพร้อมกัน พรานอาคมหันขวับไปมองที่ประตูทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มงวดและระแวดระวังขึ้นมาทันดล ในขณะที่ธันวากลับรู้สึกถึงกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดกรรโชกเข้ามาในห้องปิดทึบ จนเปลวไฟในตะเกียงดับวูบลง เหลือเพียงความมืดสลัวจากแสงจันทร์ที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามา ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงคนเดินเข้ามา... แต่อัคคีกลับลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามมีดหมอที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างมั่นคง สีหน้าของพรานผู้ผ่านศึกมาโชกโชนเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ใครอยู่ข้างนอก” อัคคีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม กังวาน ทว่าไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไม่มีเสียงตอบรับจากภายนอก มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไผ่เสียดสีกันดังหวีดหวิวราวกับเสียงโหยหวน แต่สิ่งที่ทำให้ธันวาแทบหยุดหายใจ คือภาพที่สะท้อนอยู่บนกระจกหน้าต่างเบื้องหน้า... ท่าلفความมืดและเงาสลัวของแสงจันทร์ นอกจากเงาร่างของเขาและอัคคีแล้ว ยังมี ‘เงาร่างที่สาม’ กำลังยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังของอัคคี เงาร่างนั้นสูงใหญ่ ผอมเกร็ง และกำลังโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดกับบ่าของพรานอาคมด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู! ธันวาอ้าปากค้าง จะร้องเตือนแต่ออกเสียงไม่ได้ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตรา อัคคีสังเกตเห็นปฏิกิริยาของจิตแพทย์หนุ่ม จึงเหลือบสายตากลับมามองแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากของพรานหนุ่มจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย “ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญของเรา จะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ หมอธันวา” ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%